31 ธ.ค. 2021 เวลา 04:11 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
รู้หรือไม่? ทำงานหลายอย่างพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ทำให้สมองเสื่อม!
การใช้งานสมองทำงานแบบ multitask มีข้อด้อยตรงที่ สามารถทำให้สมองล้า เปลี่ยนแปลงในทางเสื่อม และพบว่า ไอคิวลดลงราว ๆ 15 แต้ม ค่ะ ขอบคุณภาพจากอ้างอิง
🌟มาดูกันค่ะ เวลาที่คนเราทำงานแต่ละอย่าง สมองต้องทำงานหนักขนาดไหน
1
🧍‍♂️ยกตัวอย่าง“การลุกขึ้นยืน”
และ”การเดิน” เราใช้สมองส่วนไหนและใช้ทำอะไรบ้าง
1
1. ใช้สมองส่วนหน้า(ฟรอนทัล)ในการคิดว่าจะเริ่มต้นลุกขึ้นแล้วยืน..น่ะ มันทำยังไง
1
- ตรงนี้คนเราต้องมีความจำได้และรู้วิธีที่จะยืนขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยการถ่ายน้ำหนักไปที่เท้า การแยกเท้าให้กว้างพอเหมาะ การบาล้านซ์น้ำหนักไปหน้า-หลัง ซ้าย-ขวาระหว่างยืน
1
2. ใช้สมองน้อย(เซเรเบลลัม)ในการทรงตัวยืนให้มั่นคง
1
- สมองน้อยเป็นตัวรับคำสั่งจากสมองส่วนหน้าแล้วส่งผ่านโดยมีทางด่วนวิ่งปรู๊ดไปที่เส้นประสาทไขสันหลัง
2
- สมองน้อยมีบทบาทสำคัญอีกในการทำให้การเคลื่อนไหวของคนเรามันราบรื่น ไม่สั่นเป็นสันนิบาตนก ไม่โงนเงน
1
3. เส้นประสาทไขสันหลัง
- ถัดจากข้อ1,2 สมองส่วนหน้าจะสั่งการเส้นประสาทไขสันหลัง(ซึ่งก็คือสมอง)ให้ไปสั่งการกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัว และกล้ามเนื้อที่หดตัวถึงจะไปดึงให้กระดูกเคลื่อนที่พาตัวคนออกไปข้างหน้า เป็นการเริ่มต้นเดิน..
1
เห็นแล้วหรือยังคะว่า แค่การลุกขึ้นยืนและเดิน ต้องใช้สมองหลาย ๆ ส่วนทำงาน
1
📍 สมองได้พลังงานมาจากไหน และต้องใช้พลังงานเท่าไหร่
1
🧠รับพลังงานมาจากเลือดที่หัวใจเป็นคนปั๊มหมุนเวียนไปเลี้ยงทั่วร่างกายเราและสมองต้องการพลังงานสูงมาก ซึ่งคือต้องการเลือดมาเลี้ยงมาก ๆ นั่นเอง
1
สมองใช้พลังงานสักเท่าไหร่?
สมองใช้พลังงานมากในแต่ละวัน มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่าสมองใช้เลือดถึง 15% ของเลือดที่หัวใจสูบฉีดออกมาเลี้ยงทั่วร่างกาย หรือพูดง่าย ๆ ว่า สมองต้องการเลือดมาหมุนเวียนถึง 750 มิลลิลิตร/1นาที
1
👉นอกจากนั้นสมองยังต้องใช้เลือดอีกราว 50-54 มิลลิลิตร ต่อเนื้อสมองหนัก 100 กรัมในการกำจัดสารพิษหรือของเสียจากการทำงานของสมอง ของเสียนั้นได้แก่
- กรดแลคติค(lactic acid)
-คาร์บอนไดออกไซด์(carbondioxide)
- ของเสียจากการเผาผลาญ(metabolic products)
(อ้างอิงstanford university study)
2
📍สมองต้องการพลังงานหรือเลือดมาก ๆ ในเวลาใดบ้าง?
1
🧠จะมีความต้องการให้เลือดไหลเวียนมากกว่าปกติอีกหลายสิบเท่า เมื่อเราใช้ความคิดไตร่ตรอง คิดประยุกต์หรือวิเคราะห์
2
👉ดังนั้นการที่คนคนหนึ่งใช้สมองทำงานที่ต้องใช้ความคิดเชิงตรรกกะ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ หลาย ๆ ด้านพร้อมกัน จึงเกิดอาการสมองเสื่อม ร่างกายอ่อนเพลียได้เพราะใช้เลือดไปเยอะนั่นเอง
1
📍 อย่าปล่อยให้สมองเสื่อมก่อนวัย
ถ้าเราใช้🧠ของเราทำงานพร้อม ๆ กันหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า มัลติท้าสค์ ล่ะ
❔จะเกิดอะไรขึ้น
มารู้จักกันก่อนค่ะว่า การทำงานหลายอย่างพร้อมกันในเวลาเดียว หรือมัลติท้าสค์ หรือ Multi-Tasking คืออะไร
2
📍 มัลติท้าสค์ คือการที่คนคนหนึ่ง ทำงานมากกว่าหนึ่งทักษะในเวลาเดียวกัน เช่น คนทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ในสายงานเชี่ยวชาญการตลาดแบบ Digital Marketing แต่ทำงานวางแผน วิเคราะห์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ควบไปด้วย
ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ สกิล วิชาชีพเฉพาะ ใช้ทักษะ ความคิดอย่างมากทั้งสองงาน
4
หรือคนเป็นครู นักวิชาการ นักสถิติ นักวิจัย นักอ่านหนังสือ นักวิทยาศาสตร์และ/หรือบางคราวก็ยังเป็นธุรการเองด้วยในบางครั้ง..เอ คุ้น ๆ แฮะ😱
2
📍 การทำงานแบบมัลติท้าสค์ มีข้อเสียหรือไม่
มีอย่างแน่น้อน แน่นอน😱❕(สียงสูงปรี๊ด..เป็นอยู่ค่ะ)
1
- จะเกิดอาการอ่อนเพลียเป็นพิเศษ
*เหมือนเวลาเราออกกำลังกายหนัก ๆ แล้วกล้ามเนื้ออ่อนล้านั่นเอง
2
- 🧠ใช้พลังงานมาก จะรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ๆ มากกว่าคนอื่น ๆ เพราะทำงานหลายงาน ต้องคิดหลายเรื่อง หลายชั้น
1
- ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเพราะความคิดวิ่งเร็วเกินไปจนสับสน
1
- ทำงานไม่สำเร็จ หรือ ผลสัมฤทธิ์ช้าลงหรือลดลง
- ก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงาน เพราะไม่สามารถโฟกัสงานแบบเน้นงานเดียว เกิดสับสนอย่างที่กล่าวแล้ว หรือคิดสลับสมองไม่ทันจนผิดพลาด
1
- และสุดท้ายที่สำคัญมากคือ👇👇
  • นักวิจัยพบว่าไอ้เจ้ามัลติทาสก์นี่ทำให้ระดับ IQ ลดลงได้ถึง 15 จุด
2
👉บางการศึกษา(ในอังกฤษ)พบว่าผู้ชายวัยทำงานที่ชอบทำงานที่ต้องใช้สกิลต่างกัน พร้อม ๆ กันสองอย่างในเวลาเดียวกัน เมื่อทดสอบวัดไอคิวแล้วพบว่าไอคิวจะลดลงไปเท่ากับเด็กๆ ที่อายุ 8ขวบเท่านั้น(อ้างอิง)
3
👉หรือคิดเทียบเท่าได้กับการสูบกัญชา หรือการอดนอนมาทั้งคืน จึงล้าเป็นพิเศษ และถ้าทำซ้ำ ๆ กันมานาน สมองของคน ๆ นั้นจะเกิดบาดเจ็บและอันตราย หรือที่เรียกว่า สมองเสื่อมได้ค่ะ
1
📍ทำงานทีละชิ้น หรือทำแบบมัลติท้าสค์ ดีกว่ากัน
สมองของคนเราจะทำงานได้ดีกว่าเมื่อมีสมาธิ เพราะฉะนั้นการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งทีละเรื่องย่อมดีกว่า
1
🌟การกวาดเอางานทั้ง3, 4, 5 หรือมากกว่านั้นมากองไว้บนโต๊ะ หยิบชิ้นแรกมาทำ ยังไม่เสร็จ เอ้าขอหยิบชิ้นที่สองมาแอบดูสักนิด “โธ่ ๆ ชิ้นที่สาม สี่ ก็น่าจะทำได้ไม่ยาก...” นั้นพาให้เสียการเสียงาน แทนที่จะทำงานเสร็จเป็นเรื่อง ๆ ไป
2
สุดท้ายคือ👇
  • ทำไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน
  • ดังนั้นทำทีละชิ้นดีกว่าแน่นอนค่ะ
1
นักวิจัยยังเผยด้วยว่า👇
😱มัลติท้าสก์มีผลต่อความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการหยั่งรู้เข้าใจความรู้สึก และการควบคุมอารมณ์ของตนเองด้วย
1
😱เพราะฉะนั้นยิ่งเอางานมาสุมไว้มากชิ้นเท่าไหร่ เราก็จะเครียด รู้สึกรุ่มร้อนและหงุดหงิดมากขึ้นค่ะ
1
🌟มัลติท้าสค์ เป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่างๆ จริงมั้ย❔
ใช่หรือไม่❔
2
จริงค่ะ แต่ แต่ ๆๆๆ👇
- ความสามารถเชิงนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกอาชีพ
- คนที่ทำได้ดีจริง ๆ เกิดจากนิสัยพื้นฐาน การถูกฝึกและปรับสมองให้สามารถรองรับความเครียดและการทำงานแบบนี้ ต้องฝึกมาค่ะ
2
# ลักษณะคนที่ทำมัลติท้าสค์ได้
ลักษณะที่ชัดเจนคือมีความเป็นอิสระส่วนตัวสูง มีความเป็นอัจฉริยะ จัดสรรลำดับงานเก่ง เรียงลำดับความสำคัญเก่ง และรู้จักตัวเองเป็นอย่างดี
1
เข้าใจตัวเองดีว่าทำงานได้ดีในสภาวะแบบไหน เช่น
- รู้ว่าตัวเองทำงานในที่เงียบ เงียบมาก ๆ
- หรือต้องเปิดเพลงคลอ
- รู้วิธีการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการทำงานสำเร็จไปถึงฝั่ง
- มีความพยายามสูง
- มีความอึด มุมานะ และอดทน
1
ซึ่ง ณ ยุคปัจจุบันเราเจอได้ในคนรุ่นใหม่วัยยุคเจนวาย(generation Y) หลาย ๆ คนเลยค่ะ
1
ป้าพาฝากไว้
🔘 สมองใช้พลังงานจากเลือดปริมาณมาก การทำงานทีละหลาย ๆ เรื่องทีเดียวกันยิ่งทำให้สมองต้องการเลือดมากขึ้น วันแล้ววันเล่าเป็นแแบนี้ สมองก็มีสิทธิ์ เป็นสมองเสื่อม หรือสมองดับ หรือไอคิวลดลง
1
🔘อย่าลืมฝึกทำสมาธิเพื่อเป็นการ พักสมอง รีเฟรชสมอง เพื่อดูแลทะนุถนอม สมองที่มีประสิทธิภาพไว้นาน ๆ
1
🔘 multitask มีประโยชน์ เป็นที่ต้องการขององค์กรและหน่วยงานทั่วไป
1
🔘 การใช้งานสมองทำงานแบบ multitask มีข้อด้อยตรงที่ สามารถทำให้สมองล้า เปลี่ยนแปลงในทางเสื่อม และพบว่า ไอคิวลดลงราว ๆ 15 แต้ม ค่ะ
1
อ้างอิง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา