ในหนังสือ Sapiens: A Brief History of Humankind ของ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Yuval Noah Harari) ได้พูดถึงสองประเด็นที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการคลั่งศาสนาและการใช้ศาสนาชี้นำผู้คนเอาไว้ว่า
1. เราไม่สามารถสัญญากับลิงว่า หากพวกมันให้กล้วยเราแล้วเมื่อมันตายไป มันจะได้ขึ้นสวรรค์ที่เต็มไปด้วยกล้วยได้
2. ความเป็นจริงคือไม่มีพระเจ้า/เทพเจ้า ไม่มีศาสนา ไม่มีชาติ ไม่มีเงินตรา ไม่มีสังคม ไม่มีการเมือง ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมติสร้างขึ้นมาจากจินตนาการของมนุษย์ทั้งสิ้น และถ้าหากเราลืมตรงนี้ว่ามันเกิดขึ้นจากการสร้างขึ้นมาสมมติเอง เราก็อาจฆ่ากันได้เลย
สองข้อนี้ผูกโยงกับซีรีส์ Hellbound อย่างน่าสนใจและชวนขบคิด
เป็นสองข้อที่อธิบายได้เป็นอย่างดีว่าทำไมชีวิตของมนุษย์ซับซ้อนกว่าสัตว์ชนิดอื่นบนโลก เพราะเรามีความสามารถในการจินตนาการ วางแผน สร้างสิ่งแทนหรือให้สัญลักษณ์ให้ความหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ดูเป็นระบบและเข้าใจร่วมกันได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น
ประเด็นอยู่ที่ว่า เราสามารถให้ความหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ มีความเชื่อเป็นของตัวเองได้ เพราะอย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ ศาสนากับความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นการตีความที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคล และไม่ใช่เรื่องผิดหากจะมีสิ่งยึดเหนี่ยวและเป็นที่พึ่งพิงในยามเศร้าหรือทุกข์ใจ หาทางออกกับชีวิตไม่ได้
แต่ก็มีหลายเคสที่บ่งชี้ให้เห็นว่ามีการใช้ศาสนาและนามของพระเจ้า (ซึ่งไม่มีใครเคยเห็น) ส่วนบุคคลมาชี้นำ ชักจูง กระทำการ ก่อให้เกิดความขัดแย้ง กดขี่ข่มเหง จนไปถึงทำให้คนคนนั้นมีความชอบธรรมที่จะทำอะไรก็ได้ในนามของศาสนาหรือเทพเจ้าสูงสุดที่ตัวเองนับถือ
และนั่นคือสิ่งที่ จองจินซู ในซีรีส์ Hellbound ทำครับ
เขานำการตีความของตัวเองไปเผยแพร่สู่วงกว้าง ในระยะเวลานานนับ 10 ปีหลังจากอ้างตัวเองพบเทพเจ้าลงทัณฑ์คนที่ประเทศทิเบตระหว่างทริปที่จะไปฆ่าตัวตาย และรอวันที่ทุกๆ อย่างจะชัดเจนต่อสาธารณชน หรือเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา และมีเค้าลางที่คล้ายหรือเหมือนกับที่เขาพร่ำบอกมาตลอด
1
จากนั้นก็ใช้จังหวะนี้พูดว่า “นั่นไง ผมบอกแล้ว”
จองจินซู ก่อตั้งลัทธิหรือกลุ่มความเชื่อที่มีชื่อว่า ‘กลุ่มสัจธรรมใหม่’ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘The New Truth’ นั่นคือความน่ากลัวของกลุ่มๆนี้ เพราะไม่ใช่ผลิตศาสนาทางเลือกขึ้นมา แต่เคลมกันโต้งๆอย่างโอหังว่าการตีความของเขาคือ ‘ความเป็นจริงใหม่ ‘ที่มาแทนที่ความเป็นจริงเดิม และความเป็นจริงก่อนหน้าคือสิ่งที่เก่าล้าสมัย (obsolete) และไม่จริง ไปแล้ว
กลุ่มนี้มีความเชื่อว่าพี่เบิ้มสามตัวนี้คือ ‘เทพเจ้า’ และการที่มารุมตุ้บตั้บแล้วส่องแสงเผาคนคือ ‘การกระทำหรือคำพิพากษาของพระเจ้า’ ส่วนคนที่โดนจึงกลายเป็น ‘คนบาป’ ไปโดยปริยาย
ซึ่งเมื่อมองดู ก็จะเห็นได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับซีรีส์เรื่อง Midnight Mass ไม่น้อย
ในเรื่องของการตีความสิ่งสิ่งหนึ่งเพียงแต่ด้านที่ตัวเองมองเห็น และคนอื่นๆ ที่ขาดความคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) ก็เชื่อตาม โดยที่ไม่มองรอบด้านและถามหาที่มาที่ไป หรือเหตุของสิ่งนั้น โดยเฉพาะเรื่องที่เชื่อว่าสัตว์ประหลาดน่าตาน่ากลัวและดูคุกคาม (intimidating) เช่นนี้ คือพระเจ้า
1
ส่วนผู้คนที่ดูจะขาดสติที่สุดก็เห็นจะเห็นกลุ่มหัวรุนแรงอย่ากลุ่มหัวลูกศร (Arrow Head) ที่ถือคำพูดของจองจินซูเป็นความจริงสูงสุดและถือกำเนิดมาจากกลุ่มสัจธรรมใหม่อีกที
ว่าแต่ทำไมผู้นำลัทธิอย่างจองจินซูในซีรีส์ Hellbound และกลุ่มสัจธรรมใหม่ถึงได้มีอิทธิพลทางด้านความคิดขนาดนั้น?
คำตอบคือการที่โลกนี้เป็น ‘โลกสมัยใหม่’
จริงๆ จะให้ถูกต้องบอกว่าน่ากลัวกันคนละแบบ ในสมัยก่อนที่ข้อมูลความรู้ไม่ทั่วถึง ผู้คนมีสิ่งที่ไม่เข้าใจและหาคำตอบไม่ได้อยู่มาก จะมีก็เพียงศาสนาและความเชื่อเป็น ‘ความเป็นจริงสูงสุด’ ที่เทียบเท่ากับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ทำการตั้งสมมุติฐาน ทดลอง ค้นพบ หาข้อสรุปของยุคนี้ แต่แตกต่างที่การตีความใหม่จะทำให้เกิดความขัดแย้งทั้งกับศาสนาเดียวกันและต่างศาสนา หรือความเชื่อเดิม
รวมถึงมีคนเห็นต่างไม่ได้เลยเนื่องจากสิทธิมนุษยชนในสมัยนั้นยังไม่ได้เท่าทุกวันนี้ (แม้ทุกวันนี้ในบางประเทศเองก็ใช่ว่ามีแล้ว) ในขณะที่วิทยาศาสตร์ไม่ได้ตัดสินว่านั่นคือความจริงสูงสุดและเปิดรับความเป็นจริงใหม่เสมอ
แต่ความน่ากลัวในแบบปัจจุบันคือความคิดที่แพร่กระจายเร็ว ทำให้คนรับรู้เร็ว ตัดสินเร็ว
ยิ่งมีอะไรที่เข้าเค้ากับคำทำนายหรือคำพูดด้วย และเป็นกระแสด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งด้วยแล้วก็ ยิ่งทำให้ผู้คนสร้างชื่อเสียง ยิ่งทำให้ความเชื่อแผ่ขยายอิทธิพลได้อย่างได้ผลมากขึ้นเท่านั้น เหมือนที่นายไลฟ์สดที่ชอบตะเบ็งคนนี้ เขาเป็นกระบอกเสียงของกลุ่มสัจธรรมใหม่และมีส่วนอย่างมากในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการปลุกระดม
โชคดีครับที่คนสมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะมีความคิดเชิงวิพากษ์ แยกผิดชอบชั่วดีมากขึ้น เป็นกลางไม่ฝักใฝ่ไม่เชื่อสิ่งใดหรือบูชาตัวบุคคลอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ก็ยังมีคนที่มีน้อยไปจนถึงไม่มีที่สามารถเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) ได้ง่าย
ใครดูจบแล้ว เชิญชวนอ่านบทความวิเคราะห์ซีรีส์ Hellbound แบบเต็มๆ ครบทุกประเด็นและแง่มุมที่ผมเขียนลงเว็บไซต์ The MATTER ครับ หนึ่งในบทความที่ผมภูมิใจนำเสนอที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมา : https://thematter.co/thinkers/hellbound
ในบทความจะมีทั้งประเด็น
- ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ
- อิทธิพลของคำพูดและตัวบุคคล
- Rising of กลุ่มสัจธรรมใหม่
- ทำไมกลุ่มสัจธรรมใหม่ถึงทรงพลังขนาดนี้?
- การตีความสัญญะ ความหมาย และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
- เจตจำนงเสรี
- 1 ใบหน้าที่ประกาศคำพิพากษาและ 3 สัตว์ประหลาดสีดำผู้ลงทัณฑ์
- ปรัชญาชวนขบคิดที่สอดแทรกในเรื่อง
- และอธิบาย & พูดถึงฉากจบซีรีส์
#Watchman #Netflix #Hellbound
1.7K รับชม
    John Smith
    อีกส่วนหนึ่งนั้นผมนึกไปถึงหนังเรื่อง Book of Eli ด้วยจริงๆ ตัวร้ายของเรื่องที่พยายามค้นหา bible เล่มสุดท้ายเพื่อที่จะเอามาใช้ชักนำผู้ค... ดูเพิ่มเติม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      [BREAKING] - Goldman Sachs วาณิชธนกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศทุ่มเงินหลายร้อยล้านเข้าช้อนซื้อ "ธุรกิจคริปโต" ที่กำลังประสบปัญหาจากวิกฤต FTX และกำลังขาดแคลนเงินทุน 📌 เป็นเรื่องธรรมดามากที่ในทุก "วิกฤต" ย่อมมี "โอกาส"
      Maxsun Challenger B560M เมนบอร์ดสุดคุ้มค่า ประกอบด้วย นอกจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่ง ยังมีการดีไซน์ให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้อีกด้วย
      เจาะสเป็ก รถแต่ละรุ่นของ Tesla แบรนด์รถไฟฟ้า ที่กำลังบุกตลาดไทย เพิ่มความรู้ด้านการตลาด และธุรกิจ แบบง่าย ๆ ภายใน 1 นาที > tiktok.com/@marketthinkth
      "12 กฎที่ใช้ได้ตลอดชีวิต" กับ 12 เรื่องที่เข้าใจแล้วชีวิตจะมีแต่ดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ กฎข้อที่ 1 ◾️ ยืนให้ตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง เมื่อร่างกายเศร้า คุณจะเศร้า เมื่อร่างกายสุข คุณจะสุข หากคุณไหล่ค้อมห่อ ก้มหัว ผู้คนจะโต้ตอบราวกับคุณกำลังแพ้ หากคุณยืดตัวตรงขึ้น ผู้คนจะมองคุณต่างไปเช่นกัน เรื่องนี้ชัดเจนแล้วในทางวิทยาศาสตร์ คุณใช้จิตใจกำหนดร่างกาย และร่างกายกำหนดจิตใจ และสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ คนเราทำได้ทั้งสองทาง
      ดูทั้งหมด