Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Sarakadee Lite
•
ติดตาม
31 ธ.ค. 2021 เวลา 05:11 • ข่าวรอบโลก
ย้อนไทม์ไลน์ ประวัติศาสตร์การเคาท์ดาวน์ และธรรมเนียมการปล่อยลูกบอลครัสตัล Ball Drop สัญลักษณ์ประจำย่านไทม์สแควร์
ย่านไทม์สแควร์ มหานครนิวยอร์ก เป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คระดับโลกสำหรับการฉลองเคาท์ดาวน์ นับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไฮไลต์ไม่ใช่แค่ความบันเทิงที่อัดแน่น แต่สิ่งที่ผู้คนรอคอยคือธรรมเนียม Ball Drop การปล่อยลูกบอลยักษ์ (Times Square Ball) จากยอดตึกวันไทม์สแควร์ (One Times Square) ในค่ำคืนนับถอยหลังก้าวสู่ปีใหม่ ซึ่งการปล่อยลูกบอลยักษ์นี้เป็นธรรมเนียมที่ทำต่อเนื่องมานานกว่า 114 ปี
ไทม์สแควร์ (Time Square) เป็นชื่อย่านดังในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เริ่มจากเป็นย่านค้าขายธุรกิจรถม้าลากของมหาเศรษฐีอเมริกันยุคบุกเบิกประเทศอย่าง วิลเลียม เอช. แวนเดอร์บิลต์ (William H. Vanderbilt) อันที่จริงชื่อดั้งเดิมของไทม์สแควร์ คือ ลองเอเคอร์ สแควร์ (Long Acre Square หรือ Longacre Square) ซึ่งไม่ใช่แค่จัตุรัสกลางเมืองที่เป็นพพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ แต่ยังได้รวมอาคารสูงรายรอบที่เป็นทั้งอาคารศูนย์ธุรกิจการค้า และอาคารอพาร์ตเมนท์ที่อยู่อาศัยของชาวนิวยอร์กผู้มีฐานะดี
เรียกได้ว่าไทม์สแควร์ ถือเป็นย่านธุรกิจสำคัญของเมืองนิวยอร์กและเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันหรูหรา ต่อมาในช่วงคริสตทศวรรษ 1890-1900 ตรงกับ 10 ปีสุดท้ายก่อนข้ามผ่านสู่ศตวรรษที่ 20 ย่านไทม์สแควร์กลายเป็นแหล่งกิจกรรมความรื่นเริงบันเทิงสุดเหวี่ยง ก่อนจะกลายเป็นย่านเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าของชาวนิวยอร์ก และต้นแบบของงานเคาท์ดาวน์ติดอันดับโลกในปัจจุบัน
ไทม์ไลน์งานเคาท์ดาวน์ Ball Drop ที่ ไทม์ สแควร์
ค.ศ. 1904 ย่านลองเอเคอร์ สแควร์ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ไทม์ สแควร์ เมื่อ อดอล์ฟ ออคช์ (Adolph S. Ochs) เจ้าของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่างเดอะนิวยอร์กไทม์ส ได้เล็งเห็นโอกาสในย่านธุรกิจนี้ เขาตัดสินใจสร้างตึกไทม์สทาวเวอร์ (Times Tower) ซึ่งเป็นตึกที่สูงเป็นอันดับสองของเมืองในเวลานั้น พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ของ เดอะนิวยอร์กไทม์ส มาอยู่ในไทม์สทาวเวอร์ อีกทั้ง อดอล์ฟ ออคช์ ยังได้ได้ล็อบบี้ให้รัฐบาลท้องถิ่นนิวยอร์กเปลี่ยนชื่อ ลองเอเคอร์ สแควร์ มาเป็น ไทม์สแควร์
และจัดงานฉลองส่งท้ายปีเก่าครั้งแรกที่ไทม์สแควร์ขึ้น.ในค่ำคืนของวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1904 ซึ่งถือได้ว่าเป็นทั้งงานฉลองส่งท้ายปีเก่าครั้งแรกที่ไทม์สแควร์ และถือเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดสำนักงานใหม่ของเดอะนิวยอร์กไทม์สอย่างอลังการ มีการประดับไฟทั้งตึกและจุดพลุอลังการเหนือยอดตึกไทม์สทาวเวอร์ ผู้คนทั้งเมืองหลั่งไหลกันมาชมพลุมารวมตัวกันฉลองปีใหม่กันในย่านนี้ และทำให้ย่านไทม์สแควร์กลายเป็นแลนด์มาร์คงานฉลองส่งท้ายปีใหม่ของชาวนิวยอร์ก
ค.ศ. 1905 สถานีรถไฟใต้ดิน หรือ ไออาร์ที ( IRT ย่อมาจาก Interborough Rapid Transit Company ) สถานีไทม์สแควร์ (IRT Times Square station) เปิดบริการครั้งแรก ผู้คนกว่า 5 ล้านคน หลั่งไหลใช้บริการ และทำให้ย่านไทม์สแควร์กลายเป็นชุมทางเชื่อมต่อกับย่านถนนบรอดเวย์ (Broadway) และ ถนนหมายเลข 42 (42nd Street)
ค.ศ. 1907 อดอล์ฟ ออคช์ เจ้าของนิวยอร์ก ไทม์ส ได้มีไอเดียสร้างลูกบอลยักษ์บอกเวลาเป็นโลหะเหล็กผสมไม้ประดับหลอดไฟเล็กๆ ขนาด 25 วัตต์จำนวน 100 ดวง หนัก 700 ปอนด์ (ราว 317 กิโลกรัม) ติดตั้งไว้บนเสาธงของยอดตึกวันไทม์สแควร์ ลูกบอลยักษ์นี้ออกแบบโดยเจคอป สตาร์ (Jacob Starr) ลักษณะการจัดกิจกรรม Ball Drop คือการปล่อยลูกบอลยักษ์บอกเวลาเพื่อนับถอยหลังสู่วันขึ้นปีใหม่ เป็นการเคาท์ดาวน์ด้วยการปล่อยลูกบอลขนาดมหึมาลงจากเสาธงยอดตึก เริ่มนับถอยหลังจากเวลา 23.59 น. ของคืนวันที่ 31 ธันวาคม (ตามเวลาท้องถิ่นนิวยอร์ก) และปล่อยลงมาในเวลาเที่ยงคืนอย่างพอดิบพอดี และจากนั้นกิจกรรม Ball Drop เคาท์ดาวน์ปล่อยลูกบอลคริสตัลก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการฉลองปีใหม่ของนิวยอร์คและเป็นหมุดหมายการฉลองปีใหม่ระดับโลกในยุคปัจจุบัน
ค.ศ.1914-1918 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โรงละคร การแสดง และสถานบันเทิงต่างๆ ย้ายมาอยู่ในย่านไทม์สแควร์ รวมถึงมีการเปิดภัตตาคารหรูและโรงแรมระดับ 5-6 ดาว อย่าง Astor และ Knickerbocker ทำให้ไทม์สแควร์กลายเป็นแหล่งรวมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์หรูหรา การมาเที่ยวชมสถาปัตยกรรมของอาคาร ตึกสูง ป้ายไฟสว่างไสว และกลายเป็นประสบการณ์พิเศษที่ดึงดูดผู้คนมาเยือน
ค.ศ.1914 หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์ส ขยายองค์กรและย้ายสำนักงานไปอยู่ ที่ถนนหมายเลข 3 ( 3rd Street)
ค.ศ.1961 เดอะนิวยอร์กไทม์ส ขายตึกให้ ดักลาส ลีห์ (Douglas Leigh) นักลงทุนด้านอสังหาฯ และนักออกแบบที่เป็นเจ้าของงานออกแบบป้ายโฆษณาติดไฟตระการตาในย่านไทม์สแควร์หลายๆ ชิ้น ลีห์ได้รื้อโครงสร้างตึกให้เหลือเพียงโครงเหล็กและใช้วัสดุหินอ่อนสีขาวมาห่อหุ้มเพื่อเป็นสำนักงานของบริษัท Allied Chemical Corporation
ค.ศ. 1999 คืนส่งท้ายศตวรรษที่ 20 เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ลูกบอลยักษ์ได้ถูกออกแบบใหม่ในดีไซน์ต้อนรับยุคมิลเลนเนียม จากโครงสร้างไม้ เหล็กก็กลายเป็นลูกบอลหุ้มด้วยแก้วคริสตัลจาก Waterford Crystal และประดับไฟจาก Philips Lighting
ค.ศ.2008 เป็นปีแรกที่ ลูกบอลยักษ์คริสตัลประดับไฟแอลอีดีถูกติดตั้งถาวรบนยอดตึกให้ผู้ชมได้เห็นตลอดปี และใช้สำหรับจัดงานเคาท์ดาวน์ที่จัดเป็นประจำทุกคืนวันสิ้นปี
ค.ศ. 2019 วันที่ 31 ธันวาคม ในปีนี้ถือเป็นอีกวันที่ประวัติศาสตร์ไทม์สแควร์ต้องบันทึกไว้ ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่เพิ่งจะเริ่มมีการผลิตวัคซีนออกมา ทำให้มีนโยบายห้ามห้ามประชาชนเข้าไปร่วมเฉลิมฉลองชมการปล่อยลูกบอลคริสตัลในพื้นที่ แม้งานเคาท์ดาวน์และปล่อยลูกบอลยักษ์จะไม่ได้ถูกยกเลิกเช่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบออนไลน์แทน
ค.ศ.2021งานกิจกรรมเคาท์ดาวน์ต้อนรับปี 2022 ที่ไทม์สแควร์และงานปล่อยลูกบอลยักษ์จากยอดตึกวันไทม์สแควร์กลับมาสู่ความคึกคักอีกครั้งแม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังไม่คลี่คลายลงก็ตาม แต่ไทม์สแควร์ก็เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มารวมตัวหันเคาท์ดาวน์พร้อมจุดพลุยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมมีการถ่ายทอดสดสตรีมมิงแบบเรียลไทม์ผ่านหลายช่องทาง เช่น
TimesSquareNYC.org
NewYearsEve.nyc และ
TimesSquareBall.net
ทั้งนี้ลูกบอลคริสตัลในปัจจุบันเป็นลูกบอลที่ถูกออกแบบใหม่มาเป็นครั้งที่ 7 มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 37 เมตรน้ำหนักราว 5,386 กิโลกรัม ประกอบด้วยแผ่นแก้วคริสตัลรูปสามเหลี่ยม (Waterford Crystal) ทั้งหมด 2,688 ชิ้น และสามารถเปลี่ยนเฉดสีได้
อ่านเพิ่มเติม
sarakadeelite.com
ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ วันปีใหม่ และธรรมเนียมส่งความสุขแบบฉบับชาวสยาม - SARAKADEE LITE
วันปีใหม่ นับเป็นวันที่น่าสนใจในทางประวัติศาสตร์อยู่มาก เพราะนอกจากจะเป็นวัฒนธรรมใหม่ในขณะนั้นแล้ว ยังมีนัยทางการเมืองซ่อนอยู่
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย