1 ก.พ. 2022 เวลา 08:06 • ครอบครัว & เด็ก
บางครั้งเด็กน้อยที่แสนดีของพ่อแม่ ก็อาจเป็นมอนสเตอร์เวลาอยู่กับคนอื่นได้เหมือนกัน
เรื่องของเมสัน กรีนวู้ด เป็นประเด็นที่สั่นสะเทือนสังคมอังกฤษ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นนักเตะซูเปอร์สตาร์เท่านั้น แต่ภาพลักษณ์ที่คนรอบตัวรู้จัก ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่คนที่ตบตี หรือขืนใจ ใครได้ในลักษณะนั้น
กรีนวู้ด เกิดที่เมืองแบรดฟอร์ด ในครอบครัวชนชั้นกลาง ค่อนไปทางรวย พ่อเป็นวิศวกร แม่เป็นแม่บ้าน มีทั้งเงิน ทั้งเวลามากพอที่จะส่งลูกไปเรียนศาสตร์ฟุตบอลดีๆ ตั้งแต่เด็ก
ตอน 4 ขวบ พ่อแม่ส่งกรีนวู้ดไปประกวดเด็กน่ารักประจำเมือง ปรากฏว่ากรีนวู้ดชนะรางวัล เขาได้เงินรางวัล 50 ปอนด์ และได้สัญญานายแบบรุ่นจิ๋วด้วย โดย นสพ.เดอะ ซัน ชมว่าสมัยเด็ก กรีนวู้ด Cute as a button หรือแปลว่า เจ้าตัวเปี๊ยกน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม
พอโตขึ้น กรีนวู้ดเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นในเมืองแบรดฟอร์ด ทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยดี โค้ชต่างชื่นชมว่ากรีนวู้ดเป็นเด็กพรสวรรค์ จุดเด่นของเขาคือความเร็วที่สุดยอดมากๆ ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใจนัก ถ้ามองในแง่ว่าเขามีเชื้อสายจาไมก้าอยู่ในตัว (อย่าลืมว่าชายที่เร็วที่สุดในโลก ยูเซน โบลต์ ก็คนจาไมก้านะ)
ขณะที่นิสัยนอกสนามที่คนอื่นๆ เห็น ก็มองว่าเด็กคนนี้ปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร เพื่อนบ้านชื่อไบรอันเล่าว่า "ถ้าหากเมสันไม่ได้ใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียน เขาก็จะใส่เสื้อแมนฯ ยูไนเต็ดตลอด แต่นิสัยดูเป็นคนขี้อายและมีความสุภาพมากๆ"
พอล นิวแชม โค้ชทีมเยาวชนไอเดิล จูเนียร์ ทีมแรกของกรีนวู้ด เล่าว่า "เขาออกจะเงียบๆ ขี้อาย แต่เป็นเด็กที่น่ารักมาก ครอบครัวของเขาให้การสนับสนุนดีทุกอย่าง"
กรีนวู้ดมีพี่สาว 2 คน ชื่อแชนนอน กับ แอชตัน โดยคนรองแอชตัน ก็ได้ทุนการศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโปลิแทน คือดูๆ แล้วครอบครัวนี้ก็เลี้ยงลูกกันได้ดี
สมัยมัธยม พ่อแม่ส่งกรีนวู้ด ไปเรียนที่สถาบันแอปเปิลตัน อะคาเดมี่ โรงเรียนเอกชนชื่อดังที่เคยปั้นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลมาแล้ว โดยเฮเลน โจนส์ ครูใหญ่ของโรงเรียนกล่าวถึงกรีนวู้ดว่า "เราจดจำเขาได้เป็นอย่างดี และเฝ้าดูอาชีพนักฟุตบอลของเขาด้วยความภาคภูมิใจ"
กรีนวู้ดเกิดอยู่ในครอบครัวที่มีพื้นฐานดี ไม่ได้เผชิญความลำบากปากกัดตีนถีบเหมือนนักเตะอีกหลายๆคน และเส้นทางสายฟุตบอลก็โรยด้วยกลีบกุหลาบมาก เพราะแมวมองของแมนฯ ยูไนเต็ดเห็นแววตั้งแต่เล็กๆ และดึงตัวไปร่วมอะคาเดมี่ด้วย
จากนั้นก็เหมือนที่ทุกคนทราบกัน กรีนวู้ดพัฒนาความสามารถไปอย่างรวดเร็วมาก คราวนี้ไม่ใช่แค่วิ่งเร็ว แต่ยิงกระจุยในระดับเยาวชน เท้าซ้าย เท้าขวา ยิงได้หมด
เคลย์ตัน แบล็คมอร์ อดีตนักเตะปีศาจแดงเล่าว่า "ผมเคยเห็นเขายิงจุดโทษ และฟรีคิก ด้วยเท้าข้างที่ไม่ถนัดมาแล้ว ผมไม่เคยเห็นใครที่ทำได้แบบนี้มาก่อน" ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ขณะนั้นกล่าวว่า "นี่เป็นนักเตะที่เล่นได้ 4 ตำแหน่ง เบอร์ 10 เบอร์ 7 เบอร์ 11 และ เบอร์ 9 เขาถนัดซ้ายแต่เอาจริงๆ คือเล่นได้ดีเท่ากันสองเท้า เขาเป็นนักเตะประเภทที่คุณบอกได้ว่า ถนัดสองเท้า 50 : 50 ขนาดนั้นเลย หรือบางทีอาจจะถนัดเท้าซ้ายมากกว่านิดนึง ประมาณ 51 : 49 "
เท่ากับว่า กรีนวู้ด เป็นส่วนผสมของนักเตะที่มีสปีดอันน่ากลัวมาก (จากเชื้อสายจาไมก้า), รูปร่างเหมาะสมไม่ตัวเล็กเกินไป (สูง 181 เซนติเมตร) และ เล่นได้ทั้ง 2 เท้า เท่ากับว่าคู่แข่งไม่รู้จะป้องกันฝั่งไหนดี คุณสมบัติแบบนี้ ทำให้เขาเป็นกองหน้าในฝันของโค้ชทุกคนเลยก็ว่าได้
ขณะที่แบ็กกราวน์ครอบครัวก็อบอุ่น เจ้าตัวเองก็อยู่ในโรงเรียนดีๆ มาตลอด คือว่ากันตรงๆ เส้นทางชีวิตของกรีนวู้ดยังไงก็ประสบความสำเร็จแน่ๆ จะช้าหรือเร็วแค่นั้น
แต่อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่แรกว่า บางครั้งคนที่ดูเรียบร้อย ไม่มีพิษไม่มีภัยในสายตาคนอื่น เขาอาจจะเป็นปีศาจร้ายตอนอยู่กับคนรักของตัวเองก็ได้
ย้อนกลับไปเดือนพฤศจิกายนปี 2020 มีคนทวีตว่า "กรีนวู้ดทำร้ายแฟนสาวของตัวเอง" มีคนรีทวิตหลายร้อย แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบไป ผู้คนก็มองว่าในโลกออนไลน์ใครจะทวีตอะไรก็ได้
จนมาถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น เมื่อแฮร์เรียต ร็อบสัน แฟนสาวของกรีนวู้ด ลงคลิปสั้นๆ พร้อมรูปถ่ายที่เธอมีเลือดเต็มหน้า พร้อมรูปถ่ายแขนขาที่ฟกช้ำทั่วตัว แล้วเขียน text ว่า "สำหรับใครที่อยากรู้ว่าเมสัน กรีนวู้ด ทำอะไรลงไปกับตัวฉัน"
ภาพร่างกายน่วมก็ว่าแย่แล้ว ที่หนักกว่าคือร็อบสันลงคลิปเสียงความยาว 52 วินาทีแนบมาด้วย โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2021 ซึ่งใครฟังก็รู้ว่าเป็นเสียงของ กรีนวู้ดกับร็อบสันนั่นแหละ
โดยเนื้อหาคำต่อคำมีดังนี้
กรีนวู้ด : แฮร์เรียต กางขาออกสิวะ! แม่งเอ๊ย กางขาของมึงออก!
แฮร์เรียต : ไม่ ฉันไม่ต้องการจะมีเซ็กส์
กรีนวู้ด : กูไม่สนว่ามึงจะต้องการอะไรอีเวร หุบปากไป อย่ามาพูดกับกู
แฮร์เรียต : อย่าเอาจู๋ (Dick) มาใกล้ๆ ฉันนะ ฉันไม่อยากจะมีเซ็กส์
กรีนวู้ด : กูไม่สนว่ามึงจะอยากมีอะไรกับกูหรือเปล่า มึงได้ยินมั้ย
แฮร์เรียต : ทำไมฉันต้องโดนอะไรแบบนี้ด้วย
กรีนวู้ด : ก็เพราะกูขอมึงแบบสุภาพแล้วมึงไม่ยอมไง กูขอมึงดีๆ แล้วนะ แล้วมึงจะให้กูทำยังไง
กรีนวู้ด : ถ้าผลักกูออกไปอีกทีเดียวนะ คอยดูให้ดีละกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมึง
แฮร์เรียต : ไม่
กรีนวู้ด : ได้ มึงคอยดูละกันว่าจะเจออะไร
ทั้งคลิปและรูป ถูกโพสต์เป็นระยะเวลาแค่แป้บเดียวเท่านั้นก็โดนลบทิ้ง แต่แค่นั้นก็มากพอแล้ว ที่คนจะแคปแล้วเอาไปแชร์ต่อทั้งโลก
ตอนนี้การเล่นข่าวในอังกฤษ มันเลยจุดที่ต้องพิสูจน์แล้วว่า "เสียงจริง" หรือไม่ เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันคือเสียงกรีนวู้ด
เรื่องกฎหมายก็ว่ากันไป ตอนนี้อยู่ในกระบวนการสู้คดี แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือบทลงโทษทางสังคมที่รุนแรงเอามากๆ
คดีใหญ่ขนาดนี้ ย่อมทำให้เส้นทางอาชีพของเขาไม่มีทางจะเหมือนเดิมอีกต่อไปแน่นอน ในยุคปัจจุบันที่เขารณรงค์จะตายเรื่อง Domestic Violence กรีนวู้ดทำแบบนี้ ไม่มีใครจะปกป้องไหวหรอก
มันเคยมีนักกีฬาหลายคนที่โดนกล่าวอ้างว่าข่มขืน แต่ยังรอดมาได้ ตัวอย่างเช่น โคบี้ ไบรอันต์ ของแอลเอ เลเกอร์ส ในเดือนกรกฎาคมปี 2003 ตอนอายุ 25 โคบี้ไปมีเซ็กส์กับพนักงานโรงแรม ที่โคโลราโด้ โดยฝ่ายหญิงบอกว่าโดนข่มขืน ส่วนโคบี้บอกว่าผู้หญิงสมยอมต่างหาก คดีนี้เป็นข่าวใหญ่โต แต่สุดท้ายก็จบลงที่การไกล่เกลี่ย โดยโคบี้ยอมจ่ายเงิน 2.5 ล้านดอลลาร์เพื่อให้เรื่องจบลงตรงนั้น
อย่างกรณีนี้เราไม่รู้ว่าโคบี้ข่มขืนจริงหรือไม่ อันนั้นคงมีแต่ 2 คนที่ทราบ แต่ที่แน่ๆ คือโคบี้ ไม่ได้ทำร้ายร่างกายผู้หญิงด้วย คือพอตัดเรื่องการใช้กำลังออกไป มันพอจะ Damage Control ได้อยู่
เช่นเดียวกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็เคยโดนกล่าวหาว่าข่มขืนผู้หญิงที่ลาสเวกัส แต่โรนัลโด้ก็ไม่ยอมรับเช่นกัน โดยระบุว่าเป็นการสมยอมของสองฝ่าย สุดท้ายมันก็จับมือใครดมไม่ได้ เหตุการณ์ก็เลยจบกันไป
เคสของโคบี้ กับ โรนัลโด้ สิ่งที่เหมือนกันคือไม่มีหลักฐานว่าข่มขืน และไม่มีการทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง
แต่กับเคสนี้ของกรีนวู้ด หลักฐานมันเยอะไปหมด คลิปเสียงมันก็ชัดเจนแล้วว่าคุณไป Forced ให้อีกฝ่ายมีเซ็กส์ ทั้งๆที่ไม่ได้รับ Consent ยิ่งไปกว่านั้น ภาพแฟนสาวเลือดท่วมตัว ฟกช้ำทั่วร่างกาย มันก็สะเทือนใจมาก ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากถ่ายรูปตัวเองอาบเลือดเก็บไว้หรอก แต่แฮร์เรียตทำ คงเพราะมันสุดทนแล้วจริงๆ
เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น ไม่ได้แปลกอะไร ที่เพื่อนร่วมทีมมากมายต่างอันฟอลโลว์เขาเป็นพรวน ผมว่าบางคนอาจจะไม่ได้เกลียดกรีนวู้ด แต่คำแนะนำจากสโมสร และจากทีมงาน คงไม่อยากให้นักเตะไปมีความสัมพันธ์กับคนที่ตกเป็นข่าวทำร้ายผู้หญิง
เวลาต่อมาสโมสรถอดชื่อออกจากระบบสินค้าทั้งหมด ตอนนี้เสื้อเบอร์ 11 มีคำว่า Greenwood อยู่ด้านหลังก็จะไม่มีอีกแล้ว
และเชื่อว่าอีกไม่นาน กรีนวู้ดก็คงต้องโดนปล่อยตัวทิ้งแบบฟรีๆ คือแม้ราคาประเมินของกรีนวู้ดปัจจุบันจะสูงถึง 50 ล้านยูโร แต่ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงยื้อเก็บผู้เล่นไว้ต่อไป มูลค่าภาพลักษณ์ที่เสียหาย อาจจะแพงกว่าตัวเลข 50 ล้านก็ได้
ขณะที่แบรนด์ไนกี้ ก็ระงับการเป็นสปอนเซอร์แล้ว รายได้ของกรีนวู้ดที่เชื่อว่าไนกี้จ่ายให้ปีละ 2 ล้านปอนด์ ก็หายวับไปด้วย
ไนกี้จริงจังกับเรื่องคดีความอย่างมาก ย้อนกลับไปตอนที่โคบี้ มีข่าวว่าข่มขืนผู้หญิง ไนกี้ก็ระงับการสนับสนุนไปชั่วคราวเหมือนกัน แต่พอทุกอย่างเคลียร์หมด ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ ไนกี้ก็กลับมาเป็นสปอนเซอร์เหมือนเดิม
เอาล่ะ เมื่อสถานการณ์บานปลายมาจุดนี้แล้ว ถามว่า กรีนวู้ดจบสิ้นเลยไหม ต้องแขวนสตั๊ดเลยหรือเปล่า คำตอบคือ คงไมใช่ เพราะจริงๆ แล้ว ในโลกฟุตบอลมีนักเตะมากมายที่เคยทำผิดกฎหมาย แต่ก็ได้กลับมาเล่นอาชีพต่อ ตัวอย่างเช่น ลี ฮิวจ์ส กองหน้าของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เคยขับรถชนคนตายในปี 2003 จากนั้นหนีไปกบดาน 36 ชั่วโมง จนโดนตำรวจระดมล่า ก่อนจะต้องมอบตัวในเวลาต่อมา
หลังจากติดคุกอยู่ 2 ปี ลี ฮิวจ์ส ออกมาจากคุก ก็ยังได้เล่นฟุตบอลอาชีพอยู่ โดยได้เซ็นสัญญากับทีมโอลด์แฮม ในระดับลีกวัน คือทีมเล็กๆ ก็ไม่ต้องสนใจเรื่องภาพลักษณ์อะไรมาก การได้ตัวผู้เล่นเก่งๆ มาเสริมทีมก็โอเคแล้ว
ซึ่งเคสแบบนั้นก็อาจจะเกิดกับกรีนวู้ดได้ สมมุติเขาโดนตัดสินว่าผิดจริง ก็อาจโดนไล่ออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องแขวนสตั๊ดไปเลย ทีมเล็กๆ ในลีกวัน ลีกทู ก็อาจให้โอกาสเขาอีกครั้ง ได้เงินน้อยลงหน่อย แต่เส้นทางฟุตบอลอาชีพยังอยู่ หรือไม่ก็ย้ายไปลีกต่างแดนเลย เริ่มต้นชีวิตใหม่ กับสโมสรที่พร้อมให้โอกาส
ส่วนทีมชาตินั้น เมื่อเกิดเคสแบบนี้แล้ว โอกาสจะติดทีมชาติอังกฤษก็ยากแล้ว แต่โชคยังดีที่กรีนวู้ดสามารถเปลี่ยนไปเล่นให้ทีมชาติจาไมก้าได้ตามสายเลือด ดังนั้นก็อาจจะเป็นชอยส์ที่สามารถนำไปพิจารณาได้ เหมือนมิคาเอล อันโตนิโอ ของเวสต์แฮม ที่ก็เลือกเล่นให้จาไมก้าเช่นกัน
ทางรอดของเมสัน กรีนวู้ดในเรื่องนี้ ถ้าจะกลับมาเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดอีกครั้ง ที่ต่างประเทศคุยกันว่า "อาจจะมีอยู่ทางเดียว" คือสรุปว่า ตัวแฮร์เรียต จงใจใส่ความกรีนวู้ด เหมือนกับหนังเรื่อง Gone Girl
เลือดที่ไหลนองอาจจะเป็นเลือดปลอม รอยช้ำอาจจะถูกสร้างขึ้น และคลิปเสียงอาจจะเป็นการวางแผนหลอกให้กรีนวู้ดพูดตามบท ฟีลว่าสร้างแฟนตาซีเหมือนหนังโป๊ มีแอบขัดขืนกันให้ตื่นเต้น แต่แฮร์เรียตหักหลัง ด้วยการแอบอัดคลิปมาแบล็คเมล์ทำเป็นว่าตัวเองโดนข่มขืน
ถ้าตำรวจพิสูจน์ได้ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก กรีนวู้ดจริงๆ ไม่เคยบังคับข่มขืน ไม่เคยทำร้ายร่างกาย เขาโดนจัดฉากทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนั้น เกียรติยศและศักดิ์ศรีของเขาก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง
แต่ถ้าหากทุกอย่าง ไม่ได้เป็นแบบหนัง Gone Girl หากเรื่องราวทั้งหมดเรียบง่ายแค่กรีนวู้ดระงับสติไม่อยู่ จนน็อตหลุดไปทำร้ายร่างกายแฟนสาว
ถ้าเรื่องจบแบบนี้ ก็คงต้องอำลากรีนวู้ดเพียงเท่านี้
น่าเสียดายพรสวรรค์ระดับอัจฉริยะ จะมีนักเตะสักกี่คนที่ใช้สองเท้าได้ดีเท่ากันขนาดนั้น เพิ่งได้เห็นแค่ไม่กี่ปี ก็ต้องดับสูญไปจากวงการเสียแล้ว
แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะสังคมต้องทำให้ชัดเจนเลย ว่าต่อให้คุณจะโด่งดังแค่ไหนก็ตาม หากคิดจะทำร้ายร่างกายคนอื่นล่ะก็ เมื่อนั้นอนาคตคุณต้องจบลงง่ายๆ แบบนี้แหละ
#GAMEOVER
โฆษณา