12 ก.พ. 2022 เวลา 06:55
[รีวิวอัลบั้ม] เพื่อชีวิตกู - TaitosmitH
[รีวิวอัลบั้ม] เพื่อชีวิตกู - TaitosmitH
“พวกเขาเหล่านั้นยังคงสู้ ไม่ได้สู้เพื่อคนอื่น ไม่ได้ทำเพื่อสังคม แต่เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตและลมหายใจเขา เลยรู้สึกว่า ทุกชีวิตที่อยู่ในอัลบั้มนี้มันน่าเคารพบูชามากกว่าบางสิ่งที่เราศรัทธาเสียอีก
จ๋าย – อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี
-ได้ฟังคำพูดของจ๋าย ฟรอนต์แมนของวงพูดถึงคอนเซปต์คร่าวๆของอัลบั้มนี้ อดโยงถึงหน้าปกอัลบั้มไม่ได้จริงๆ ในหน้าปกอัลบั้มจะมีสัญลักษณ์ของ thai culture ทั้งผ้าแพรหลากสีที่พันตามต้นไม้ ตามศาลพระภูมิ พอชาวบ้านเห็นสิ่งนี้ปุ๊บก็มักจะไปขูดเลขซื้อหวยต่างๆนาๆ หรือการบนสักการะบูชาศาลพระภูมิต้นนั้นตามความเชื่อส่วนบุคคล อีกทั้งยังมีทองคำเปลวที่แปะทับลงไปด้วย เมื่อ reference คำพูดของจ๋ายกับหน้าปกอัลบั้ม
-ในมุมมองส่วนตัวขอตีความว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ห่อหุ้มด้วยผ้าแพรสีและทองคำเปลวไม่ใช่ต้นไม้ ศาลพระภูมิหรืออุโบสถแต่อย่างใด แต่เป็นชีวิตคนหลายหลายอาชีพ หลายหลายมุมมองที่สุมอยู่ในอัลบั้มนี้ต่างหาก ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ที่ขับเคลื่อนชีวิตล่อเลี้ยงตัวเองในทางที่สุจริตบ้าง ไม่สุจริตบ้าง ที่แน่ๆมันถูกครอบด้วยสังคมแบบไทยๆที่ไม่สมบูรณ์แบบทั้งระบบโครงสร้างทางสังคม ความเหลื่อมทางชนชั้น ทำให้พวกเขาเหล่านั้นดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อต่อลมหายใจในแบบที่ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป สามารถพูดได้เต็มปากว่า เพื่อชีวิตกู สื่อสารออกมาเพื่อครอบคลุมคนไทยร้อยพ่อพันแม่มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่แค่เพื่อพวกเขาเพียงกลุ่มเดียว
-พอพวกเขาอยู่ในจุดที่เป็นทั้งความหวังใหม่แห่งวงการเพื่อชีวิตไทย และแมสในระดับนึงมากพอแล้ว พวกเขาสามารถหยิบเรื่องเล่าทั้งหลายมาถ่ายทอดให้ฟังได้เต็มที่โดยไม่เกรงกลัวว่าจะไม่ฮิต ซึ่งเรื่องนี้ดูจากอุดมการณ์ของพวกเขาไม่น่าจะทำให้เราเป็นห่วงในเรื่องอุดมการณ์ที่ตกหล่นหายเป็นแน่นแท้ มีแต่ตอกย้ำให้มันชัดขึ้นในผลงานจนทำให้เรารู้ว่า นี่คืออุดมการณ์ที่ศิลปินเพื่อชีวิตควรจะเป็น
-เริ่มด้วยไตเติ้ลแทร็ค #เพื่อชีวิตกู อย่างที่ผมเคยรีวิวตอนที่เพลงนี้ปล่อยออกมาแรกๆ มันเป็นไตเติ้ลแทร็คที่ serve มาเพื่อทุกคน จากคนที่ก้มหน้าก้มตาทำมันจนกว่าจะมีวันนี้จริงๆ based on a true story ของจาร์ยโมสที่ครั้งนึงต้องกราบไหว้วอนขอให้ตัวเองได้ไปเล่นดนตรีในที่ต่างๆ โดนเจ้าของร้านด้าก็แล้ว โดนลูกค้าเขียนกระดาษให้หยุดเล่นก็แล้ว ที่แน่ๆมันคือชีวิตของศิลปินที่เลือกเส้นทางนี้ จะให้ทำอาชีพอื่นก็กะไรอยู่ ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทนกันไปเพื่อเอาตัวรอด ถึงจะต้องขายจิตวิญญาณก็ตาม จะเห็นได้ว่าเพลงนี้มันไม่ได้พูดถึงแค่การเป็นศิลปินที่ร่ำร้องขีดเขียนบทเพลงหล่อเลี้ยงตัวเองเท่านั้น ยังโยงประสบการณ์ความจำเป็นของใครหลายคนที่ต้องทำมาหากินเพื่อหล่อเลี้ยงคนที่อยู่ข้างหลังด้วยเช่นกัน ผมว่า message ของไตเติ้ลแทร็คช่างหนักแน่น บ่งบอกภาพรวมของอัลบั้มได้ชัดเจนเช่นกัน
-เพลงถัดมาก็ว่าด้วยคนที่ต้องถูกบีบขั้นให้ทำอาชีพที่ต่ำกว่าวัยวุฒิตัวเองโดยอัตโนมัติอย่าง #เสื้อกั๊ก ซึ่งหลายคนก็นึกถึงวินมอไซค์โดยอัตโนมัติ ใช่แล้วครับ นี่คืออาชีพที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน นี่คืออาชีพบริการรับ-ส่งที่ใครหลายคนกลับมองข้ามด้วยความที่ไม่ผูกติดกับบริษัทใหญ่โตที่ทุกคนต่างไฝ่ฝันเมื่อเรียนจบ แต่ตัวละครในเพลงกลับต้องมาเจอชีวิตพลิกผันเมื่อพ่อและแม่เจอภาวะเจ็บป่วยจนปางตาย เงินเก็บที่มีก็หมดไปกับแฟชั่นกางเกงยีนส์ลีวายด้วยก็ส่วนนึง แต่ส่วนใหญ่ก็คือค่าหมอค่ายาคุณพ่อคุณแม่จนต้องอยู่ภาวะจำยอมของการต้องไปเป็นอาชีพที่ง่ายแต่ก็เหนื่อยสุดอย่างวินมอไซค์
-วิ่งจนล้อพัง ต่ำต้อยกว่าคนอื่นก็ไม่แคร์แล้ว แต่เด็ดเดี่ยวด้วยแนวคิดที่เป็นอาชีพสุจริตชน ผมชอบการเปรียบเปรยในเพลงนี้เหมือนกันนะ เสื้อกั๊กคือสัญลักษณ์ของคนชั้นล่างที่ไม่ได้เทียบเท่ากับสูทหรูราคาแพง สารภาพเลยว่าน้ำตาจะไหลเมื่อได้ฟังท่อนฮุกเชิงรู้สึกผิดต่อบุพการีที่ไม่สามารถจะเป็นคนมีฐานะใหญ่โตได้ และจาร์ยโมสซึ่งถ่ายทอดเพลงนี้เต็มก็ถ่ายทอดเพลงนี้ได้อย่างมีศิลปะจนน่าซูฮก รู้จักเบรค รู้จักขยี้ จนผมซาบซึ้งตาม
ครั้งหนึ่งแม่บอก ครั้งหนึ่งพ่อฝาก
อยากให้ลูกชายเป็นใหญ่เป็นโต ใส่สูทโก้ ๆ
แต่ลูกขอโทษ ลูกไม่ได้ตั้งใจ ลูกไม่ได้ตั้งใจ
ต้องมาใส่เสื้อกั๊ก
เพลง เสื้อกั๊ก- TaitosmitH
-ต่อเนื่องด้วยเพลงที่หวือหวาที่สุดในอัลบั้ม #โคโยตี้ ที่ถ่ายทอดหญิงสาวที่ต้องขายความยั่วยวนทางสรีระเป็นอาหารตาเพื่อเรียกแขก สร้างความบันเทิงให้กับคนที่มาชมรถ แต่ก็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีและร่างกายคนที่หื่นกามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นการฟิวชั่นทั้งไทยและเทศมายำรวมกันได้หลากอารมณ์จนน่าทึ่ง มีทั้งกระตุ้นจิตใต้สำนึกปลุกความเป็นชายในตัวคุณ จากการถ่ายทอดแบบพรายกระซิบของจ๋าย ตัดสลับฮิปฮอปกลิ่นอายฝรั่งอารมณ์จริงจังของหนู Milli แล้วก็ลื่นไหลเก่งเป็นสามช่าโจ๊ะๆราวกับน้องเปลี่ยนคอสตูมจากชุดหนังมาเป็นชุดหลากสีได้อย่างรวดเร็ว ครื้นเครงชวนเต้นในขบวนแห่โดยฉับพลัน
-ภายใต้ตีมสามช่าก็มีการคารวะ EDM สไตล์งานวัดที่มีโคโยตี้เต้นบนรถปิคอัพคันโต พร้อมชุดลำโพงตกแต่งด้วยไฟหลากสี อีกทั้งยังเชื้อเชิญดีเจยูโร่มาพากย์เสียงบิ้วด์คนดูแบบไทยๆที่หาดูได้ยากมากแล้ว นอกเสียจากคุณจะได้มีโอกาสไปงานวัดหรือเจอพี่แท็กซี่เปิดเอ็มวีเหล่านี้กรอกหูท่านบนรถโดยสารนั่นแหละ โคตรชอบในความคารวะต่ออาชีพที่บางคนกลับมองว่าทำตัวไม่เรียบร้อย จริงๆแล้วก็เป็นอาชีพนึงที่สร้างมูลค่า ดึงดูดให้คนมาซื้อรถ และยังคารวะต่อความบันเทิงไทยสไตล์อย่างถึงที่สุด สนุกจัดสาดกู่แคน synthesizer ได้มันส์เชียว
-ยังคงคารวะความเท่ห์แบบไทยๆอย่างต่อเนื่องในเพลง #ไทเท่ ที่ได้ the late thai legend พ่อไวพจน์ เพชรสุพรรณมาฟีทเจอริ่งเป็นผลงานสุดท้าย แหล่ให้เด็กมันดูก่อนสิ้นลมด้วย นอกจากจะคารวะเอกลักษณ์ความเป็นไทยแล้ว พ่อไวพจน์ได้ทิ้งมรดกตกทอดให้ทั้งตัวเจ้าของเพลงเองและผู้ฟังอย่าหลงลืมว่า Thai Culture เคยมีความบันเทิงแขนงนี้อยู่ ในยุคสมัยที่ทุกคนต่างก็รู้จัก Mariah Carey, Ed Sheeran และ Justin Bieber ไปแล้ว อย่าลืมด้วยว่าครั้งนึงโลกนี้ยังมีพ่อไวพจน์ เพชรสุวรรณที่เด็กๆอาจเกิดไม่ทัน เป็นอีกหนึ่งความฟิวชั่นที่ทำได้แนบเนียนพอๆกับเพลงที่แล้ว แหล่แบบเจื้อยแจ้วค่อยๆไต่ระดับแล้วสาดรีฟร็อคไทยสุดร้อนแรงเป็นการปล่อยของฝั่งรุ่นลูกบ้าง หนึ่งเพลงขั้วตรงข้าม Amazing Thailand ที่มาแนวเสียดสีประชดประชัน มาเป็น Thai proud ที่อย่างน้อยภายใต้ความย้อนแย้งทางศีลธรรม ก็ยังมีศิลปะเพลงไทยที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้ชาติใดในโลก
-หลังจากที่ผ่านความครื้นเครงอย่างร้อนแรงและอร่อยเหาะกันไปแล้ว สองเพลงต่อจากนี้เข้าสู่โหมดดราม่าหนักหน่วงทางอารมณ์เอาเรื่องอยู่ ไม่ว่าจะเป็น #ผีพนัน ที่บอกเล่าชายหนุ่มที่ชื่อ วาสนา ที่กลับทำตัวเองให้อับจนทางวาสนาเสียเองด้วยการเข้าสู่วงพนันจนหมดเนื้อหมดตัวเสียเอง แม้แต่ครอบครัวก็ไม่สน เมียต้องพาลูกหอบข้าวของหนีเข้าเมืองกรุง เพราะอยู่กับแกชีวิตครอบครัวชิบหายแน่นอน ชะตาชีวิตของเฮียวาสนาก็ไม่เกินคาดเดา ไม่มีเงินก็จี้ปล้นอย่างอุอาจแล้วก็โดนมีดสปาต้าปักหัวตายกลายเป็นผีพนันดั่งสำนวน ทิ้งท้ายด้วยรีฟกีตาร์โหยหวนของมีนบ่งบอกความรู้สึกแทนเนื้อเพลง การเดินเพลงด้วยกลิ่นอายสแปนนิชชวนระลึกถึงเพลง #บังขายถั่ว เพียงแต่สโลโมชั่นกว่า
-พอเจอเพลง #ดวงดารา ผมกลับรู้สึกว่าคอนเทนท์เพลงนี้หน่วงและน่าเวทนามากสุดในงานชุดนี้ ท่วงทำนองแซ็กโซโฟนที่น่าหลงไหลเปล่งประกาย กลับไม่ทำให้ผมเคลิ้บเคลิ้มกับเพลงนี้ได้อย่างชวนฝันเสียเลย เมื่อได้รับรู้ชีวิตอันน่าสงสารของ sex worker ที่ถูกพิพากษาอยู่ร่ำไป ในการที่ผ่านเนื้อผ่านตัวผู้ชายมากหน้าหลายตาเสียจนถูกมองว่าหมดราคา จากการที่พรากความบริสุทธิ์ไปแล้ว ผมอาจจะไม่เข้าใจอาชีพนี้โดยถ่องแท้มากนัก แต่ก็ไม่ริอาจตัดสินคนที่เลือกเส้นทางนี้ เพราะสิ่งที่ดลใจให้หญิงสาวเหล่านั้นต้องหันมาใช้ร่างกายแลกเพื่อหาเงินนั้น จริงๆแล้วพวกเธอคงไม่มีใครอยากจะทำ ถ้าเลือกได้อยากจะหางานที่มั่นคง มีความรักความสัมพันธ์ที่ยืนยาวกับใครซักคนมากกว่าการโดนสำเร็จความใคร่เพียงชั่วคราว
-ในเพลงนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่บีบบังคับและโอกาสที่ได้รับไม่มากเท่าคนอื่นเลยเลือกเส้นทางอาชีพนี้ มันมีสำนวนประชดประชันที่ใครหลายคนชอบบ่นบ่อยๆว่า “อดตายจนจะขายตัวอยู่แล้ว” ก็คงไม่ใช่สำนวนที่เกินจริงมากนัก เพราะมันมีคนที่ทำแบบนั้นจริงๆในบ้านเรา
นาฬิกาปลุกตอนตีห้า
ตื่นขึ้นมาหยิบเงินหัวเตียง
ออกไปยืนที่ริมระเบียง ลำพัง
ความโสมมติดเต็มใบหน้า
ขอบดวงตาก่ำเป็นสีแดง
เก็บแอบแฝงข้างในสายตา น้ำตา
เพลง ดวงดารา- TaitosmitH
-ผ่านความหม่นในสังคมสีเทามาแล้ว อ้าแขนรับสังคมสีรุ้งด้วยเพื่อชีวิต LGBTQ+ อย่าง #ไอ้สอง ลูกชายที่มีพ่อเป็นทหาร แม่เป็นพยาบาลเหมือนตาและยายบรรพบุรุษของเขา ดูเหมือนไอ้สองอาจจะเกิดมาผิดครอบครัวที่ยังคงมีความคิดหัวโบราณในการปลูกฝังให้ลูกต้องประกอบอาชีพตามเพศสภาพ แต่ทำไงได้ไอ้สองมันอยากเป็นผู้หญิง สะดีดสะดิ้งตามใจตัวเอง ประเด็นมาทรงพร้อมขยี้ดราม่าครอบครัวได้ทุกเมื่อ แต่วงเลือกที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังฟีลกู๊ด เบิกบานแจ่มใสแทน การได้เจ๊เบน ชลาทิศ มาแจมสร้างสีสันก็เข้าที คงเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่นักร้องหนุ่มที่เปิดตัวเป็นเกย์อย่าเปิดเผย การโผล่มาของแกฉายภาพความเป็นนางโชว์สุดเจิดจรัส แต่ก็ให้ฟีลฉากทำซึ้งในละครไทยอยู่ไม่ใช่น้อย ก่อนที่จะร่วมครื้นเครงกับหนุ่มๆ ปลดปล่อยตัวตนลืมโลกจริง ฟินความสุขในสภาพแวดล้อมเปิดไปก่อน
-พูดถึงตัวแทนคนชั้นบนบ้าง เป็นเรื่องที่ตลกร้ายมากๆ จากการเชื่อมโยงบทเพลงที่ผ่านมาที่ว่าด้วยการดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าหลากหลายรสชาติ ซึ่งส่วนใหญ่แม่งขมขื่นทั้งนั้น พอมาสู่แทร็คนี้ก็อดโยงถึงต้นตอของปัญหาที่ผู้แทนไม่ใช่คนของประชาชนจริงๆ #สภาโจ๊ก หนึ่งเพลงสุดโจ๊ะจิกกัดสไตล์ไทยที่อ้างอิงมาจากรายการล้อการเมืองที่ใครเกิดทันยุค ITV น่าจะรู้จักดี ซึ่งในเนื้อเพลงก็มี reference ถึงสื่อไทยในตำนานช่องนี้ด้วย นักการเมืองที่ยกตัวอย่างมาก็เป็นคนดังคนฉาวที่มีทั้ง พ่อค้าแป้ง รองนายกที่หลับในห้องประชุมเก่ง รวมไปถึงเจ้าของฟาร์มไก่ ซึ่งครั้งนึงเคยเป็นนางงามช่องไอทีวีด้วย จ๋ายน่าจะผูกพันกับช่องนี้มากพอสมควร ยกอะไรมาเข้าดอกไอทีวีหมด ใครจะไปคิดว่าครั้งนึงเราได้ดูรายการล้อการเมืองแบบขำๆ แต่กลับได้หัวเราะเยาะกับของจริง นี่จึงเป็นเพลงจดหมายเหตุอันแสนบ้าบอจนอยากจะถอนหายใจ
-มาถึงเพลงที่ชอบมากสุดเป็นการส่วนตัว #ไส้แห้ง จังหวะร็อคไทยสุดร้อนแรงที่สุดในอัลบั้ม ปลุกความฮึกเหิมกำลังวังชาที่ไม่อยากให้คนที่ท้อแท้ต้องมานั่งบ่นโชคชะตาราศี บางทีเราก็โทษลมโทษฟ้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ หากไม่รู้จักแสวงหาหรือฝึกปรือให้ชำนาญ ไม่ลงมือทำอะไรซักอย่าง ณ ตอนนี้ก็ต้องก้มหน้ารับสภาพด้วยว่า เรากำลังเผชิญกับพายุความลำบากยากเข็ญในยุคนี้อยู่ ไม่มีคำว่า ไส้แห้ง หากรู้จักปรับตัวและต้องยอมแลกอะไรมาอย่างจริงจัง เป็นเพลงให้กำลังใจที่โคตรเร้าใจด้วยท่วงทำนอง และการสบถ ควย! ได้ทรงพลังให้ตื่นจากโลกความจริงซะที
เกิดเป็นคนอย่ามัวพร่ำบ่น
หมั่นฝึกฝนฝีมือ
ไม่มีคำว่าไส้แห้ง
ไม่มีคำว่าไส้แห้ง
มึง ไป ไปสู้ ไอ้กระจอก ควย !
เพลง ไส้แห้ง - TaitosmitH
-ซิงเกิ้ลแรกอันเป็นเพลงประกอบหนัง 4 Kings #นักเลงเก่า ที่มาด้วยจังหวะพลุ่งพล่านอันแสนคุ้นเคยราวกับได้ฟัง #แดงกับเขียว V.2 ที่ปรับสุ้มเสียงได้ประนีประนอมดุจผู้ใหญ่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวเค้ารู้กันว่า วีรกรรมสุดคึกคะนองที่พวกมึงต่างสร้างมันคือเรื่องราว สุดท้ายก็ว่างเปล่า การแร็ปที่สมบุกสมบันของ D Gerard กลายเป็นไฮไลต์สำคัญของเพลงนี้ที่นานๆครั้งจะโชว์ให้เห็นในพื้นที่ mainstream สวมบทบาทอิงจากประสบการณ์จริงส่วนนึงจนเข้มข้นอย่างน่าสนใจ
-ปิดท้ายด้วย #สักวันหนึ่ง บัลลาดเปียโนสุดละเมียดของจารย์เจและความอลังการของออเครสตร้าที่ให้อารมณ์เพลงเชียร์กีฬา ถ่ายทอดโดยโฟร์โมสต์ one man show เต็มๆไปเลย เริ่มต้นด้วยความท้อแท้ กล้ำกลืนฝืนทนกับสิ่งที่ตัวเองรักแต่กลับไม่ได้เงินไปจ่ายค่าหมอให้แม่และยาย มาเป็นการยืนหยัดด้วยอุดมการณ์ที่พวกเขาต่างยึดถือสิ่งที่ชอบให้ไปถึงฝั่งฝันได้ซักวัน เป็นเพลงที่ไม่ได้สักแต่พูดว่าชีวิตแม่งง่ายเพียงแต่เปลี่ยน mindset ในระหว่างทางอัลบั้มก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าชีวิตของใครหลายคนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝ่าฟัน
-จารย์โมสต์ถ่ายทอดออกมาด้วยความจริงใจ คอยปรบมือให้กำลังใจเป็นแบ็คกราวนด์ อีกทั้งแสดงความคิดเห็นใจ มองโลกแห่งความจริงอย่างซาบซึ้ง จากตัวแทนคนที่มาแสวงโชคในเมืองหลวงเหมือนกัน เป็นการปิดท้ายอัลบั้มที่จารย์โมสต์ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเปิดและปิดท้ายอัลบั้มได้อย่างสมเกียรติ บอกเล่าความเป็นไปของวงที่มีหน้ามีตาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างหนักแน่นดุจภูผาจริงๆ
-ได้เห็นพัฒนาการของพวกเขาตั้งแต่ Self-Titled Album อันเป็นการแนะนำตัวไปก่อน สู่การได้ทำอะไรเป็นอัลบั้มต่อเนื่องอย่างจริงจังก็อดภูมิใจแทนสาวกคาราวานคนรักอิสระสิบนายเป็นต้นไปไม่ได้จริงๆกับการที่ได้เล่าอะไรก็เล่าได้เต็มที่ หลังจากที่เขาเล่าแบบบางๆเป็นการเพลย์เซฟให้คนฟังปรับตัวกันไปก่อน ชอบตั้งแต่ที่พวกเขามั่นใจมากๆกับการประกาศอัลบั้มแล้วให้ฟังเต็มเพียงไม่กี่วันเท่านั้น สำหรับผมนี่เป็นจุดเริ่มต้นของวงการเพลงไทยที่ผมอยากเห็นมานานเหมือนกัน จากที่เห็นในวงการเพลงอเมริกาบ่อยจนตื่นเต้นมาเยอะแล้ว ในที่สุดไททศมิตรก็มีวันที่เขามั่นใจพอว่าจะมีสาธุชนกล้าเข้าหาแก่นสารของพวกเขาจริงจัง
-อุดมการณ์หนักแน่นเป็นทุนเดิมก็จริง ที่ขาดไม่ได้คือการจัดเรียง content ที่สร้างน้ำหนักให้อุดมการณ์มันหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม จัดเรียงได้อย่างบรรจง วางแผนมาดีด้วยส่วนนึง ใครจะไปคิดว่าเพลง #นักเลงเก่า ที่ดูเหมือนจะแยกเป็นซิงเกิ้ลประกอบภาพยนตร์อันเป็นเอกเทศ ได้กลายมาเป็นจิ๊กซอว์ที่เติมเต็มเรื่องราวของคนชายขอบอย่างคาดไม่ถึง กลายเป็นเพลงที่ไม่ได้ผ่านหูแบบที่ได้ยินมาบ่อยแล้ว skip ไปเลย แต่เอาวะเราก็มาซึมซับจิ๊กซอว์ส่วนนี้ซักแปบจะเป็นไรไป การที่คนไทยจะหันมาใช้วัฒนธรรมการฟังเพลงเป็นอัลบั้ม การจัดเรียง content โคตรสำคัญ และพวกเขาก็ทำออกมาได้สมประสงค์จนบางทีก็ไม่อยากฟังแยก ฟังเรียงทุกแทร็คสัมผัสได้ถึงเรื่องราวที่ขับเคลื่อนไปอย่าง step by step
-ถึงจะมีบางเพลงที่เอากลิ่นอายของเพลงก่อนๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความแอดวานซ์ในระดับที่ว้าวในด้าน storytelling พร้อมสำบัดสำนวนออกรส การผสมปนเปที่ไม่จำกัดกรอบแค่ร็อคหรือโฟล์คซองอย่างเดียว มีการผสมกับฮิปฮอป อีดีเอ็มไทยๆแบบ #โคโยตี้ การแซมด้วยแจ๊สแบบ #ดวงดารา ไทยแท้เจือด้วยบีทร่วมสมัยแบบ #ไทเท่ เพลงเหล่านี้ก็เป็นตัวอย่างให้ได้ตื่นตาตื่นใจได้ การกล้าร่วมสมัยในบริบทสังคมอย่าง #ไอ้สอง ทำให้รู้เลยว่าพวกเขาพร้อมนำแนวเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งเป็น genre พิเศษของบ้านเราให้ไปได้ไกลเกินกรอบจำกัดเดิม
-อีกสิ่งนึงที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการแบ่งซีนให้คนในวงมีบทบาทไม่ลดหลั่นกันไป นักร้องนำทั้งจ๋ายและโฟร์โมสต์ต่างมีซีนน่าจดจำไปคนละแบบ ไม่เกี่ยงว่าใครจะมาก่อนมาหลัง ขอให้สอดคล้องกับบริบทเป็นสำคัญ การเปิดพื้นทีให้มีนโซโล่กีตาร์ element ต่างๆที่อาจจะแยกไม่ได้ชัดเท่ากับคนร้อง แต่ก็รู้เลยว่าทุกคนต่างมีบทบาท เพลงเลยหนักแน่น ไม่เทน้ำหนักใครเป็นพิเศษก็เป็นเสน่ห์ที่สัมผัสได้ไม่จางหาย อีกทั้งการมีทีมงานที่ดี พี่โอม Cocktail มาเป็น executive producer คุมงานอีกทีก็ทำให้มันเข้าที่เข้าทางจนมันสมบูรณ์เช่นนี้ พวกเขาได้สร้างบาร์มาตรฐานเพื่อชีวิตไทยอยู่จุดสูงแล้วเป็นที่เรียบร้อย
ตัวแทนเพื่อชีวิตคนทุกเหล่า
Give 8/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา