10 ก.พ. 2022 เวลา 12:13 • นิยาย เรื่องสั้น
เรื่องสั้น : เจ้าชายหมื่นคำถาม กับ เจ้าหญิงแสนคำตอบ
<ตอนที่ 2> เดินทาง
==============
กว่าเจ้าชายจะเดินมาถึงเชิงเขาก็เป็นเวลาย่ำรุ่งพอดี
(เจ้าชายพยายามเดินย่ำๆไปด้วย เพื่อให้ได้บรรยากาศ….<เจ้าชายเป็นคนตลก>)
…และพอดีกับที่ได้เห็นแสงแรกของพระอาทิตย์ ที่โผล่หน้าออกมาระหว่างภูเขาสองลูก
แสงนั้นได้ฉาบให้ต้นไม้และเนินเขารอบตัวเขาหลายเป็นสีทองเรื่อๆ
และสะท้อนผืนน้ำเบื้องหน้าเป็นประกายวิบวับ
….เจ้าชายตกตะลึงกับความงามของธรรมชาติเบื้องหน้า พลันรู้สึกถึงแรงสั่นจากลูกแก้วในถุงข้างเข็มขัด
เขาจึงเอื้อมมือไปเปิดถุงลูกแก้วนั้น
พลันลูกแก้วสีม่วงก็ลอยขึ้นมา แล้วตัวอักษรก็พุ่งเป็นสายออกมา เรียงกันเป็นประโยคว่า..
“ทำไมพระอาทิตย์ยามเช้าถึงงดงาม?”
แล้วค่อยๆจางหายไป พร้อมลูกแก้ว
เจ้าชายตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น พอๆกับพระอาทิตย์ยามเช้า
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตอบคำถามของลูกแก้วได้
….โดยไม่ต้องตอบ หรือฟังใครตอบ
แต่เป็นการเห็น…ด้วยตาของตัวเอง
เจ้าชายเองก็เพิ่งรู้ว่า ทำแบบนี้ก็ได้เหรอเนี่ย
…..
แต่หลังจากปลื้มอยู่ได้ไม่นาน เจ้าชายก็พลันนึกขึ้นมาได้
“ อ๊ะ แล้วเราจะข้ามแม่น้ำกว้างใหญ่ขนาดนี้ไปได้ไงกันล่ะเนี่ย ”
เจ้าชายมองรอบตัวเห็นต้นไผ่ขึ้นแซมอยู่ตามชายป่า พลันก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
“ใช่แล้ว!! …เราก็ตัดไม้ไผ่มาต่อเป็นแพสิ!!”
….แต่แล้วก็มีอีกเสียงแย้งขึ้นมาในหัว
‘ แล้วจะไปตัดไม้ยังไง๊ เลื่อยซักอันก็ไม่ได้พกมา’
“เออจริง” เจ้าชายพึมพำ ทำตาปริบๆ
“งั้นคงต้องว่ายน้ำข้ามไปแล้วล่ะ”
…..
ว่าแล้วเจ้าชายก็โดดน้ำจ๋อม และออกว่ายท่าฟรีสไตล์ที่เคยเรียนมาในวิชาพละศึกษา (ที่ได้เกรด 4)
แต่กระแสน้ำ ช่างเชี่ยวกรากเหลือเกิน เข้าหน้าเข้าตาเจ้าชายจนสำลักไปหลายอึก
ก็เลยเปลี่ยนจากท่าฟรีสไตล์มาเป็นท่า”ลูกหมาตกน้ำ”แทน
…..เจ้าชายมาถึงอีกฝั่งอย่างทุลักทุเล ทั้งเหนื่อย ทั้งภูมิใจ
แต่ตอนนี้ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อน เพราะเปียกซ่กไปทั้งตัว หนาวก็หนาว…บรึ๋ย
‘อะ….ของในเป้เปียกหมดเลย’
 
“.………”
เจ้าชายทำหน้าเซ็ง ตาเป็นจุดๆ อยู่ซักพัก (มีเสียงกา กา…. ของนกกาแถวนั้นพอเข้ากับบรรยากาศ )
แล้วก็นึกได้ว่า…
“ เฮ้ยย ถุงใส่ลูกแก้วคำถามที่ผูกไว้ตรงเข็มขัด หายไปสองใบ”
“สงสัยจะหลุดไปตามสายน้ำเชี่ยวแน่ๆเลย ”
เจ้าชายพึมพำกับตัวเอง …แล้วก็ถอนใจ
“เฮ้อ ไม่เป็นไรๆ ช่างมัน ยังเหลืออีกหลายถุง ”
…………...
ช่วงเช้าวันนั้น เจ้าชายได้กล้วยสี่ลูกจากดงกล้วยในป่าเป็นอาหารเช้า
พอช่วงสายๆ…เจ้าชายก็เดินลุยเข้าไปในป่า ที่ค่อยๆลาดขึ้นไปยังภูเขา
และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติงดงามตลอดทาง
ได้เจอนกป่า เก้ง กวาง ลิง ค่าง มด หนู หมูป่า และสัตว์แปลกๆมากมาย
เขารู้สึกว่ามันช่างสวยงามกว่าสมุดภาพหรือ หนังสารคดีที่เขาดูหลายเท่านัก
….ที่สำคัญ ลูกแก้วคำถามในถุงนั้นเปล่งแสง แล้วก็สลายไปอีกสามลูก ระหว่างชมธรรมชาตินั่นเอง
เจ้าชายพักกินมื้อเที่ยงด้วยฝรั่งหวานฉ่ำที่เก็บได้แถวนั้น และกล้วยป่าอีกสองผลที่เก็บมาจากเมื่อเช้า
แต่ระหว่างกินอยู่นั่นเอง ฝนห่าใหญ่ก็ตกมาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
( อ้าว แล้วจะให้ตะโกนบอกก่อนเหรอว่า “ เฮ้ยย จะตกแล้วนะ!! ” …ฝนบ่น )
เจ้าชายรีบวิ่งหาที่หลบฝน โดยวิ่งหลบจากต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ ไปต้นนู้น ไปต้นโน้น ไปต้นน้านนนนนน (...พอๆ)
…ก็พอดีเห็นถ้ำอยู่ลิบๆ เลยดึงใบกล้วยมาใบนึงเพื่อบังฝน
แล้ววิ่งจู๊ดฝ่าฝนไปอย่างรวดเร็ว
…….
“ แฮ่กๆๆ !! ” เจ้าชายหอบตัวโยน พร้อมกับโยนเป้ชื้นๆลงบนพื้นถ้ำ ก่อนจะทรุดนั่งลงพิงเป้
ตัวไม่ค่อยเปียกเท่าไหร่ แต่เป้นี่สิเปียกชุ่มเลย…..เพิ่งจะแห้งตอนเดินป่าแท้ๆ
อ๊ะ แต่ไม่เป็นไร…ยังไงซะ ถุงลูกแก้วก็….ก็…… (เจ้าชายรีบลุกขึ้น คลำถุงลูกแก้วที่ผูกไว้รอบเข็มขัด)
เฮ้ยยย ถุงลูกแก้วหายไปอีกสองถุง!!!!
……เจ้าชายคอตก ห่อตัว ด้วยความเสียดาย
แต่ก็คิดปลอบใจตัวเองว่า ‘ไว้ฝนหยุดแล้วค่อยออกไปหาก็ได้ล่ะมั้ง’
……
เจ้าชายนั่งกินฝรั่งเปียกน้ำฝนไปพลาง มองฝนนอกถ้ำไปพลาง
ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดตื้อราวกับพลบค่ำ
‘ดูจากสภาพแล้ว ไม่น่าจะหยุดในเร็วๆนี้สินะ
เจ้าชายหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องเล่นไปมาที่เพดานถ้ำ
หินงอก หินย้อยสะท้อนแสงไฟฉายเป็นประกายวิบวับ งดงามตา
จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่แสงหลุบหายเข้าไปในซอกหลืบหิน เผยให้เห็นเป็นทางเดินต่อไปภายในถ้ำ
‘ งั้นระหว่างนี้ เรามาสำรวจถ้ำนี้ไปพลางๆก่อนก็ดีเหมือนก็ดีนะ’
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นแบกเป้ขึ้นสะพาย แล้วเดินเข้าไปในถ้ำ
แสงไฟฉายซอกซอนนำไปตามเสาหินงอก และหินก้อนใหญ่ หลากหลายรูปทรง
ปรากฏเป็นเงาทอดยาวไปบนพื้นแลดูคล้ายเงาสัตว์ประหลาด,มังกร, ไดโนเสาร์ หรือนกกระปูด
ตามแต่จะจินตนาการ
มันสลับเลื่อน เคลื่อนไหวไปมาตามแสงไฟฉายที่เจ้าชายส่องสะบัดไปมา คล้ายกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
อารมณ์เขาในตอนนั้น …ทั้งสนุก ทั้งตื่นเต้น ทั้งแอบกลัวนิดๆ
แต่แล้วทันใดนั้นเอง
…”เฮ้ยยยยย” เจ้าชายร้องเสียงหลง ก่อนจะล้มลงไปนั่งกับพื้น
เสียงร้องโว้กว้ากอย่างตกใจ สลับกับเสียงครืดคราดของของกางเกงชื้นแฉะของเจ้าชาย ที่ไถลไปกับพื้นลาดชัน
มือหนึ่งส่องไฟฉาย อีกมือก็พยายามไขว่คว้าหาก้อนหินซักก้อนเพื่อทรงตัว แต่ก็ไม่ทันซักที
…..ภาพเบื้องหน้าของเจ้าชายตอนนี้ เหมือนเป็นหน้าผาที่เคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว
พอมองถัดไปยังฝั่งตรงข้ามก็เห็นน้ำตกใหญ่ไหลซู่หายลงไปยังหลุมยักษ์เบื้องล่าง
เขากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
แม้จะลนลานแต่ก็ต้องรีบตั้งสติแล้วรีบสอดส่ายสายตาไปรอบๆ พลางประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
พลันเห็นชะง่อนหินใหญ่อยู่ถัดไปด้านหน้าทางขวาประมาณ 50 เมตร …ตรงก่อนจะถึงหน้าผานิดเดียว
เขารีบใช้แรงขาซ้าย พยายามถีบตัวเองไปทางขวาทีละนิดๆ เพื่อเบี่ยงทิศทางการไถล แต่เหมือนจะยังไม่ทัน
จังหวะนั้นเจ้าชายเลยตัดสินใจถอดเป้มาสวมไว้ข้างหน้า สูดลมหายใจลึกๆ แล้วกลิ้งตัวไปบนพื้นอย่างสุดแรง
เขากลิ้งไปบนพื้นลาดขลุกๆๆเหมือนท่อนไม้
พอเห็นก้อนหินก้อนนั้นแว้บๆ เบื้องหน้า ก็ตัดสินใจปล่อยมือจากไฟฉาย เพื่อใช้มือทั้งสองข้างโผไปจับก้อนหินนั้นไว้
“หมับบ!!”
สำเร็จ….เจ้าชายคว้าก้อนหินใหญ่ได้ทันพอดี ตัวห้อยต่องแต่งอยู่ริมผา
…เขารู้สึกได้ว่าเข็มขัดขาดออกไปจากเอว และหล่นไปยังน้ำตกเบื้องล่าง
แต่จังหวะนั้นเขาจำต้องเลิกนึกถึงมันไปก่อน แล้วค่อยๆดึงตัวขึ้นไปบนก้อนหินใหญ่ก้อนนั้น
………..
เขาหอบแฮ่กๆ บนก้อนหินนั้น
…นี่คือวินาทีชีวิตที่เขาเข้าใกล้ความตายที่สุด
พยายามมองไปในความมืดเพื่อหาทางไปต่อ (เนื่องจากไฟฉายหล่นไปแล้ว)
แล้วค่อยๆลุกขึ้นคลำทางปีนป่ายลัดเลาะก้อนหินไปเรื่อย ไม่นานนักก็เจอทางลาดให้พอเดินต่อไปได้
เขาค่อยๆเดินตามทางลาดไปอย่างระมัดระวัง พยายามอย่างยิ่งไม่ให้ลื่นไถลอีก
ซ้ายขวาของเขาตอนนี้ เหมือนจะขนาบด้วยกำแพงหินสูงไปถึงเพดาน
พอเดินไปสักพักก็เริ่มได้ยินเสียงซู่ซ่าของน้ำตกดังมาลอดมาจากกำแพงหินฝั่งซ้ายมือ
…..ส่วนทางขวามือถัดไปไม่ไกล เขาเหมือนจะเห็นแสงสว่างรำไรลอดออกมา
“หรือจะเป็นทางออก?? ‘
เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองกำลังคิดอยู่ หรือพูดออกมา
แต่ก็รีบเดินจ้ำไปอย่างมีความหวัง
“จริงด้วย!! ทางออกจริงๆแฮะ”
เขามาถึง “ทางสามแยก” ในที่สุด
ตรงไปข้างหน้าเป็นทางตัน
ทางซ้ายมือ คือที่ที่เขาได้ยินเสียงน้ำตก ขวามือเป็นโถงขนาดใหญ่ มีแสงลอดออกมาจากมุมหนึ่ง
…เจ้าชายเดินเลี้ยวซ้ายโดยอัตโนมัติ แต่แล้วก็หยุดกึกเหมือนคิดอะไรได้
‘ เมื่อกี๊ตอนที่เข็มขัดตก มันก็น่าจะตกลงไปในน้ำตก …..อย่างนี้เราน่าจะไปดูที่น้ำตกก่อนดีไหมนะ? ’
เจ้าชายรีบเปลี่ยนแผนทันที เขาหันหลังกลับแล้วเดินไปทางแยกซ้ายมือ
…..ได้ประมาณ 5 ก้าว
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียง “ โฮกกกกก!!!!! ” ดังลั่นมาจากความมืดเบื้องหน้า
โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง…เจ้าชายหมุนตัวกลับ และวิ่งจ้ำอ้าวไปยังทางออกถ้ำอย่างไม่คิดชีวิต!!!
(อ่านต่อตอนหน้า)
โฆษณา