9 ม.ค. 2022 เวลา 05:09 • สุขภาพ
ยาที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสี
👨‍🔬ยาบางชนิดก็อาจทำให้สีของปัสสาวะเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเภสัชกรมักจะแจ้งผู้ป่วยขณะอธิบายวิธีการใช้ยา รวมทั้งอาจระบุไว้ในฉลากบนซองยา เพื่อให้ผู้ป่วยทราบถึงผลดังกล่าวของยา
การเปลี่ยนสีของปัสสาวะจากยานั้น มักไม่ก่อให้เกิดอันตราย และส่วนใหญ่เกิดจากสีของยาหรือสารที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงยา โดยอาจพบได้หลายสี เช่น สีส้ม-ชมพู-แดง หรือ สีน้ำตาล-ดำ หรือ สีเขียว-น้ำเงิน หรือ สีขาวขุ่น ดังแสดงในตาราง
🍊ปัสสาวะสีส้ม-แดง
ยารักษาวัณโรค ได้แก่ ไรแฟมพิซิน (Rifampicin) และ ไอโซไนอะซิด (Isoniazid)
วิตามินบี 12 และวิตามินบี 2 โดยเฉพาะในขนาดสูง
ยารักษาโรคทางจิต ได้แก่ คลอโปรมาซีน (Chlorpromazine) และไธโอริดาซีน (Thioridazine)
ยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ได้แก่ ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen)
ยาระบาย ได้แก่ ใบมะขามแขก (senna)
🌰ปัสสาวะสีน้ำตาล-ดำ
ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ เมโทรนิดาโซล (Metronidazole)
ยาคลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ เมโทรคาร์บามอล (Methocarbamol)
ยาระบาย ได้แก่ ใบมะขามแขก (Senna)
สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ได้แก่ ซอร์บิทอล (Sorbitol)
🍏ปัสสาวะสีเขียว-น้ำเงิน
ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ได้แก่ เมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide)
ยารักษาโรคกระเพาะอาหาร ได้แก่ ไซเมทิดีน (Cimetidine)
ยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ได้แก่ อินโดเมธาซีน (Indomethacin)
ยารักษาโรคซึมเศร้า ได้แก่ อะมิทริปไทลีน (Amitriptyrine) ซึ่งอาจใช้รักษาโรคอื่น
ยาคลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ เมโธคาร์บามอล (Methocarbamol)
 
🍎แต่ถ้าปัสสาวะมีสีแดงถึงน้ำตาล
ร่วมกับมีอาการปวดกล้ามเนื้อ เมื่อใช้ยาลดไขมันในเลือด
มีจ้ำเลือดตามตัว ขณะกำลังใช้ยาที่เสี่ยงต่อการมีเลือดออกง่าย เช่น ยาแอสไพริน (aspirin) โคลพิโดเกรล (clopidogrel) หรือวาร์ฟาริน (warfarin)
อาการแสดงภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลันอื่น ในผู้ที่มีโรคประจำตัวพร่องเอ็นไซม์จีซิกพีดี (G-6-PD deficiency)
หากปัสสาวะเปลี่ยนสีร่วมกับมีอาการดังกล่าว​ อาจมีสาเหตุมาจากอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงของยา​ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา
.
.
POSTED 2022.01.09
โฆษณา