10 ธ.ค. 2021 เวลา 04:50 • การศึกษา
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน
ในทุกๆ วันศุกร์ (แห่งชาติ) แบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้มาพูดคุยและเสวนากันถึงหัวข้อ “ฝากคำถาม-เราจะมาตอบให้” นะครับ
ผมเพิ่งได้รับคำถามเข้ามาจากแฟนเพจท่านหนึ่งที่ได้ฝากคำถามมาในอินบ็อกซ์ของเพจ ซึ่งประเด็นของคำถามนั้นมีความเกี่ยวข้องกันกับโครงสร้างโครงถัก โดยที่ประเด็นของคำถามนั้นมีใจความดังต่อไปนี้นะครับ
“อยากสอบถามเกี่ยวกับโครงสร้างเหล็กรูปพรรณหน่อยว่า DIAGONAL TRUSS กับ SUB-TRUSS นั้นมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างและแต่ละอย่างนั้นทำหน้าที่อะไรบ้างครับ?”
พอผมได้อ่านคำถามๆ นี้ผมก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมานิดๆ ก็เลยได้ทำการถามกลับไปว่า ไม่ทราบว่าแฟนเพจท่านนี้เคยไปได้ยินคำว่า "DIAGONAL TRUSS" มาจากที่ใดครับ?
เนื่องด้วยเวลาที่เราใช้คำว่า “DIAGONAL” ในโครงสร้างโครงถัก เรามักจะพูดถึงหรือกำลังจะสื่อถึง “ชิ้นส่วนที่อยู่ในแนวทแยงมุม” หรือ “DIAGONAL MEMBER” หากเป็น “ชิ้นส่วนที่อยู่ในแนวดิ่ง” เรามักจะเรียกชื่อว่า “VERTICAL MEMBER” ซึ่งทั้งสองชิ้นส่วนนี้ต่างก็ต้องทำหน้าที่ในการรับทั้ง แรงดึง หรือ TENSION FORCE และ แรงอัด หรือ COMPRESSION FORCE ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของเจ้าชิ้นส่วนๆ นี้ก็คือ ทำหน้าที่เป็นค้ำยันทั้งในแนวทะแยงและในแนวดิ่งเพื่อเป็นการเพิ่มระดับของความมีเสถียรภาพหรือ STABILITY ให้แก่ “ชิ้นส่วนที่อยู่ในแนวราบ” หรือ “HORIZONTAL MEMBER”
ซึ่งก็จะมีทั้ง “ชิ้นส่วนที่อยู่ข้างบน” หรือ “TOP CHORD MEMBER” และ “ชิ้นส่วนที่อยู่ข้างล่าง” หรือ “BOTTOM CHORD MEMBER” ซึ่งตามปกติแล้วทั้งสองชิ้นส่วนนี้เรามักจะใช้ขนาดของชิ้นส่วนที่มีขนาดเท่าๆ กัน เนื่องด้วยทั้งสองชิ้นส่วนนี้ต่างก็ต้องทำหน้าที่ในการรับทั้งแรงดึงและแรงอัดเหมือนกันกับชิ้นส่วนที่อยู่ในแนวทแยงมุมและชิ้นส่วนที่อยู่ในแนวดิ่งด้วย ยังไงเพื่อนๆ สามารถที่จะดูรูปภาพประกอบ ที่ผมได้นำเอามาจากในอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประกอบคำอธิบายของผมได้นะครับ
ส่วนคำว่า “SUB-TRUSS” นั้นเรามักจะใช้เวลาที่พูดถึง “โครงสร้างโครงถักย่อย” ซึ่งก็จะทำหน้าที่หลักในการเพิ่มระดับของความมีเสถียรภาพให้แก่ “โครงสร้างโครงถักหลัก” หรือ “MAIN-TRUSS” ซึ่งถึงแม้ว่าเจ้าโครงสร้างโครงถักย่อยนี้จะไม่ได้มีหน้าที่รับแรงกระทำในแนวดิ่งและในแนวราบเหมือนกันกับโครงสร้างโครงถักหลักแต่เวลาที่ผู้ออกแบบนั้นทำการออกแบบโครงสร้างโครงถักนี้ก็ยังคงมีความจำเป็นต้องพิจารณาถึงความสามารถในการรับแรงกระทำตามแนวแกนอยู่ ที่สำคัญคือ ก็จะต้องทำการพิจารณาถึงเรื่องอัตราส่วนความชะลูดของโครงสร้างว่าต้องมีค่าไม่มากไปกว่าค่าพิกัดที่ยอมให้ตามที่มาตรฐานการออกแบบนั้นกำหนดให้ใช้ด้วย เนื่องจากหากปล่อยให้ค่าอัตราส่วนความชะลูดของโครงสร้างนั้นมีค่าที่มากจนเกินไป ก็จะส่งผลต่อเรื่องเสถียรภาพของระบบโครงสร้างโดยรวมได้นะครับ
ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมได้ทำการตอบคำถามได้อย่างครอบคลุมและเข้าใจถึงคำถามของแฟนเพจท่านนี้มากหรือน้อยเพียงใด หากว่าผมยังตอบตรงส่วนไหนได้ไม่ชัดเจนพอหรืออาจจะยังไม่เคลียร์พอ ผมรบกวนแฟนเพจท่านนี้กรุณาสอบถามเข้ามาใหม่โดยอาจจะทำการขยายความคำถามเข้ามาใต้โพสต์นี้หรือในช่องทางอินบ็อกซ์ก็ได้นะ เอาที่สะดวกแล้วกันครับ
หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ
#โพสต์วันศุกร์
#ฝากคำถามแล้วเราจะมาตอบให้
#อธิบายความหมายของคำว่าDIAGONALและSUBTRUSSในโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
ADMIN JAMES DEAN
Bhumisiam ภูมิสยาม
ผู้ผลิตรายแรก Spun MicroPile
1) ได้รับการรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตามมาตรฐาน ISO 45001:2018
2) ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO 9001:2015
3) ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015 UKAS ภายใต้การดูแลของ อังกฤษ
4) ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015 NAC ภายใต้การดูแลของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
5) ได้รับมาตรฐาน มอก. 397-2524 เสาเข็ม Spun MicroPile Dia 21, 25, 30 cm.
6) ผู้ผลิต Spun MicroPile ที่ได้รับ Endorsed Brand รับรองคุณภาพมาตรฐานจาก SCG
7) ผู้นำระบบ Computer ที่ทันสมัยผลิต เสาเข็ม Spun MicroPile
😎 ลิขสิทธิ์เสาเข็ม Spun MicroPile
9) เทคโนโลยีการผลิต จากประเทศเยอรมัน
10) ผู้ผลิต Spun MicroPile แบบ “สี่เหลี่ยม”
11) การผลิตคอนกรีตและส่วนผสม ใช้ Program SCG-CPAC
เสาเข็ม สปันไมโครไพล์ ช่วยแก้ปัญหาได้เพราะ
1) สามารถทำงานในที่แคบได้
2) ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง
3) หน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน
4) สามารถรับน้ำหนักได้ 20-50 ตัน/ต้น ขึ้นอยู่กับสภาพชั้นดินแต่ละพื้นที่
5) สามารถตอกชิดกำแพง ไม่ก่อให้โครงสร้างเดิมเสียหาย
สนใจติดต่อสินค้า เสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. โทร
☎ 082-790-1447
☎ 082-790-1448
☎ 082-790-1449
☎ 081-634-6586
โฆษณา