Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Power of Universe
•
ติดตาม
3 ม.ค. 2022 เวลา 11:20 • ปรัชญา
ความลับ แห่งพลังคลื่นความถี่ของสมอง
ความลับ แห่งพลังคลื่นความถี่ของสมอง
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ ความลับ แห่งพลังคลื่นความถี่ของสมองของคนเรากันค่ะ
ก่อนอื่นขอยกตัวอย่างในการใช้พลังของคลื่นความถี่ของสมองสักตัวอย่างนะคะ
เรื่อง ที่มาของชื่อหนังสือ "Think & Grow Rich" ซึ่งที่มาของชื่อหนังสือเล่มนี้เกิดจากการที่ท่าน นโปเลียน ได้ศึกษาแนวคิดของคนมั่งคั่ง ร่ำรวยในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลายี่สิบห้าปี และได้จัดเรียบเรียง ทำเป็นหนังสือ ที่มีชื่อว่า The Law of Success ซึ่งเป็นหนังสือที่ดีมากๆ
แต่หนังสือเล่มนี้ใหญ่มากซะจนทำให้ใครหลายๆคน ขยาดที่จะอ่าน ทั้งๆ ที่เป็นหนังสือที่ดีมากๆ และด้วยความที่หนังสือมีลักษณะเป็นวิธีการ มากกว่าเรื่องราว ซึ่งเข้าถึงความรู้สึกของผู้คนในขณะนั้นได้ยาก ทำให้หนังสือเล่มนี้ขายไม่ดีสักเท่าไหร่ จนทางสำนักพิมพ์ให้ท่านกลับไปเรียบเรียงหนังสือให้เล็กลง และมีความเป็นเนื้อเรื่อง ไม่เหมือนตำราเรียน แบบที่สามารถเข้าถึงคนอ่านได้ดีกว่า
2
แต่ เมื่อทำหนังสืออกมา หนังสือยังไม่มีชื่อ ทางสำนักพิมพ์บอกให้ท่านไปตั้งชื่อหนังสือมา โดยให้คำนิยามว่า "จงตั้งชื่อหนังสือที่จะขายได้ล้านเล่ม" หลังจากกลับมาท่านก็ ครุ่นคิด แต่ชื่อของหนังสือ
1
แต่ทว่า แต่ละชื่อก็ดูจะไม่สามารถทำยอดขายให้ได้เป็นล้านเล่ม จนกระทั่งก่อนนอน ท่านก็พร่ำพูดกับตัวเอง แบบที่เรียกว่าพูดดังๆ เหมือนกับคุยกับตัวเองที่เป็นอีกคนหนึ่ง บอกกล่าวว่า "ฉันจะต้องได้ชื่อหนังสือที่จะขายได้เป็นล้านเล่ม" พูดดังๆ กับตัวเองและนึก คิดอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งเข้านอนแล้วนอนหลับไป จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครมาปลุก ให้ตื่นกลางดึกแล้วพูดว่า "Think & Grow Rich" ซ้ำๆ จนในที่สุดท่านก็ตกใจตื่นขึ้นมาแล้วก็ฉุกคิดได้ว่า คำๆนี้แหละ มันใช่เลยชื่อนี้แหละ คือ ชื่อหนังสือที่จะขายได้เป็นล้านเล่ม แล้วท่านก็ลุกขึ้นมาจดชื่อนี้เอาไว้ จากนั้นก็นำไปเสนอสำนักพิมพ์ ทางสำนักพิมพ์ก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าชื่อนี้เหมาะสม และนี่ก็เป็น ที่มาของหนังสือที่ขายดีตลอดกาล " Think & Grow Rich "
ท่านบอกว่านี่แหละเป็นวิธีการที่ท่านใช้ในการติดต่อสื่อสารกับสิ่งที่เรียกว่า "Infinite intelligent" หรือ" อนันต์ปัญญา" ด้วยการพูดคุยด้วยการสั่งการด้วยความคิด และจดจ่อกับความคิด และก็มีหลายครั้งที่ไอเดียบางอย่างมันมักจะเกิดขึ้นในหัวของเราแบบฉับพลัน แล้วเจ้าไอเดียเหล่านี้แหละที่คุณจะต้องรีบกำมันไว้ให้แน่น ก่อนที่มันจะหลุดลอยไป
เพราะหลายครั้งที่มันชอบปิ๊งไอเดียขึ้นมาแบบไม่เป็นเวลา คือบางทีก็ช่วงที่เราเคลิ้มหลับ บางทีก็ช่วงที่เราอาบน้ำ
อยากรู้กันบ้างไหมว่า มันเป็นเพราะอะไร ?
เรามาทำความรู้จักกับคลื่นความถี่ของสมองคนเรากันค่ะ ในช่วงเวลากึ่งหลับ กึ่งตื่น เป็นช่วงเวลาของคลื่นสมองที่เรียกกันว่า คลื่นเทตร้า "Theta wave" เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการสะกดจิตตัวเราเอง เพื่อที่เราจะสามารถติดต่อกับจิตใต้สำนึกของเราได้ ซึ่งจิตใต้สำนึกนี่แหละ ที่มันเป็นแหล่งสะสมข้อมูล ความรู้มากมาย หลายอย่างเอาไว้ ตลอดเวลาแห่งชีวิตของเราเอง บางอย่างที่เราจำได้ บางอย่างที่เราจำไม่ได้ ซึ่งจิตใต้สำนึกจะอออกมาทำงานได้ดีในช่วงเวลา ของการหลับลึกซึ่งช่วงเวลาของคลื่นสมองที่เรียกว่า คลื่นเธต้า(Theta wave)
ดังนั้น จึง พอจะเรียกได้ว่า การสั่งการกับตัวเองตลอดช่วงก่อนนอนนั้นถ้าใครสามารถ คิด หรือ นึก อะไรเอาไว้ในใจในช่วงเวลานี้ได้ จนกระทั่งเคลิ้มหลับไป จะสังเกตุได้ว่าหลายครั้งที่คำถาม ความคิด หรือเรื่องราวใดๆ ที่เราคิด เราถาม ในช่วงก่อนหลับนั้น จะได้รับคำตอบจากจิตใต้สำนึกของเราที่ตอบเราออกมา ในช่วงการทำงานของคลื่นเดลต้าที่เราหลับสนิท ไอเดีย หรือ แนวคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปในลักษณะของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งว่ากันว่า ช่วงเวลาที่คนเรากำลังตื่นอยู่นี้ จะเป็นช่วงเวลาแห่งความคิด ในลักษณะของความรู้คิด หรือ สติปัญญา ซึ่งมักจะใช้ไปกับการคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง หาเหตุผล
แต่ เวลาที่คนเราผ่อนคลายตัวเอง คลื่นสมองของเราจะเปลี่ยนจากคลื่นเบต้า เป็น คลื่นแอลฟ่า
เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น จะขออธิบายเกี่ยวกับ คลื่นสมองของคนเราอย่างคร่าวๆ คลื่นสมองที่สำคัญๆ จะมีอยู่ 4 ระดับ หลักๆ ดังนี้
1. Beta brainwave คลื่นเบต้า มีความถี่ประมาณ 14 - 21 รอบต่อวินาที(Hz)
คลื่น เบต้า จะเป็นคลื่นสมองในตอนสภาวะตื่นรู้ปรกติ ที่จะมีความถี่สูง 14 - 21 รอบต่อวินาที(Hz) คือความถี่ที่สูง แสดงว่าคุณกำลังสับสน วุ่นวายใจ มากๆ และความรู้สึกนึกคิด ของเราจะไม่ค่อยดี มีอารมณ์ทางด้านลบ เกิดขึ้นได้ง่าย
2. Alpha brainwave คลื่นแอลฟ่า มีความถี่ประมาณ 7 - 14 รอบต่อวินาที(Hz)
คลื่น แอลฟ่า คลื่นนี้จะมีความถี่ลดลงมาหน่อย เป็นช่วงที่เราสงบ เยือกเย็น หรือยิ่งถ้าใครสามารถทำสมาธิได้ สมองของเราในช่วงที่เป็นสมาธิจะอยู่ในช่วงแอลฟ่านี้ เรียกว่าสงบ มีสมาธิ และสามารถโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น แต่เราก็ยังตื่นรู้ตัวอยู่ ยิ่งเราฝึกตัวเราให้สามารถทำสมาธิได้ดีเท่าไหร่ สมองของเราจะอยู่ในช่วงคลื่นแอลฟ่าได้ง่ายขึ้น และนี่คืออีกสาเหตุที่หลายๆท่านแนะนำให้เราฝึกการทำสมาธิซึ่งเป็นประโยชน์มากต่อตัวเราในหลายทาง
3.Theta brainwave คลื่นเธต้า มีความถี่ประมาณ 4 - 11 รอบต่อวินาที(Hz)
เมื่อเราสงบลงไปอีก คลื่นสมองของเราจะช้าลงไปจนถึงจุดที่เรียกว่า ช่วง เธต้า(Theta) ซึ่งช่วงนี้จะมีอยู่ไม่นาน แต่เรียกได้ว่าคนเรามีกันในทุกๆ วัน ด้วยกันนั่นคือ ช่วงเคลิ้มหลับ หรือ กึ่งหลับกึ่งตื่น ซึ่งก็คือช่วงก่อนหลับลึก กับช่วงตื่นนอน หรือ กำลังตื่น เป็นช่วงเวลาไม่นาน แต่เป็นช่วงที่ถ้าใครเก็บเกี่ยวคุณประโยชน์เอาไว้ได้ มันก็จะมีคุณค่ามหาศาลสำหรับคุณ นั่นก็เพราะมันถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสะกดจิตของตัวเอง
4. Delta brainwave คลื่นเดลต้า มีความถี่ประมาณ 0 - 4 รอบต่อวินาที(Hz)
เมื่อคนเราหลับลึก หละบจริง คลื่นสมองของเราจะเข้าสู่คลื่นเดลต้า (Delta) เรียกว่าเป็นช่วงจิตใต้สำนึก ออกมาทำงานอย่างเต็มที่ เราสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่า หัวใจจะหยุดทำงาน เรายังหายใจได้อย่างปรกติ เลือดในร่างกายยังหมุนเวียนได้เป็นอย่างดีและทำหน้าที่ของมันต่อไปได้ เมื่อเราเรียนรู้เกี่ยวกับ การทำงานของคลื่นสมองกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราก็พอจะรู้วิธีการในการใช้งานสมองของเราให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น
แล้วเรามีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราสามารถดึงศักยภาพของสมองของเราในยามหลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
วิธีที่ 1
การนึก ถาม ฝึกบอกกับตัวเองก่อนหลับ วิธีนี้เหมาะสำหรับการถามหรือบอกตัวเองในเรื่องสร้างสรรค์เท่านั้นนะคะ ไม่ใช่หาเรื่องกลุ้มใจมาคิดก่อนนอน
วิธีที่ 2
ควรมีสมุด ปากกา มาวางไว้ ข้างๆ ที่นอน เพราะเวลาที่เราบังเอิญได้ยินเสียง คำตอบ หรือ คิดอะไรที่เรารู้สึกว่านี่แหละมันดีมากๆ ก็ให้เราพยายามลุกขึ้นมาจดไว้
วิธีที่ 3
หาหนังสือ หรือบทความดีๆ เตรียมไว้อ่านก่อนนอน ในกรณีที่ไม่มีคำถาม หรือไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคิดหาคำตอบ การหาบทความ หรือหนังสือดีๆมาอ่านก่อนนอน โดยเฉพาะหนังสือที่สร้างความรู้สึกดีๆ ก่อนนอน ไม่ควรเป็นหนังสือเศร้า หรือหนังสือที่ทำให้เครียดก่อนนอน
วิธีที่ 4
ฝันกลางวันก็ใช้ได้ รวมถึงการอาบน้ำด้วย จริงๆ แล้วก็คือ เรามันจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้ง่ายขึ้นในช่วงที่ร้างการของเราผ่อนคลายอย่างเต็มที่นั่นเอง อย่างที่บอกว่าคลื่นสมองจะเปลี่ยนจากเบต้า เป็นแอลฟ่า ซึ่งเป็นคลื่นสมองที่คนเราจะมีสมาธิมากกว่าปรกติ
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ ท่าน ที่อยากจะใช้ศักยภาพของสมองตัวเองตอนนอนในเชิงสร้างสรรค์ให้ได้มากขึ้น ขอให้ความคิดสร้างสรรค์เป็นของทุกท่านค่ะ
ถ้าชอบก็อย่าลืมแชร์ กดติดตาม และ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านค่ะ
🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://m.youtube.com/watch?v=X_f1GJ1um8Q
The best in You //https :
www.facebook.com/jrstudiopro7
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย