11 ม.ค. 2022 เวลา 06:05 • การเมือง
ใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในคาซัค
โดย
นิติภูมิธณัฐ
มิ่งรุจิราลัย
นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ตะโกนก้องร้องว่า “ประชาชนคนคาซัคออกมาประท้วงเผาบ้านเผาเมือง เพราะท่านเหล่านั้นเดือดร้อนเรื่องราคาค่าเชื้อเพลิง
https://www.cnn.com/2022/01/06/asia/kazakhstan-almaty-protests-explainer-intl-hnk/index.html
...นี่มันเป็นเรื่องภายในของคาซัคสถานแท้ๆ ตำรวจทหารและรัฐบาลคาซัคมีศักยภาพในการจัดการวิกฤติของตนเองอยู่แล้ว
...ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลคาซัคของประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ต้องไปร้องแรกแหกกระเฌอขอความช่วยเหลือจากภายนอก”
คำว่า ‘ภายนอก’ ของนายบลิงเคนก็คือกองทัพรัสเซีย นอกจากนั้น นายบลิงเคนยังเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (ซีเอสทีโอ) เคารพสิทธิของผู้ประท้วง และให้องค์การฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย
สหรัฐขอยืนยันว่าการประท้วงเผาบ้านเผาเมืองลามปามไปทั้งคาซัคสถานครั้งนี้ สหรัฐไม่เกี่ยวดองหนองยุ่งด้วย
แต่สหรัฐอยากจะขอเตือนรัฐบาลคาซัคในเรื่องที่ให้กองทหารรัสเซียเข้ามารักษาความสงบ ซึ่งเมื่อพวกนี้เข้ามาแล้ว ก็เป็นการยากที่จะให้ออกไป
องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน หรือ Collective Security Treaty Organization (CSTO) ตั้งเมื่อ พ.ศ.2535 ปัจจุบันมีสมาชิก 6 ประเทศคือ อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซ รัสเซีย และทาจิกิสถาน
แต่ก่อนเคยมีอาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย และอุซเบกิสถานเป็นสมาชิกร่วมด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่าเหตุผลกลใด ทั้ง 3 ประเทศจึงลาออกไปเมื่อ พ.ศ.2542 พอเห็นท่าไม่ดี อุซเบกิสถานก็กลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้งเมื่อ พ.ศ.2549 แต่ก็ลาออกไปอีกเมื่อ พ.ศ.2555
1
องค์กรนี้ชัดเจนครับ ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพันธมิตรทางการทหาร ซึ่งก็คล้ายกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ที่มีสมาชิก 30 ประเทศ
แล้วก็ประกาศว่าพวกตนเป็นพันธมิตรทางการทหารในเขตยุโรป เขตแอตแลนติก และเขตช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือตอนใต้
นายบลิงเคนโผล่หน้าไปก้าวก่ายกิจการขององค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน ก็เลยโดนกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์โต้ตอบว่า พวกตนได้รับบทเรียนทางประวัติศาสตร์จากรัฐบาลสหรัฐ
1
ซึ่งประโยคนี้หมายถึง พวกตนรู้ว่าสหรัฐเข้ามาก่อความวุ่นวายขายปลาช่อน และทำให้เกิดการจลาจลในภูมิภาคนี้มาหลายครั้งหลายรอบ
1
“ส่วนเรื่องการส่งทหารเข้าไปในประเทศใดประเทศหนึ่ง สหรัฐน่าจะมีประสบการณ์มากกว่า และสหรัฐน่าจะรู้ว่า การไม่ได้รับการต้อนรับนั้นเป็นอย่างไร” ประโยคในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียด่านายบลิงเคนโดยทางอ้อมด้วยภาษาสุภาพว่า
3
เอ็งนั่นแหละที่ชอบส่งทหารไปยุ่มย่าม โดยที่เจ้าของประเทศเขาไม่ได้ขอร้องให้ส่งเข้าไป ผิดกับกรณีของรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลคาซัคของประธานาธิบดีโตกาเยฟเป็นฝ่ายขอร้องให้ทหารรัสเซียเข้าไปเอง
ขณะที่ผมเขียนคอลัมน์รับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพอยู่นี้ ทั้งฝ่ายประท้วงและเจ้าหน้าที่รัฐบาลฝ่ายความมั่นคงตายไปมากกว่า 160 คนแล้ว จับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้อีกมากมายหลายพัน
ประธานาธิบดีโตกาเยฟแกก็เด็ดขาดคล้ายๆ ปูติน แกประกาศว่าจะไม่เจรจากับพวกไหนฝ่ายใดทั้งสิ้น และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยิงผู้ประท้วงได้ทันที
1
“ผู้ก่อการร้ายยังคงทำลายทรัพย์สินและใช้อาวุธกับพลเรือน ผมมีคำสั่งเจ้าหน้าที่ให้ฆ่าได้ทันที โดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า”
“...เรากำลังเผชิญกับพวกโจรติดอาวุธที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ทั้งจากในประเทศและจากนอกประเทศ ไอ้พวกผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จะต้องโดนเรากำจัดทิ้ง...”
2
มีผู้นำหลายประเทศ ทั้งสหรัฐและตะวันตกตะโกนก้องร้องว่า อ้า ขอให้รัฐบาลคาซัคเปิดเจรจากับผู้ประท้วง ประธานาธิบดีโตกาเยฟตอบกลับพวกผู้นำตะวันตกเหล่านั้นว่า “ไร้สาระ”
รัสเซียและจีนมองตากันก็รู้ว่ามีมือที่มองไม่เห็นจากพวกไหน ชาติใด เข้ามาวางแผนและปั่นป่วน ปกติประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะไม่วิจารณ์กิจการภายในของประเทศอื่น
แต่ครั้งนี้ นายสีออกมากล่าวชื่นชมประธานาธิบดีโตกาเยฟที่ใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการพวกที่ก่อความวุ่นวาย.
2
โฆษณา