Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
7 ก.พ. 2022 เวลา 01:00 • สิ่งแวดล้อม
กระดูกเสือไม่ใช่ยา - ค่านิยมคนเวียดนามบางกลุ่ม กำลังคุกคามชีวิตสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
เมื่อเดือนสิงหาคม 2021 ตำรวจเวียดนามได้เข้าบุกค้นห้องใต้ดินของบ้านสองหลังในจังหวัดเหงะอาน
ณ ที่เกิดเหตุพวกเขาพบเสือโคร่งขนาดโตเต็มวัยทั้งสิ้นจำนวน 17 ตัว ถูกลักลอบเลี้ยงไว้อย่างผิดกฎหมาย
ในรายงานระบุว่าเสือทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปแปรรูป ถลกหนังขายเป็นของประดับตกแต่ง และนำกระดูกไปปรุงเป็นยา
คาดว่าจุดหมายปลายทางของสินค้ามีทั้งที่ส่งขายตลาดในประเทศและส่งออกไปประเทศจีน
เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ที่สะท้อนภาพค่านิยมของคนบางกลุ่มที่ยังดูแคลนสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างเสือโคร่ง เห็นเป็นเพียงสิ่งของที่มีไว้สำหรับปรนเปรอความต้องการของชีวิต
และสอดคล้องกับงานวิจัยที่เตรียมตีพิมพ์ผ่านวารสาร Nature Conservation ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ เรื่อง The impact of a legal trade in farmed tigers on consumer preferences for tiger bone glue – Evidence from a choice experiment in Vietnam
ที่มีบทสรุปว่าคนมีฐานะในเวียดนามยังมีค่านิยมใช้กระดูกเสือเป็นยาบำรุงกำลัง
ผู้วิจัย - Hoai NamDang Vu - นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ระบุว่า ‘กาวกระดูกเสือ’ คือหนึ่งในสินค้าที่กลุ่มวัยกลางคนและมีฐานะค่อนข้างดีในเวียดนามนิยมและต้องการ เพราะเชื่อว่า มีสรรพคุณบำรุงกำลังวังชารักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับไขข้อได้
‘กาวกระดูกเสือ’ เป็นการนำกระดูกของเสือมาเคี่ยวด้วยความร้อนจนละลายกลายเป็นก้อนกาวเหนียวๆ ใช้ทานผ่านวิธีผสมเหล้าหรือไวน์
เสือ 1 ตัว เมื่อชำแหละแล้วจะได้กระดูกราว 30 กิโลกรัม แต่จะเคี่ยวได้ไขกระดูกเพียง 20 กรัม ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นทั้งของที่หายากและมีราคาแพง ใช้กันในสังคมเฉพาะกลุ่ม ตามที่นักวิจัยระบุไว้ในรายงานว่าเป็นเรื่องของกลุ่มคนมีฐานะรวมถึงอภิสิทธิ์ทางสังคม
เบื้อหลังงานวิจัย นักศึกษาปริญญาเอกต้องปลอมตัวเป็นคนรวย หยิบยืมรถปอร์เช่ราคา 300,000 เหรียญสหรัฐฯ มาขับเพื่อเข้าสังคมและสืบค้นข้อมูล
จากการสัมภาษณ์ผู้ซื้อ 228 รายและผู้มีโอกาสเป็นผู้ใช้กาวกระดูกเสือ ได้ความสรุปว่า ผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการกาวกระดูกเสือที่มาจากเสือป่ามากกว่าเสือเลี้ยง เพราะเชื่อว่ากระดูกของสัตว์ป่ามีสรรพคุณทางยามากกว่า
โดยไม่สนว่าเสือโคร่งเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองในระดับสากล การล่าเสือโคร่งในป่าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และเมื่อนักวิจัยถามว่า หากมีกาวกระดูกเสือจากฟาร์มที่ทำอย่างถูกกฎหมายเป็นตัวเลือก จะหันมาใช้ตัวเลือกนี้หรือไม่
หนึ่งในสามของผู้ตอบคำถามยังยืนยันว่าต้องเป็นเสือจากป่าเท่านั้น แม้ว่าจะต้องจ่ายแพงแค่ไหนก็ตาม
อีกเหตุผลที่ทำให้กาวกระดูกเสือเป็นที่นิยมในเวียดนาม เพราะผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปสำเร็จออกมาแล้วทำการตรวจสอบดีเอ็นเอของเสือได้ยากหรืออาจไม่พบ ในสายตาของผู้ค้าและผู้บริโภคจึงมองว่าการใช้กาวกระดูกเสือมีความเสี่ยงถูกจับกุมน้อย และมีโอกาสรอดในความผิดครอบครองชิ้นส่วน
ในทางกลับกัน ทางการก็ให้ความสำคัญกับการปราบปรามผู้ต้องสงสัยที่ซื้อขายเสือโดยตรงหรือชิ้นส่วนของเสือโคร่งที่จับต้องได้มากกว่า - ส่วนนี้จึงยังเป็นช่องโหว่รูใหญ่ที่แก้ไขกัน
งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นภาพภัยคุกคามของเสือโคร่งที่ยังมีอยู่ และตอกย้ำให้เห็นว่าแม้จะมีการทำฟาร์มเสือโคร่ง ไม่ว่าจะลักลอบหรือเปิดแบบถูกกฎหมาย (แฝงไว้ในธุรกิจอื่นๆ เช่น สวนสัตว์) การล่าเสือโคร่งในป่าก็ยังคงเกิดขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในประเทศเวียดนามและลาวต่างก็มีฟาร์มเลี้ยงเสือโคร่ง แต่ก็ไม่สามารถปกป้องเสือโคร่งในธรรมชาติของประเทศตนเอาไว้ได้
อีกทั้งการเพาะเลี้ยงหรือการทำให้ถูกกฎหมาย กลับจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการมากขึ้นเสียมากกว่า
การจัดการกับความต้องการด้านผลิตภัณฑ์นั้นจึงเป็นทางออกที่ถูกต้องที่สุด ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง
#IsLIFE #PanteraTigris #Extinction
อ้างอิง
Mongabay :
https://bit.ly/3g5a9sA
Nature Conservation :
https://bit.ly/3KJeWyd
บันทึก
2
3
2
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย