Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ChristianThai
•
ติดตาม
17 ธ.ค. 2021 เวลา 14:59 • การศึกษา
พระผู้ช่วยให้รอดของโลก
THE ONE
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ได้มีบุคคลมากมายที่มีอิทธิพลต่อโลกของเรา และในท่ามกลางบุคคลต่าง ๆ นั้น มีผู้หนึ่งที่มีอิทธิพลต่อโลกอย่างยิ่งใหญ่ ผู้นั้นก็คือ พระเยซูคริสต์
เพราะว่าทั้งคำตรัสและชีวิต รวมถึงพระราชกิจของพระองค์ล้วนแต่มีอิทธิพลต่อสังคมโลกจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่แวดวงปรัชญาหรือศาสนากำลังค้นหาความจริง พระเยซูคริสต์ได้เข้ามาในโลก แล้วตรัสว่า
เราเป็นความจริง
ยอห์น 14:6
ในขณะที่โลกกำลังแสวงหาทางที่จะรอดจากบาปพระเยซูคริสต์ได้เข้ามาแล้วประกาศตนว่า พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลกที่พระเจ้าทรงประทานให้กับมนุษย์
ซึ่งคำว่า “เยซู” ที่เป็นพระนามของพระองค์นั้นก็แปลว่า “ผู้ช่วยให้รอด” นั่นเอง
เพราะเหตุไรพระเจ้าจึงทรงประทานพระเยซูคริสต์ให้แก่โลกนี้?
นั่นก็เพราะว่าพระเจ้าทรงปรารถนาที่จะช่วยเหลือมนุษย์เราให้รอดพ้นจากความผิดบาปนั่นเองแท้จริงแล้วพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบและดีเยี่ยม แต่ทำไมต่อมาชีวิตของมนุษย์เราจึงตกต่ำและอยู่ในสภาพของคนบาปได้ล่ะ นั้นก็เพราะว่ามนุษย์เราไม่ยอมดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์ของพระเจ้า
ซึ่งตั้งแต่แรกเริ่มที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมานั้น พระองค์ก็ทรงประทานกฎเกณฑ์ให้กับมนุษย์ในการดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ และพระองค์ปรารถนาให้มนุษย์ทำตามกฎเกณฑ์ของพระองค์
แต่พระองค์ก็ไม่ได้บังคับมนุษย์ เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้มีอิสระในการตัดสินใจ มนุษย์จึงสามารถตัดสินใจเองว่าจะเชื่อฟังพระเจ้าและทำตามกฎเกณฑ์ของพระองค์หรือไม่ โดยพระองค์ได้ทรงบอกล่วงหน้าอย่างชัดเจนว่า ถ้ามนุษย์เราเลือกที่จะเชื่อฟังพระองค์ มนุษย์ก็จะอยู่อย่างมีความสุข แต่ถ้าเขาเลือกที่จะทำตามใจตนเองโดยไม่เชื่อฟังพระเจ้า เขาก็จะตกอยู่ในความผิดบาป และความบาปนั้นจะนำมนุษย์เราไปสู่ความตาย
นั่นไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าจะให้เขาตายเพราะเขาไม่เชื่อฟังพระองค์ แต่เป็นเพราะการไม่เชื่อฟังของเขานั่นเองที่ทำให้เขาต้องตาย... (พระเจ้าเปรียบเสมือนคุณพ่อที่เตือนลูกว่าอย่าเอานิ้วมือไปแหย่ ปลั๊กไฟ ซึ่งถ้าลูกเชื่อฟังคุณพ่อเขาก็จะไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าหากลูกไม่เชื่อฟังแล้วเอานิ้วไปแหย่ปลั๊กไฟ เขาก็จะต้องตายเพราะการไม่เชื่อฟังของเขานั่นเอง)
เราจะเห็นว่าพระเจ้าได้ทรงใส่มโนธรรมไว้ในจิตใจของมนุษย์ทุกคน เพื่อให้รู้ว่าสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด สิ่งไหนควรหรือสิ่งไหนไม่ควรซึ่งลึก ๆ ในใจของมนุษย์ล้วนปรารถนาที่จะทำในสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้อง แต่เพราะการใช้อิสระในการตัดสินใจในทางผิดจึงทำให้มนุษย์ต้องทำผิดทำบาปอยู่บ่อย ๆ ถ้าเราสัตย์ซื่อในการมองชีวิตของตัวเราเองแล้ว
เราก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เล็กจนโต เราต่างได้ทำในสิ่งที่เรารู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่สมควรทำจนนับครั้งไม่ถ้วน เราได้ทำบาปทั้งทางด้านตา ปาก มือ ใจ ดูที่ตาของเรา เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เราได้ใช้ตาของเราในทางที่ผิด มองในสิ่งที่ไม่สมควรมอง เราใช้สายตาเหยียดหยาม ฯลฯ
และเมื่อเราฟังคำพูดที่ออกมาจากปากเรา เราก็พบว่ามีคำพูดหลายคำที่เราพูดไม่ดี ใช้คำพูดทำร้ายคนอื่น นินทา พูดคำหยาบโกหก ฯลฯ ดูมือคู่นี้ของเราซิ! ลองถามตัวเองดูซิว่า มือคู่นี้ของเราไม่เคยขโมยหรือ? เราไม่เคยหยิบฉวยของของคนอื่นมาเป็นของตัวเองเลยหรือ? ดูใจเราซิครับ เรามีความคิดที่สกปรกคิดไม่ดี เกลียดชัง อิจฉาริษยา ฯลฯ
ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคน ทำให้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่คนบาป ดังนั้นเมื่อมนุษย์ทำบาป เขาจึงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองหลังจากที่เขาจากโลกนี้ไปแล้ว โดยจะต้องอยู่ต่อหน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้าเพื่อรับการพิพากษาลงโทษจากพระองค์ตามการกระทำของแต่ละคน และในที่สุดก็ต้องอยู่ในบึงไฟนรกเป็นนิจนิรันดร์
สภาพที่แท้จริงของมนุษย์
มีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในป่า แล้วพบแผ่นไม้แผ่นหนึ่งบนพื้นหญ้าข้างหน้าเขาซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า... “บริเวณนี้ห้ามเหยียบ” แต่เขาไม่เชื่อและเดินเหยียบลงไป ทันใดนั้นเองเขาก็ตกลงไปในหลุมที่ลึกมาก แท้จริงแล้วที่ตรงนั้นเป็นหลุมลึกที่นายพรานขุดไว้เพื่อดักสัตว์ และเขียนข้อความเพื่อไม่ให้คนที่เดินผ่านไปมาตกลงไปนั่นเอง
เมื่อชายคนนั้นตกลงไปแล้ว เขาก็พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยตนเองให้ออกจากหลุมลึกนี้ แต่ก็สิ้นหวัง เขาจึงร้องเรียกให้คนช่วย ขณะนั้นมีชายคนหนึ่งผ่านมา พอเห็นก็ถามเขาว่าทำไมจึงตกลงไปในหลุม เขาตอบว่า เพราะเขาไม่เชื่อฟังคำเตือนที่ป้ายเขียนไว้ ชายคนนั้นจึงบอกว่า “สมควรแล้ว สมน้ำหน้า!.. เพราะคุณไม่เชื่อฟัง ก็ต้องรับผลของการไม่เชื่อฟังรอความตายไปเถอะ” แล้วก็เดินจากไป
หลังจากไม่นานก็มีชายคนที่สองเดินผ่านมา เมื่อได้ยินเสียงก็เข้ามาถามเช่นคนแรก เขาก็ตอบว่าเพราะไม่เชื่อฟังคำเตือน ชายคนนี้จึงถามว่า เวลาเขาตกลงไปในหลุมนั้นมีคนผลักลงไปไหม?... เขาก็ตอบว่าไม่มี เขาตกลงไปเอง ชายคนนั้นจึงพูดว่า “ในเมื่อคุณตกลงไปเอง ไม่มีใครผลัก คุณก็ช่วยตัวคุณเองซิ!” แล้วก็เดินจากไป
ต่อมาก็มีชายคนที่สามผ่านมา แล้วถามเขาถึงสาเหตุเขาก็ตอบเช่นเดิม ชายคนที่สามจึงพูดว่า “เอาอย่างนี้ซิ ขอให้คุณหลับตา แล้วคิดว่าตัวเองลอยขึ้นมาจากหลุมนี้ แล้วคุณก็จะมีความสงบไม่ร้อนใจ และจะลอยออกจากก้นหลุมได้” ชายที่ตกหลุมก็ลองทำดูขณะหลับตาคิดอยู่นั้น ก็รู้สึกดูเหมือนว่าตนเองลอยพ้นหลุมนั้นแล้ว
แต่เมื่อลืมตาก็เห็นว่าตนนั้นยังนั่งอยู่ในก้นหลุมเหมือนเดิม จึงบอกว่าเขาทำไม่ได้ ชายคนที่สามจึงกล่าวว่า “การที่คุณทำไม่ได้นั้น ก็เพราะคุณมีบาปหนาเกินไป ก้มหน้ารับบาปของคุณไปเถิด” แล้วก็เดินจากไป
ขณะที่ชายตกหลุมคนนี้กำลังหมดหวังนั่งกอดเข่าอยู่ที่ก้นหลุมรอความตายอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งยื่นหน้าโผล่มาที่ปากหลุม แล้วตะโกนถามเขาว่า “เพื่อนเอ๋ย! ทำไมจึงตกลงไปในนั้น?”..เขาก็ตอบว่า “เพราะว่าผมไม่เชื่อฟังคำเตือน เมื่อมีคนผ่านมา บางคนก็สมน้ำหน้าผม บางคนก็ให้ผมที่จะช่วยตนเอง บางคนก็บอกว่าผมนั้นมีบาปหนา ตอนนี้ก็มาถึงคุณ คุณจะว่าหรือซ้ำเติมอะไรผมอีกล่ะ?”...
ชายคนนั้นจึงกล่าวว่า “ผมไม่ได้มาซ้ำเติมคุณ และผมก็ไม่ได้มาบอกวิธีคุณ แต่ผมมาเพื่อจะถามว่าคุณอยากขึ้นมาจากหลุมนี้ไหม?... ถ้าคุณอยาก ผมก็จะช่วยคุณ”... “อยากซิ!...ช่วยผมหน่อยเถอะครับ” “ถ้าอยากก็ยื่นมือมา ผมจะเอาเชือกหย่อนไปให้แล้วดึงคุณขึ้นมา” หลังจากนั้นชายคนนั้นก็ขึ้นมาจากหลุมนั้นได้ โดยการช่วยเหลือของชายคนสุดท้าย...
พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ช่วยท่านได้
ผู้อ่านที่รัก เรื่องข้างต้นนี้เป็นสภาพที่แท้จริงในชีวิตของมนุษย์ เราจะเห็นว่ามนุษย์เราล้วนตกอยู่ในหลุมลึกแห่งความบาป ซึ่งเมื่อเราตกอยู่ในหลุมแห่งความบาปแล้วเราก็พยายามที่จะดิ้นรนต่อสู้กับความผิดบาปเหล่านี้ แต่พยายามแล้วพยายามเล่าก็ไม่สามารถที่จะช่วยตนเองให้พ้นจากความผิดบาปหรือเอาชนะความบาปได้เลย...
บางครั้งผลที่เราทำความผิดบาปก็ปรากฏชัด จึงทำให้บางคนก็สมน้ำหน้าเรา หรือมีบางคนก็ให้เราหาทางที่จะช่วยตนเอง และก็มีบางคนก็แนะนำวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เรารู้สึกว่าหลุดพ้นจากความผิดบาปได้บ้างหรือมีความรู้สึกที่ดีขึ้น แต่เมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้วมองดูตัวเอง เราก็ต้องพบว่าเรายังอยู่ในหลุมแห่งบาปเหมือนเดิม
แต่ถึงแม้มนุษย์เราจะทำบาป พระองค์ก็ยังทรงรักมนุษย์และไม่อยากให้มนุษย์ต้องรับโทษและต้องอยู่ในนรกซึ่งเป็นดินแดนแห่งความเจ็บปวดและน่ากลัว ดังนั้นพระองค์จึงได้ทรงจัดเตรียมหนทางเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดจากบาป โดยทรงให้พระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาเป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากหลุมลึกแห่งบาปนั้น
แต่เพราะเหตุความผิดบาปที่มนุษย์เราทำนั้นต้องมีการลงโทษ ดังนั้นวิธีเดียวที่พระเยซูคริสต์จะช่วยมนุษย์ได้ก็คือพระองค์ต้องรับการลงโทษบาปแทนมนุษย์ ซึ่งพระคริสตธรรมคัมภีร์ก็ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูคริสต์ได้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนทั้ง ๆ ที่พระองค์ไม่มีบาปเลย แต่การที่พระองค์ทรงยอมถูกตรึงและยอมตายก็เพื่อเป็นการรับโทษความผิดบาปแทนมนุษย์
และหลังจากที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้วในวันที่ 3 พระองค์ก็ทรงฟื้นจากความตายและทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงมีชัยชนะต่ออำนาจของความบาปและความตาย นั่นจึงแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงสามารถช่วยคนทั้งปวงให้รอดจากอำนาจเหล่านั้นได้เช่นเดียวกัน...
ผู้อ่านที่รัก... เพราะว่าพระเจ้าทรงรักท่าน พระองค์จึงไม่อยากให้ท่านจมอยู่ในความผิดบาปอีกต่อไป แต่พระองค์ปรารถนาที่จะช่วยท่านจนยอมให้พระเยซูคริสต์มาตายบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษบาปแทนท่าน เพื่อท่านจะไม่ต้องรับการพิพากษาโทษจากพระองค์อีกต่อไปยิ่งกว่านั้นก็คือ พระองค์จะทรงประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ท่าน และจะให้ท่านจะได้อยู่ในสวรรค์กับพระองค์ตลอดไป
บัดนี้ท่านมีโอกาสที่จะรอดจากบาปแล้ว ขอให้ท่านทราบเถิดว่า มีเพียงพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่สามารถช่วยท่านให้พ้นจากบาปได้... ถ้าท่านปรารถนาที่จะให้พระองค์เป็นพระผู้ช่วยท่านให้รอดจากบาปแล้ว ก็ขอให้ท่านอธิษฐานทูลต่อพระองค์ดังนี้
“ข้าแต่พระเจ้า... บัดนี้ข้าพระองค์ขอยอมรับว่า ข้าพระองค์ได้ทำความผิดบาปมากมาย ข้าพระองค์สมควรรับการลงโทษ แต่ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตายกโทษความผิดบาปให้แก่ข้าพระองค์ด้วย ข้าพระองค์ขอพึ่งในการช่วยเหลือของพระเยซูคริสต์ ขอพระองค์ทรงโปรดรับโทษความผิดบาปแทนข้าพระองค์ด้วยเถิด... ขอบพระคุณสำหรับการทรงช่วยเหลือที่มีต่อข้าพระองค์ ขออธิษฐานในพระนามของพระเยซูคริสต์ อาเมน”
ถ้าท่านได้อธิษฐานตามประโยคข้างต้นนี้ด้วยความจริงใจแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจเถิดว่า พระเยซูคริสต์ได้ทรงรับโทษความผิดบาปแทนท่านแล้วอย่างแน่นอน และพระองค์จะทรงนำทางชีวิตของท่านตลอดไป
“คำนี้เป็นคำจริงและสมควรที่มนุษย์ทุกคนจะรับไว้คือว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาในโลก เพื่อจะได้ทรงช่วยคนบาปให้รอดจากความผิดบาปของเขา” พระธรรม 1 ทิโมธี 1:156
ผู้เขียน อาจารย์นิกร สิทธิจริยาภรณ์
สารบัญ Blockdit christianthai
https://www.blockdit.com/posts/62bc6a5483c9c7afe1978688
ซีรีส์ หนังสือเสียงคริสเตียน
https://www.blockdit.com/series/6494669e4e915381ad23f92e
ซีรีส์ แบ่งปันข้อพระคัมภีร์โดย ChatGPT
https://www.blockdit.com/series/6442a9778df4b54742d64a3f
ซีรีส์ ใบปลิวคริสเตียน
https://www.blockdit.com/series/6443f153175a891238f59001
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ใบปลิวคริสเตียน
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย