No Time To Die เริ่มเรื่องที่ความสัมพันธ์ระหว่างพยัคฆ์ร้าย 007 ‘เจมส์ บอนด์’ และสาวของเขา ‘แมดเดอลีน สวอนน์’ (รับบทโดย เลอา แซดู) หลังจากที่บอนด์ปลดประจำการและมาฮันนีมูนกับภรรยาที่อิตาลี แต่ความสงบก็มักจะอยู่ไม่นาน แถมในครั้งนี้หัวใจของบอนด์ยังแตกสลายไปพร้อมความเชื่อใจ เขาและเธอต้องจากกันทั้งที่ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น
“แน่นอนครับ นี่เป็นหนังบอนด์ และหนังบอนด์ก็เป็นหนังแอ็กชันผจญภัย เรามีเรื่องแบบนั้นเยอะแยะ แต่ในการทำให้หนังแอ็กชันผจญภัยเวิร์ก คุณก็ต้องมีองค์ประกอบบางอย่างของความจริง และคุณก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่น่าพึงพอใจให้ผู้ชมได้ใส่ใจไปกับตัวละคร ดังนั้น ใน No Time To Die มันก็เลยมีเรื่องราวความรัก แต่มันซับซ้อนจริง ๆ และก็หวังว่ามันจะเป็นเรื่องที่มีเสน่ห์เมื่อได้ดูนะครับ”
ซึ่งซาฟินในเรื่องนี้เป็นตัวร้ายสีเทาที่มีปมและสั่นประสาทได้เป็นอย่างดี เขาและบอนด์แตกต่างกันเพียงวิธีการที่ใช้ในการมองและจัดระเบียบโลก ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้นำมาสู่เหตุการณ์ในภาค No Time To Die ที่เครกจะได้รับบทเป็นบอนด์ครั้งสุดท้าย
#การเป็นบอนด์ครั้งสุดท้าย
“กับ No Time To Die มันมีเรื่องราวที่ชัดเจนที่จะต้องจบ มีปมมากมายที่เราต้องขมวดให้จบ ผมคิดว่าเราได้บอกเล่าเรื่องราวนั้นไปและปิดฉากทุกอย่างได้เรียบร้อย”