7 ธ.ค. 2021 เวลา 03:34 • การศึกษา
#เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา #พุทธทาสภิกขุ
ตอนที่ 90 ภาพหน้าที่ 288-290
อาจารย์ช่วยเล่าเรื่องกล้องด้วยครับ ที่ว่ารวบรวมรูปนั้น รูปอะไรครับ
- รูปวิว วิวตามความพอใจของเราอย่างในกล่องที่เก็บ ๆ ไว้นั่นแหละ เมื่อเล่นถ่ายรูปก็ถ่ายวิวมากกว่า อย่างอื่น กล้องถ่ายหนังก็เคยเล่น เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ พันเอกสาลี่ให้มา กล้อง ๑๖ มิล ๕๐ ฟุต และกล้อง ๘ มิลซุปเปอร์กับ ๘ มิลธรรมดา ก็ได้ถ่ายไว้ไม่น้อย คงเตรียมขึ้นราหมดแล้ว เป็นเรื่องเบ็ดเตล็ดทั้งนั้น ที่ชอบ มากที่สุดก็ถ่ายปลาใส่ตู้กระจก สวยมาก เรียกว่าเพชรพลอยในหนอง เมื่ออยู่ในหนองมันไม่สวยไม่น่าดู พอ อยู่ในตู้กระจก มันสวยวิเศษไปเสียทุกตัว เวลาถ่ายเป็นหนังออกมา เครื่องฉายก็มีตั้ง ๒ เครื่องเดี๋ยวนี้ไม่รู้ ว่าใครจะเป็นคนใช้มัน ตอนนั้นคุณบุญชูอยู่ เขาทําทุกอย่าง
เกี่ยวกับการทํางานของพระในสวนโมกข์ก็เคยถ่ายไว้ เดี๋ยวนี้ต้องอุทิศแล้ว สละให้แก่การเน่าเสีย การขึ้นรา มันรักษาลําบาก มันต้องมีห้อง ปรับอากาศ ปรับความชื้นอะไร แล้วก็ไม่รู้ว่า จะทําไปเพื่ออะไร
อาจารย์ครับ เพื่อนเล่นกล้องของ อาจารย์มีใครบ้างครับ
- มีหลายคน นายมณี ศรีพัฒน์ อยู่ กรุงเทพฯ เป็นเพื่อนเล่นกันมาที่ไชยานี้ก็ไม่ มีใครที่ว่าเป็นเพื่อนเล่นกล้อง ผมมักสอนให้ เล่นจนเป็นกันหลายคน ครูวงศ์เขาก็เล่น ตามผม ผมเคยไปถ่ายทั่วกรุงเทพฯ ทั่วอย่าง หยาบ ๆ ผมไม่รู้แห่ง อาจารย์พระครูชยา ภิวัฒน์พาไปสมัยที่ยังอยู่กรุงเทพฯ แกพา ไปทุกแห่ง วัดฝั่งธนสวย ๆ ไปทั้งวัน
อาจารย์ครับ แล้วอย่าง ร. บุนนาคละครับ
- ไม่ใช่ตอนแรก เพิ่งมารู้จักกันเมื่อผมเลิกเล่นกล้องแล้ว เขาชั้นปรมาจารย์มีชื่อ รู้จักกันในฐานะ นักศึกษาธรรมะ ไม่ใช่เพื่อนเล่นกล้อง คุณระบิลมาช่วยกิจการของสวนโมกข์ ในด้านถ่ายภาพพุทธประวัติหินสลักจําลองเป็นชุด ถ่ายเป็นหนังก็เคยมี เดี๋ยวนี้ไม่รู้ไปไหนแล้ว ถ่ายเป็นสไลด์ก็มาก เรื่องวันหนึ่งในสวนโมกข์* เป็นหนังก็ฝีมือคุณระบิลร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อสุขุม นอกจากนั้นยังช่วยอัดรูป เมื่อเราต้องการให้ อัดรูป แกไปวานคุณพูล เกศจํารัส ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ทุ่งมหาเมฆ ช่วยอัด คุณพูลเป็นอาจารย์ มี ลูกน้องเยอะ
ภาพไปอินเดียที่วางระเกะระกะนั้น อัดที่เทคนิคทุ่งมหาเมฆทั้งนั้น มีคนช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ คุณระบิลเป็นคนช่วยทํากรอบ ทําอย่างประณีตและฝีมือ รูปพวกนั้นจึงทนทานมาได้บัดนี้ แล้วก็สอนให้คุณ บุญชู (พระบุญชู) ทําเป็นถ่ายได้ ล้างได้ อัดได้ ทําเคล็ดต่าง ๆ ได้ แกเป็นคนฉลาด มีหัวทางนี้ ก็ทําได้ตามที่ คุณระบิลแนะ
อีกคนที่คบหากันในเรื่องรวบรวมรูปก็คือ นายเที่ยง เขามีร้านถ่ายรูปที่สงขลา เดี๋ยวนี้เลิกแล้ว ขาย ของในตลาดแทน เคยแนะเคล็ดในการทํารูปคนเดียว ดูเป็น ๒ คนคุยกัน เป็นต้นเรื่องแบบนี้ คุณบุญชูทํา ได้สนิทมาก
ผู้ที่เล่นตามผมอีกคนหนึ่งคือเจ้าชื่น สิโรรส เชียงใหม่ นับได้ว่าเป็นผู้ที่ได้ถ่ายภาพไว้มากที่สุด ทั้งตอน ไปอินเดีย และในประเทศไทย ประเทศพม่า
หมอไพบูลย์ สิทธิคู่ ที่อยู่หาดใหญ่ ช่วยเหลือด้วยเรื่องอุปกรณ์สารพัดอย่าง
รุ่นหลังสุด นี้ก็มีคุณมนัส จิระวงศ์ ซึ่งคอยให้ความสะดวกเกี่ยวกับรูปตลอดเวลาจนทุกวันนี้
อาจารย์ครับ ทราบว่าอาจารย์เคยประดิษฐ์สไลด์ขึ้นใช้เอง ตั้งแต่สไลด์ยังไม่แพร่หลายอย่างทุกวันนี้ อยากให้อาจารย์ช่วยเล่าถึงวัตถุประสงค์และวิธีทําด้วยครับ
- เราได้เคยเห็นที่กรุงเทพฯ ที่เขาฉายสไลด์กัน ชนิดไม่ต้องมีแผ่นสไลด์ ชนิดที่ใช้ภาพหนังสือสอดเข้า ไปข้างใต้ แล้วภาพนั้นก็ออกมาปรากฏที่จอได้ แล้วก็คิดว่า เราควรจะมีการใช้ของอย่างนี้บ้าง ก็ศึกษาว่ามัน จะทําได้อย่างไร ในชั้นแรกนั้น ไม่เคยคิดว่าจะซื้อ เพราะว่ามันไม่มีทุน จึงศึกษาจนรู้ว่าทําอย่างไร ก็ทดลอง อย่างนั้น ทดลองอย่างนี้ (หัวเราะ)
จนรู้หลักของมัน ก็เลยประกอบขึ้นด้วยตนเอง เป็นลังไม้ยาวเกือบวา เพราะว่าไปใช้ไฟฉายที่ใช้หน้ารถยนต์ มาทําเป็นตัวแสงมันก็กินเนื้อที่ยาว แล้วก็ไอ้คอนเด็นเซ่อ ก็หาได้ยาก ตามความประสงค์ไปซื้อเปะปะมา มันก็ทําให้ต้องใช้โฟกัสยาว รวมกันเข้าจึงยาว จึงหนัก ใช้เลนซ์กล้อง ถ่ายรูปขนาดใหญ่หน่อย ทําเลนซ์ รวมกันจึงเป็นลังไม้ยาวเกือบวา
ที่นี้ก็ต้องรู้จักล้างฟิล์มให้เป็นโพสตีฟ คือ สไลด์แบบสําเร็จรูป ชนิดที่ล้างกลับได้เลยแบบสมัยนี้ มันยังไม่มี หาไม่ได้ เราก็ฟิล์มแดงธรรมดา เขาเรียก กันว่าฟิล์มแดง (หัวเราะ) เป็นฟิล์มถ่ายรูปชนิด ๓ นิ้วนั่นแหละ ถ่ายแล้วล้างที่หนึ่งแล้วก็ล้างกลับ เป็น ๒ หน มันก็ใช้ได้ แต่ถ้าฟิล์มเขียวใช้ไม่ได้ ก็เลยได้สไลด์ขนาดใหญ่ ๖ x ๖ นิ้ว พอดีใช้กับเครื่องที่ทําขึ้น แล้วก็ถ่ายเอาตามที่ต้องการว่าควรจะมีอะไรบ้าง รวมทั้งก๊อปปี้รูปในหนังสือต่าง ๆ บางทีก็ถ่ายเอาเลย ในที่สุดก็ได้ผล ตามความประสงค์ เพียงแต่ว่ามันไม่สะดวก มันใหญ่โตเทอะทะ
เอาไปฉายให้คนดู เอาไปฉายในงานศพอาจารย์ผมที่เคยเป็นสมภารวัดใหม่พุมเรียงก็เคย อาจารย์ หนุนนั่นแหละ (หัวเราะ) หามกันไป เด็ก ๒ คนหาม แล้วก็ใช้เสื่อน้ํามันเป็นจอพ่นสีบรอนซ์เข้าด้านหลัง กาง ออกเป็นจอ (หัวเราะ) ยาววากว่า โกลาหลที่สุดแหละ (หัวเราะ) ต้องใช้เด็ก ๔-๕ คน แรก ๆ ไปถึงไหนก็ ตื่นเต้นที่นั่น ทําอย่างนี้อยู่ปี ๒ ปีได้ จึงใช้เครื่องสําเร็จรูปของฝรั่ง ที่หมอไพบูลย์ให้เป็นรุ่นแรก รุ่นต่อมา กมล สุโกศล ให้ ก็ดีขึ้น แล้วก็ได้เครื่องที่กระทรวงศึกษาธิการช่วยซื้อให้ก็ดีที่สุด (หัวเราะ) สําหรับเครื่อง สไลด์
จาก เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า 288-290
หมายเหตุ
* เรื่องวันหนึ่งในสวนโมกข์
จาก หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ -BIA-
จาก Buddhadharm
.
อ่านย่นความ เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา * ทุกตอน *
ในเวปไซต์ #สืบสานงานท่านพุทธทาส
.
สนใจหนังสือติดต่อ : มูลนิธิโกมลคีมทอง
โทร 02-412-0744 02-866-1557
สโมสรธรรมทาน,หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ
.
ฟังเสียงเล่าไว้ฯ ราวปี 2527-2528
.
อ่าน PDF
.
ความเดิมตอนแรก ที่มาของงานนี้
.
อัตชีวประวัติในวัยหนุ่มของพุทธทาสภิกขุ
โฆษณา