กรณีศึกษา NER ธุรกิจยางพารา หมื่นล้าน ในภาคอีสาน
1
รู้หรือไม่ว่าแหล่งผลิตยางพาราคุณภาพของประเทศไทยนั้น
นอกจากพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออกแล้ว
ยังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่เกษตรกรนิยมปลูกยางพารา และสามารถผลิตน้ำยางที่มีคุณภาพไม่แพ้ที่อื่น ๆ นั่นคือ พื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ ซึ่งกินพื้นที่กว่า 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
 
วันนี้ เราจะมาเล่าถึงบริษัทหนึ่งในตลาดหุ้นไทย ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชื่อว่าบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER
5
NER ทำธุรกิจอะไรบ้าง และเติบโตมาไกลแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
2
NER ก่อตั้งโดย คุณชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์
เดิมทีครอบครัวคุณชูวิทย์ประกอบอาชีพทำลานมันเส้นที่จังหวัดบุรีรัมย์
จนเมื่อปี พ.ศ. 2527 คุณพ่อของคุณชูวิทย์ได้ริเริ่มการปลูกยางพาราในพื้นที่อีสานใต้
ทำให้เกษตรกรในภาคอีสาน เริ่มสนใจและหันมาปลูกยางพาราเพื่อสร้างรายได้
 
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นก็คือ ที่ภาคอีสานนั้น “ไม่มีสถานที่รับซื้อยางพารา”
คุณชูวิทย์และเกษตรกรคนอื่น ๆ ต้องนำผลผลิตยางพาราที่ได้มาไปขายที่จังหวัดระยอง
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและโดนกดราคา
 
แต่ปัญหาดังกล่าวก็ได้ทำให้คุณชูวิทย์เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ โดยเขาได้ตัดสินใจตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราขึ้นมาชื่อว่า “นอร์ทอีส รับเบอร์” หรือ NER ในปี พ.ศ. 2549
6
โดยเริ่มจากการรับซื้อยางจากเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียงและนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันขายให้กับคู่ค้าทั่วประเทศ
 
แต่ในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้น บริษัทได้เจอวิกฤติครั้งใหญ่
จากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยที่ไม่สต็อกของไว้ในมือ
เมื่อราคาของยางพาราวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้บริษัทไม่มีเงินพอไปซื้อของมาขายตามที่สัญญาไว้ได้
 
ตอนนั้นคุณชูวิทย์มีทางเลือกอยู่สองทาง
หนึ่งคือ การไม่ทำตามสัญญาแล้วออกจากธุรกิจนี้ไป
สองคือ การไปเจรจากับคู่ค้าโดยตรง
5
คุณชูวิทย์ตัดสินใจบินไปหาคู่ค้าที่สิงคโปร์ด้วยตัวเองและชี้แจงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยขอผ่อนชำระหนี้ในระยะยาวกับคู่ค้าแทน
1
ซึ่งคู่ค้าก็เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการแจ้งล่วงหน้า 3 เดือน ทำให้มีเวลาในการปรับตัว
และยังสามารถเป็นคู่ค้ากันต่อไปได้
 
ผลจากวิกฤติครั้งนี้ทำให้บริษัทเรียนรู้ข้อผิดพลาด
และเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจโดยการไม่ยุ่งกับตลาดซื้อขายล่วงหน้าอีก
แต่ใช้วิธี “Matching” คือ ซื้อเข้ามาแล้วขายออกเลย
หรือรับออร์เดอร์ขายเข้ามาก่อน แล้วค่อยซื้อเข้ามาเก็บไว้
ทำให้บริษัทไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของต้นทุนสินค้าอีกต่อไป
จุดนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว
แม้ว่าวัตถุดิบอย่างยางพาราจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ตัวหนึ่งที่มีวัฏจักรราคาหรือรอบของมันก็ตาม
8
เมื่อบริษัทมีความมั่นคงและเป็นที่รู้จักมากขึ้น
สามารถขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต
และออกสินค้าตัวอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมา
อย่างยางอัดแท่ง และยางผสม
ซึ่งเป็นที่ต้องการของทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ
 
ปัจจุบันรายได้หลักของ NER มาจากสินค้าหลัก 3 ตัว คือ
- ยางแผ่นรมควัน (RSS) 20%
- ยางอัดแท่ง (STR) 40%
- ยางผสม (Mixtures Rubber) 40%
1
หากแบ่งรายได้ตามภูมิศาสตร์แล้ว จะมาจากภายในประเทศ 65% ต่างประเทศ 35%
5
โดยลูกค้าของบริษัทมีสองกลุ่มหลัก ได้แก่
- ผู้ค้าคนกลาง
ทำหน้าที่รวบรวมวัตถุดิบทีละมาก ๆ และนำส่งกระจายไปยังผู้ผลิตต่าง ๆ
ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อย่างประเทศจีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย, ฮ่องกง และสิงคโปร์
- ผู้ผลิต
ลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตล้อรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น Bridgestone หนึ่งในผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก, Toyo Tires และ Linglong Tire บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์จากจีน
1
แล้วผลประกอบการของ NER เป็นอย่างไรบ้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ?
1
รายได้และกำไรของ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
ปี 2561 รายได้ 10,074 ล้านบาท กำไร 486 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 13,021 ล้านบาท กำไร 539 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 16,364 ล้านบาท กำไร 859 ล้านบาท
1
รายได้เติบโต 62% ขณะที่กำไรเติบโต 76% ในช่วงเวลา 2 ปี
ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ของ NER เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มาจากการปรับปรุงเครื่องจักรและสร้างโรงงานแห่งที่สองในบริเวณเดียวกัน
1
ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 232,800 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 465,600 ตันต่อปี หรือสองเท่าของกำลังการผลิตเดิม
 
นอกจากนี้ยังควบคุมต้นทุนการใช้พลังงานของบริษัท
ด้วยการสร้างโรงผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยใช้พืชพลังงาน, วัสดุเหลือใช้ และน้ำเสียภายในโรงงานในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการติดตั้ง Solar Roof บนหลังคาโรงงาน จึงทำให้บริษัทมีอัตรากำไรที่สูงมากขึ้น
ในอนาคต NER กำลังขยายไปสู่ธุรกิจปลายน้ำ บริษัทได้ลงทุนวิจัยผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และกำลังจะเปิดตัวสินค้าตัวแรก คือ แผ่นรองนอนปศุสัตว์ ในต้นปีหน้า
4
และนี่ก็คือธุรกิจทั้งหมดของ NER บริษัทยางพารามูลค่าหมื่นล้านที่อยู่ในภาคอีสาน ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ นั่นเอง..
 
References
1
โฆษณา