Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องของ “วงเล่า”
•
ติดตาม
15 ม.ค. 2022 เวลา 06:53 • คริปโทเคอร์เรนซี
ท็อป จิรายุส จากเด็กเกเร สู่ผู้ก่อตั้ง Bitkub [ตอนที่ 1] I โดย "วงเล่า"
“ในชีวิตของคนที่ประสบความสำเร็จนั้น เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนว่า เราต้องการอะไร หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ ฝึกฝน ทำทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นนิสัย” ประโยคนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่พูดโดยคุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ถ้าถามว่า หนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในแวดวงการเงินไทย โดยเฉพาะในวงการ Cryptocurrency คือ ใคร?
หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของคุณท็อป รวมอยู่ด้วย หลายคนอาจรู้จักว่าเขาคือ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitkub แพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ชื่อดังที่หลายคนคุ้นเคย
Cr:https://th.wikipedia.org/wiki
แต่ก็อาจมีหลายคนที่อาจไม่รู้ว่า เส้นทางในชีวิตกว่าตัวเขาจะเดินทางมาจนถึงวันนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้วงเล่าจะพาไปหาคำตอบ
คุณท็อป เกิดในปี 2533 ปัจจุบัน อายุ 31 ปี เขาเกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจขายเสื้อผ้าส่งออกแถวประตูน้ำ สมัยเด็กๆ นั้นเขาบอกว่า ตัวเองเป็นเด็กที่เกเร ไม่ได้สนใจเรียน ชอบมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับเด็กคนอื่นๆ จนมีผลการเรียนย่ำแย่
ทำให้ครอบครัวต้องการดัดนิสัยเขา ด้วยการส่งเขาไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ จนเรียนจบในระดับไฮสกูล จึงบินกลับมาเมืองไทย เพื่อเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศ
แต่เนื่องจากผลการเรียนสมัยไฮสกูลของเขานั้นแย่มาก เพราะแทนที่จะสนใจเรื่องการเรียน เขามัวแต่สนใจเตะฟุตบอล เพราะสมัยที่เขายังเด็กนั้น เขาฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เรื่องนี้ทำให้ผลการเรียนของเขานั้นยังย่ำแย่แม้จะไปเรียนที่ต่างประเทศก็ตาม
https://www.blueoclock.com/topp-jirayut-srupsrisopa-bitkub-story/
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่พอมาสมัครเขาเรียนกับมหาวิทยาลัยในเมืองไทย จะไม่มีที่ไหนตอบรับให้เข้าเรียน
สุดท้ายครอบครัวต้องส่งเขาเรียนต่อที่อังกฤษ ซึ่งจากจุดนี้เองที่ทำให้เขาเริ่มสัญญากับตัวเองว่า เขาจะเปลี่ยนนิสัยจากเด็กเกเรที่ไม่เอาไหนด้านการเรียน มาตั้งใจเรียนอย่างน้อยก็เพื่อทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเขา และแก้ปมในใจที่เขาคิดมาเสมอว่า เขาเป็นเด็กที่ไม่เอาไหน
โดยคุณท็อป เข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย Manchester ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่นี่เขาเปลี่ยนตัวเองด้วยการอ่านหนังสือวันละ 10-12 ชั่วโมง ซึ่งเขาบอกว่า ช่วงแรกนั้นเขารู้สึกทรมานมาก เพราะเป็นสิ่งที่ขัดกับชีวิตที่เขาเคยใช้มาก่อนหน้านี้
แต่เขาบอกว่า เขาก็พยายามฝืนมันไปเรื่อยๆ และทำจนเป็นนิสัย ด้วยการตื่นเช้า แต่งตัวไปห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ตั้งใจเรียน จนทำให้เขาสามารถเรียนจบและได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัย
https://www.blueoclock.com/topp-jirayut-srupsrisopa-bitkub-story/
ซึ่งเรื่องนี้ได้สอนเขาว่า ถ้าคนเรามีความตั้งใจที่มากพอในการทำอะไรก็ตาม ตัวเราก็สามารถทำสิ่งดีๆ จนประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน
จากนั้น เขาก็ได้ส่งใบสมัครเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาโทหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย Oxford Cambridge LSE และ UCL ซึ่งทุกที่ที่เขาสมัครไปนั้นตอบรับเขาหมด
เขาบอกว่า บางครั้งชีวิตก็ดูเหมือนเล่นตลกกับเรา เพราะก่อนหน้านี้สมัยที่สมัครเข้าเรียนปริญญาตรีที่เมืองไทย ไม่มีที่ไหนตอบรับเขาสักที่
สุดท้าย เขาตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Oxford สาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งการเข้าเรียนที่นี่ได้ ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของเขาในตอนนั้น
เพราะเขาเคยบอกกับตัวเองว่า “ในชีวิตนี้ก่อนที่จะตายจากโลกนี้ไป เขาต้องเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Oxford ให้ได้”
https://statusdays.com/university-of-oxford/
หลังเรียนจบจากอังกฤษ เขาเริ่มสมัครงานซึ่งในตอนนี้ตลาดการเงินที่จีนกำลังบูมพอดี ทำให้เขาได้ทำงานเกี่ยวกับวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ที่เซี้ยงไฮ้
ระหว่างที่เขาทำงาน เขาก็ไปพบบทความเรื่องของ Bitcoin ในอินเตอร์เน็ต จนทำให้เขาเริ่มสนใจสิ่งๆ นี้ที่เขาเชื่อว่า กำลังจะเปลี่ยนโลกการเงินในอนาคต
เรื่องนี้ทำให้คุณท็อปเริ่มส่งใบสมัครไปทำงานด้านเทคโนโลยีในซิลิคอนแวลลีย์ เพื่อช่วยให้เขาเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีของ Bitcoin มากขึ้น แต่กลับไม่มีที่ไหนตอบรับเขาเข้าทำงาน
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายเขาก็มาได้งานเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Consultant) ที่ซานฟรานซิสโก
แม้เขาจะไม่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในซิลิคอนแวลลีย์อย่างที่หวัง แต่เขามีโอกาสได้พบกับผู้บริหารของ Paypal ซึ่งเป็นอีกคนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเงินดิจิตอล จนทำให้คุณท็อปยิ่งเชื่อมั่นว่า สินทรัพย์ประเภทนี้น่าจะเติบโตในอนาคต
https://siamblockchain.com/
เขาตัดสินใจลาออกจากงานที่ปรึกษาทางการเงินแล้วบินกลับเมืองไทย พร้อมกับบอกกับพ่อแม่ว่า “ผมจะเปิดบริษัทที่ทำธุรกิจด้านเงินดิจิตอล”แน่นอนว่า ประโยคที่เขาพูดออกไปนั้น ทำให้พ่อแม่ของเขานั้นตกใจมาก
ณ ตอนนั้น เขามีเพียงแค่ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นในการที่จะทำธุรกิจนี้เท่านั้น โดยที่ยังไม่มีความรู้อะไรกับ Bitcoin มากนัก
คุณท็อปเริ่มต้นเปิดบริษัทที่มีชื่อว่า “Coin” ซึ่งเป็นบริษัทบิทคอยน์บริษัทแรกๆ ในประเทศไทย โดยเปิดเป็นเว็บไซต์ให้คนมาซื้อขาย Bitcoin และมีรายได้เป็นส่วนต่างของราคาซื้อและขาย
ในช่วงแรกนั้น เขาเป็นพนักงานคนเดียวของบริษัท จึงต้องทำงานเองทุกอย่างทั้งหมดภายในบริษัท ขณะที่ออฟฟิศของบริษัทก็ใช้ชั้นลอยของร้านขายเสื้อผ้าของครอบครัวที่บริเวณประตูน้ำ เป็นห้องทำงาน
ในช่วงแรกที่เปิดบริษัท เขาตั้งใจทำงานเก็บเงินอย่างหนักเพื่อขยายบริษัท และจ้างพนักงาน ไม่ออกไปเที่ยวไหน โดยทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์
https://www.blueoclock.com/topp-jirayut-srupsrisopa-bitkub-story/
ไม่นานหลังจากนั้น หน่วยงานราชการต่างๆ รวมทั้งแบงค์ชาติเริ่มออกมาเตือนทั้งธนาคารพาณิชย์และนักลงทุนผ่านสื่อต่างๆ ว่า ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับ Bitcoin
เขาโดนหน่วยงานราชการต่างๆ เรียกตัวเพื่อมาให้ข้อมูลว่า ธุรกิจที่เขาทำนั้นคืออะไร มีความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน
ครอบครัวโดยเฉพาะพ่อแม่ของเขาเริ่มไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณท็อปทำ จนมีปากมีเสียงทะเลาะกัน ถึงขนาดจะให้ปิดบริษัท โดยที่พ่อแม่บอกเขาว่า ควรไปหาอาชีพที่มั่นคงทำงานจะดีกว่า
แต่สิ่งที่คุณท็อปตอบพ่อแม่ไปคือ “ชีวิตเป็นของเขา ผมขอเลือกทางเดินให้กับชีวิตเอง” และประโยคนี้เองที่ทำให้พ่อแม่ต้องมั่นใจในตัวเขาและปล่อยให้เขาเลือกสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตเอง
ติตตามตอนที่ 2 ของเรื่องท็อป จิรายุส จากเด็กเกเร สู่ผู้ก่อตั้ง Bitkub เร็วๆนี้
References
-
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%AA_%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2
-
https://www.youtube.com/watch?v=tpAYxCCPLSk
-
https://www.youtube.com/watch?v=CRsevogXFpI
1 บันทึก
3
2
1
3
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย