คำว่าวิญญาณนี่นะ
เชื่อว่ามีผู้คนไม่น้อยเลย
ที่คิดว่าวิญญาณเนี่ย คือผี
เชื่อกันว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งสัตว์ทั้งคน
มีวิญญาณเป็นของตัวเอง สิงอยู่ในร่างกาย
พอร่างกายจะตายวิญญาณนี้จะออก ล่องลอย
ไปตามเวรตามกรรมหรือไปเกิดใหม่
คนส่วนใหญ่เขาเชื่อกันอย่างนั้น
ที่จริงแล้วคำว่าวิญญาณเนี่ย
มาจากศาสนาพราหมณ์
แล้วก็เอามาผสมปนเปกับศาสนาพุทธ
ต้องเข้าใจก่อนว่าพุทธศาสนาของเราเนี่ย
มันถูกนำมาผสมกันระหว่างศาสนาพราหมณ์
แล้วก็ถูกเรียกชื่อว่าพุทธศาสนา
มันมีคำสอนของพระพุทธเจ้ากับคำสอนของพราหมณ์ปะปนกันอยู่
มันมีคำสอนอยู่ 2 ระดับ
พราหมณ์เป็นคำสอนระดับศีลธรรม
พุทธเป็นคำสอนระดับปรมัตถธรรม
1
ศีลธรรมเป็นคำสอนเพื่อความปกติสุข
ปรมัตถธรรมเป็นคำสอนเพื่อความหลุดพ้น
1
ถ้าอยากรู้ว่าวิญญาณคืออะไร
เราก็ต้องยกเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามา
ว่าขันธ์ 5 ทำงานอย่างไรและประกอบด้วยอะไร
รูป คือ ร่างกาย ภาพที่มองเห็นเป็นตัวตน
สัญญา คือความจำ การจำได้หมายรู้
เวทนา คือความรู้สึกเย็นร้อนอ่อนแข็ง
สังขาร คือการปรุงแต่งของจิต
วิญญาณ คือการรับรู้
1
และคำว่าจิต ประกอบไปด้วย
เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
1
เพราะฉะนั้นคำว่าจิต
ก็เกิดจากการทำงานของระบบวิญญาณ
คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เป็นประตูแห่งการรับรู้
นำไปสู่คำว่าสัญญา คือความจำ
ว่าสิ่งนี้คือต้นไม้ คนนี้ชื่ออะไร นี่คือรถยนต์
นี่คือสีแดง มันคือสีดำ เป็นต้น
1
ขั้นตอนต่อไปคือการเกิดสังขาร การปรุงแต่ง
รวมไปถึงการอุปทานหมู่ ค่านิยม การหล่อหลอม TV facebook YouTube บทละคร 
และขั้นตอนสุดท้ายคือนำไปสู่คำว่า เวทนา
คือความรู้สึก เจ็บปวด เศร้า เหงา ผิดหวังสมหวัง มีความสุข ปวดเมื่อย แสบทุรนทุราย
หนาว ร้อนเหมือนไฟ อ่อนนุ่มหรือแข็งกระด้าง หรือสัมผัสที่ลึกซึ้ง
1
โดยขั้นตอนทุกอย่างนี้
จะอาศัยร่างกายเกิดขึ้นมา
1
เมื่อหากเราลองๆพิจารณาดูว่า
ถ้าเราถูกกระสุนยิงที่หัว ร่างกายดับ ตาย
ขันธ์ 5 ไม่มีที่อยู่อาศัย
ระบบวิญญาณคือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
หยุดทำงานหมด สัญญาความจำก็สิ้นสุด
สังขารก็หมดสิทธิ์ที่จะปรุงแต่ง
เวทนาก็ดับหมดความรู้สึก
ในเมื่อวิญญาณต้องอาศัยร่างกายเป็นที่เกิด
หากไม่มีร่างกาย วิญญาณก็ไม่มี
เมื่อร่างกายตายใช้งานไม่ได้
แล้ววิญญาณมันยังจะมีได้อย่างไร จริงไหม
1
แล้วเหตุใดคนที่เจอผีหลอก
ถึงพูดกันว่า โดนวิญญาณคนตายมาหลอก
น่าคิดไหมครับ แล้วผีมันคืออะไรกันแน่
ในเมื่อวิญญาณของพุทธศาสนามันดับไปแล้ว
1
แสดงว่าที่เราเจอผีหลอก มันไม่ใช่วิญญาณ
แต่มันเป็นอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน
อธิบายมาถึงตรงนี้ 
ขอให้ลองใช้หลักการที่กล่าวมาข้างต้น
ใช้อ้างอิงและอธิบายกับสิ่งอื่น
เช่น สุนัข แมว ก็มีขันธ์5 
ต้นไม้ก็มีรูป รถยนต์ก็มีส่วนประกอบ
หากเราจับทุกอย่างแยกส่วนกัน
แบบอสุภกรรมฐาน
เราก็จะเห็นว่า อ้าว แม่ง ทุกอย่างไม่มีตัวตน
ไม่มี เรา เขา หรืออะไรทั้งนั้น
ทุกอย่างแค่มาประชุมรวมกัน
แล้วรอมันแตกสลาย
ความจริงในข้อนี้เป็นขั้นปรมัตถสัจจะ
เป็นความจริงขั้นสูงสุด
เมื่อเข้าถึงความจริงในข้อนี้แล้ว
เมื่อมองต้นไม้ ก็ไม่เห็นเป็นต้นไม้
เมื่อมองคน ก็ไม่เห็นเป็นคน 
ไม่มีตัวตนเราเขาหรืออะไรทั้งนั้น
ทุกอย่างจะเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปเป็นอนัตตา
ทั้งหมดทั้งมวลที่เราเกิดมา
ที่เรารู้สึกมันเป็นแค่เรื่องสมมุติ เป็นโลกสมมุติ
เป็นโลกในฝันที่เราไม่มีวันตื่น
เหมือนกับเรื่อง the matrix ไงล่ะ
ที่พระเอก นีโอ ไม่รู้ตัวเองว่า
กำลังอาศัยอยู่ในโลกจำลอง
คำว่าผีก็อาจจะเป็นแค่อาการติดบัคของจักรวาล
เป็นแค่ความคลาดเคลื่อนเป็นข้อมูล
ที่กำลังรอวันล้างออกจากระบบวัฏสงสาร
โลกทั้งโลกอาจจะเป็นแค่ข้อมูล NPC
ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงเลยก็ได้นะ
  • 2
โฆษณา