16 ก.พ. 2022 เวลา 11:45 • ปรัชญา
Life Visual Diary 86: หลักฐาน “ความรัก” ที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน
เช้าวันวาเลนไทน์ ผมกำลังอยู่ในบรรยากาศแสนโรแมนติคของเมืองเชียงราย อากาศ 12-14 องศาเย็นกำลังดี ต้นไม้เขียวครึ้มร่มรื่นเย็นใจ บรรยากาศแสนโรแมนติค… แต่กิจกรรมที่ผมกำลังจะทำไม่ได้โรแนมติคแบบนั้น ผมกำลังยืนจ้องมองอนุสาวรีย์ “จ่าแซม” วีรบุรุษผู้สละชีพช่วยเหล่าทีมหมูป่า ณ หน้าถ้ำขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย บางทีผมอาจจะเจอความหมายอะไรบางอย่างที่นี่…
สวัสดีครับ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในโปรแกรมที่ผมรอในโปรแกรมท่องเที่ยวเชียงรายรอบนี้ คือ การได้มาที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน เพราะที่จุดนี้เป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญหนึ่งของไทยที่คนทั่วโลกจดจ้องเอาใจและแรงมาช่วย อะไรกันนะที่ทำให้คนหลายร้อยคนมารวมกันเมื่อ 5 ปีก่อน (23/6/2561) อะไรที่ยึดโยงคนเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ผมอยากจะรู้คำตอบและคิดว่าถ้าจะรู้ได้ผมต้องเข้าถึงประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวเอง...
เนื่องจากสถานการณ์ Covid19 ทำให้วนอุทยานถ้ำขุนน้ำนางนอนปิดรับนักท่องเที่ยวมานาน ผู้มาเยือนสามารถมาได้แค่ปากถ้ำ แต่วันนี้คณะของเราได้โอกาสพิเศษอนุญาตให้เข้าไปภายในถ้ำด้วยการดูแลของหน่วยกู้ภัย หน่วยกู้ภัยที่จะนำทางให้เราคือ คุณลักษณ์ (อาจจะสะกดชื่อผิด) หนึ่งในทีมกู้ภัยในเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่า และคุณเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ผู้ที่เป็นเหมือนหัวหน้าทีมกู้ภัยในเวลานั้น คุณเวิร์น สำรวจถ้ำขุนน้ำนางนอน มาตั้งแต่ปี 2559 จึงอาสาเข้ามาช่วยเหลือและอยู่ที่นี่มาตั้งแต่วันนั้น
จุดมุ่งหมายการเดินทางของเรา คือ "โถงสอง" ที่เป็นสถานที่พบเหล่าหมูป่า ณ เนินนมสาว ระยะทางราว 600 เมตรจากปากถ้ำ อุปกรณ์สำหรับเดินถ้ำพร้อมสรรพ ผมเดินเข้าถ้ำด้วยใจสงบเตรียมพร้อมซึมซับประสบการณ์
การเดินทางเข้าไประหว่างปากทางถึง "โถงหนึ่ง" ก็ไม่ใช่เส้นทางที่สะดวกเลยแต่ก็ไม่มีปญหา คณะฝ่าทางลาดและชันแล้วก็ลื่น ที่สำคัญคือแคบ บางจุดเราไม่สามารถเดินฝ่าปีนป่ายไปได้เฉยๆ แต่ต้องหมอบย่อผ่านไป แง่หินที่ขวางชวนเล่นงานหัว เรียกว่าถ้าไม่มีหมวกนิรภัยต่อให้มีกี่หัวก็คงไม่พอ ทั้งคณะทั้งคนหนุ่มและคนชราก็ผ่านมาได้แบบเหนื่อยๆห่วงๆ จนถึงหลักมาตรวัดน้ำที่เจ้าหน้าที่ลักษณ์มายืนรออยู่...
คุณลักษณ์เล่าให้ฟังว่าหลักมาตรวัดนี้ใช้วัดระดับน้ำในถ้ำ ในขณะช่วงเหตุการณ์ช่วยหมูป่า ตอนที่น้องๆหมูป่าเข้าไปในถ้ำ น้ำแทบจะไม่มีแต่ตอนออกจากถ้ำ น้ำกลับขึ้นไปเกือบเมตรครึ่ง ปิดทางแคบทั้งหมดที่เราเดินผ่านมา ใช่ครับ ทางแคบที่ผ่านมาเมื่อครู่ ถูกเติมเต็มด้วยน้ำทั้งหมด เป็นเหตุผลที่เราต้องมี "นักดำน้ำถ้ำ" มาที่นี่
คุณลักษณ์เล่าว่าเหตุการณ์ช่วยหมูป่าเปรียบเหมือนเหตุการณ์ที่เหมิอนกับถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อความบังเอิญที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่ก็เกิดขึ้นพร้อมกันถึงสามเรื่อง
1. ฝนตกผิดฤดู แม้เพียงฝนตกตามฤดู การเข้าไปของน้องๆก็เหมือนการเข้าไปเล่นปกติเหมือนทุกวัน
2. เจ้าหน้าที่ไม่อยู่เพราะถูกเรียกตัวไปช่วยซ่อมเครื่องสูบน้ำให้โรงเรียนเทศบาล แม้เพียงมีเจ้าหน้าที่อยู่ ก็อาจจะห้ามน้องๆเพราะเห็นว่าฝนตก
3. คุณเวิร์นผู้เชี่ยวชาญถ้ำนางนอนซึ่งปกติอยู่ในพื้นที่นี้ตลอดก็กลับไม่อยู่ แม้เพียงผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณเวิร์นอยู่ ก็สามารถเข้าไปช่วยทีมหมูป่าออกมาได้เลย
เพียง 24 ชั่งโมงทุกอย่างเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง น้ำขึ้นสูงและหลังจากนั้น ฝนก็ตกหนักทุกวัน หนักอยู่พื้นที่เดียวด้วย ราวกับว่าฟ้าฝนต้องการให้บทพิสูจน์สำคัญนี้กับพวกเราทุกคนที่รู้เห็น...
ทั้งคุณเวิร์นเองที่ไม่หลับนอนเข้าออกถ้ำตลอดเวลามี่มาถึงตั้งแต่วันแรก
ทั้งหน่วยกู้ภัย หน่วยซีล ทีม "นักดำน้ำถ้ำ” ที่พยายามอย่างหนักและแม้จะแข็งแกร่งเหนือมนุษย์แต่การเสี่ยงอันตรายเข้าไปสู่ช่องแคบอันมืดมิดฝากชีวิตกับเชือกนำทางเพียงเส้นเดียว ทำให้มีผู้เสียสละอย่างจ่าแซม
ทั้งทีมแพทย์ที่พร้อมหรือแม้แต่ดำน้ำเข้าไปในถ้ำเพื่อไปพบกับน้องหมูป่า
ทั้งทีมสูบน้ำที่ขนเครื่องสูบน้ำมาทั่วสารทิศ ทั้งชาวบ้านที่ยอมให้สูบน้ำมาลงไร่นาที่ข้าวกำลังเขียวเพราะรู้ว่าข้าวปลูกใหม่ได้แต่ชีวิตปลูกไม่ได้
และที่สำคัญที่สุดคือ น้อง 13 หมูป่าที่อดทนรอคอย รักษากำลังใจกำลังกาย จนถึงงวันที่รอคอยความช่วยเหลือ
ผมเดินไปเรื่อยๆ ทางยากลำบากแต่ก็ไม่มากเกินไป ระหว่างทางคุณเวิร์นให้เกียรติบรรยายเรื่องต่างๆมากมายอย่างที่เล่ามา จนตอนนี้ ผมมานั่งอยู่ที่ "เนินนมสาว" จุดเดียวกับที่ทีมค้นหาพบกับน้องทีมหมูป่า ไม่รู้ว่าใช่หินก้อนเดียวกันไหมแต่มันก็เป็นเนินเดียวกันแน่ๆ คุณเวิร์นเล่าเหตุการณ์ให้เราฟังอย่างละเอียดและตั้งใจ และก่อนกลับคุณเวิร์นขอเวลา 1 นาทีให้คณะเงียบ… แบบเงียบสนิทจริง และดับไฟ… แบบทั้งหมดจริงๆไม่เว้นแม้แต่หน้าจอโทรศัพท์หรือแสงจาก Smart watch
1 นาทีที่ดำมืด… มือขนาดเอามือแปะหน้าก็ยังมองไม่เห็น
1 นาทีที่เงียบกริบ… แต่ไม่เงียบจริง หูของพวกเราได้ยินเสียง… “เสียงถ้ำหายใจ” เสียงลม เสียงหยดน้ำที่บรรเลงเหมือนเป็นดนตรี ไพเราะและลึกลับ
1 นาทีจำลองประสบการณ์เหล่าหมูป่า… 1 นาทีที่เราทดสอบ กับ 9 วัน 5 ชั่วโมง 41 นาที 15 วินาทีที่เกิดขึ้นจริง มันเทียบกันไม่ได้แม้แต่น้อย แต่ก็พอเข้าใจเศษเสี้ยวได้ละมั้ง
คุณเวิร์นเล่าต่อไปว่า นาทีแรกๆเมื่อคุณอยู่ในถ้ำที่มืดมิดเช่นนี้ คุณจะรู้สึกว่าเสียงรอบตัวคือ เสียงดนตรีพิศวงที่ไพเราะ แต่เสียงเหล่านี้ไม่มีวันหยุด ทุกวินาทีเสียงที่ไม่รู้ที่มา… ติ่ง ติ่ง ดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เวลาเพียง 15 นาที รวมกับตาที่มองไม่เห็นก็เปลี่ยนเสียงดนตรีเหล่านี้เป็นจินตนาการสุดหลอดชวนเตลิดเขย่าประสาท แต่เรื่องจริงคือ น้องหมูป่าอยู่กับสิ่งนี้ 9 วัน นอนแต่ละครั้งอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่านอนไปกี่ชั่วโมง หรือแค่ 15 นาที อย่าว่าแต่รู้กลางวันกลางคือหรือป่าว
โลกมืดที่ไร้กาลเวลา ที่จินตนาการทำหน้าที่แทนตาย่อมสร้างภาพหลอนไม่รู้จบ… แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ความจริงที่ว่าน้องๆผ่านมันมาได้ นักกู้ภัยทำภารกิจสำเร็จ
เขียนถึงตรงนี้ ผมก็ยังไม่รู้คำตอบว่าอะไรคือ เหตุผลที่คนเป็นร้อยๆคนมาร่วมกันช่วยเด็กทั้ง 13 คนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ความคิดน้อยๆของผมบอกผมว่า มันอาจจะเป็นพลังใจของน้องๆละมั้งที่เรียกคนมา มันอาจจะเป็นความมุ่งมั่นของคุณเวิร์นและหน่วยกู้ภัยเองที่แสดงความตั้งใจมุ่งมั่น มันอาจจะเป็นหน้าที่ขององค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องละมั้ง แต่ที่ผมแน่ใจแน่คือ…
นี่คงเป็น “ความรัก” ที่มนุษย์จะพึงมีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถ้ำขุนน้ำนางนอนคือ หลักฐานว่า “ความรัก” ของเพื่อนมนุษย์มีอยู่นั้นจริงๆ… และนี่คือ “ความรัก” ที่ผมค้นพบในวันแห่งความรักปีนี้
สุขสันต์วันแห่งความรักครับ
Happy Your Life
ขอบคุณครับ
ชัชฤทธิ์
โฆษณา