14 ม.ค. 2022 เวลา 04:45 • ธุรกิจ
เรื่องที่ 32 : สถานการณ์ E-money ใน UK (ปี 2021)
วันนี้เราอ่านเรื่องเบาๆ ย่อยง่ายๆ (หรือเปล่า?) กันบ้าง
โควิดตลอด 2 ปี ทุกคนน่าจะรู้สึกได้ว่าชีวิตของเราใช้ E-money กันเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นสิ่งปกติทั่วโลก รวมถึงในอังกฤษด้วย สังเกตได้จากตัวเลขผู้ประกอบธุรกิจ E-money ในอังกฤษช่วงปี 2020 มีมากถึง 1,200 เจ้า (แต่ในอังกฤษจะมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย อย่างภาษีนิติบุคคลค่อนข้างต่ำ และเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก)
E-money คือ อะไร
ก่อนจะเริ่มเรื่อง เราต้องเข้าใจก่อนว่า E-money ในประเทศอังกฤษจะหมายความว่า มูลค่าของเงินตรา (Monetary value) ที่สามารถเรียกร้องได้จากผู้ออก E-money ซึ่งต้องมีลักษณะ ดังนี้
- ต้องเก็บรักษามูลค่าทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงในรูปแบบคลื่นแม่เหล็ก
- ต้องมีการออกใบรับเงิน
- ต้องใช้เพื่อการชำระราคากับบุคคลอื่นนอกจากผู้ออก E-money เอง
ทั้งนี้ E-money จะอยู่ในลักษณะของ Prepaid card หรือ อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นก็ได้ หากมูลค่าที่บันทึกไว้นั้นมีเพื่อการชำระราคา
ส่วนของไทยก็จะนิยามอยู่ใน พ.ร.บ.ระบบชำระเงิน ก็จะมีความหมายคล้ายๆกัน
อ้างอิง: Paola Crosetta, “E-money in the United Kingdom: A Case Study”, Fintech Brief No.4, IADI, September 2021, Accessed 11 January 2022, https://www.iadi.org/en/assets/File/ Papers/Fintech%20Briefs/IADI%20Fintech%20Brief%20-%20Emoney%20in%20the%20UK%20-%20final.pdf
ระบบคุ้มครอง E-money ในอังกฤษ
ตามกฎเกณฑ์การประกอบธุรกิจ E-money ผู้ประกอบการต้องแยกเงินของผู้ใช้บริการออกจากเงินของตัวเอง ห้ามปะปนกับเงินทุนเพื่อการดำเนินการของบริษัทตัวเอง และต้องฝากไว้กับ ธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian Bank) หรือ กองทุนสำหรับผู้ใช้บริการ (Customer fund) ที่มีระบบรับประกันเงินของผู้ใช้บริการที่เหมาะสม และต้องทำทันทีที่ได้รับเงินจากผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ การแยกเก็บเงินแบบนี้เรียกว่า Safeguarding fund และจะถูกใช้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจ E-money ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องของผู้ถือ E-money หรือล้มละลาย
ของไทย จะบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจ E-money แยกเก็บทรัย์สินออกมา ถ้าบริษัท E-money ที่เป็นแบงค์ ก็แยกเก็บไว้กับตัวเองได้ แต่ถ้าบริษัท E-money ที่ไม่ใช่แบงค์ ต้องแยกเก็บเงินของลูกค้าไปไว้ธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารรัฐ
กระบวนการคุ้มครอง E-money
ถ้าผู้ประกอบธุรกิจ E-money ล้มละลาย หรือ ผิดนัดชำระหนี้ กระทรวงการคลังของอังกฤษจะให้หน่วยงานเฉพาะเข้าไปเอาเงิน Safeguarding fund มาจ่ายคืน
ในระยะ 5 ปีหลังมานี้ มีบริษัท E-money ล้มไปแล้ว 6 เจ้า ซึ่งก็อย่างที่น่าจะเดากันได้ว่า "จ่ายช้ามากๆ" ราชการอ่ะเนอะ
ส่วนกรณีที่แบงค์ที่บริษัท E-money เอาเงินไปไว้ล้มละลาย ในอังกฤษก็จะมีหน่วยงานประกันเงินฝาก ชื่อว่า Financial Services Compensation Scheme (FSCS) เข้าไปดำเนินการ โดย FSCS จะเข้าไปดูแลจัดการได้โดยถือว่า Safeguarding fund เป็น Trust account
ทั้งนี้ ตามกฎหมาย FSCS สามารถจัดเก็บข้อมูลของผู้รับผลประโยชน์ (ในกรณีนี้ คือ ข้อมูลของผู้ใช้บริการ E-money) ในทรัสต์ได้ ถ้าผู้ก่อตั้งทรัสต์ยินยอมให้สถาบันการเงินแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัสต์ให้ FSCS ทราบ ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ FSCS โดยวงเงินคุ้มครอง (85,000 ปอนด์) Safeguarding fund จะถูกพิจารณาแยกต่างหากผู้ฝาก
ส่วนของไทย กรณีที่ บริษัท E-money ล้ม พ.ร.บ.ระบบชำระเงินตาม มาตรา 21 กำหนดให้ ธปท. กับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เข้าไปจัดการ - ไม่ต้องเดาอีกเช่นกันว่า "เร็ว" กว่าของอังกฤษ
ส่วนกรณีที่แบงค์ที่บริษัท E-money เอาเงินไปไว้ล้มละลาย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก รวบยอดถือเป็นเงินฝากของบริษัทแล้วจ่ายไม่เกิน 1 ล้าน หลังหักหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ - เหอะๆ
ก็มาแบบสั้นๆ น่าจะอ่านได้ง่ายๆ
โฆษณา