16 ก.พ. 2022 เวลา 15:37 • หนังสือ
ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือ
The Cat Who Loved to Protect Books
ผู้เขียน นัตสึคาวะ โซสุเกะ
ผู้แปล นัตสึคาวะ โซสึเกะ
สำนักพิมพ์ Bibli
วันนี้ชวนอ่านเล่มนี้ค่ะ เราอ่านหนังสือไปทำไมกัน
นัตสึกิ รินทาโร่ เป็นทายาทรุ่นสองของร้านหนังสือมือสองนัตสึกิ หลังจากปู่พึ่งเสียไปได้ไม่นาน ก็ได้พบกับแมวลายส้มพูดได้ ที่มาขอให้นัตสึกิช่วยไปปลดปล่อยหนังสือในเขาวงกต การผจญภัยจึงเริ่มต้น
เขาวงกตแห่งที่หนึ่ง ผู้กักขัง : นัตสึกิได้ไปเจอเป็นชายผู้ทำอาชีพบรรยาย เขานั้นอ่านหนังสือ 50,000 เล่ม/ปี และเมื่ออ่านเสร็จชายคนนั้น ก็จะเก็บหนังสือใส่ตู้ไว้ และถูกล็อคไว้อย่างดี หนังสือจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อได้ถูกเปิดอ่าน การอ่านหนังสือ ไม่ขึ้นกับปริมาณว่าได้อ่านไปมากแค่ไหน การอ่านซ้ำๆ ช้าๆ หรืออ่านเล่มเดิมซ้ำ เพื่อซึมซับสิ่งที่ได้จากการอ่าน และออกไปลงมือทำต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญจริงสำหรับการอ่านหนังสือเล่มนั้น
ส่วนตัวก็มีหนังสือที่ซื้อมาเก็บไว้และยังไม่ถูกอ่านก็มีอีกมากมาย และก็มีบางเล่มที่ได้อ่านซ้ำเพราะชอบ อ่านกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อบางเล่มที่ไม่กลับมาเปิดอ่านอีก ผู้เขียนคงอยากจะสื่อสาร เรื่องหนังสือดีที่หายไป เพราะถูกนำไปเก็บเป็นเพียงของตั้งโชว์
เขาวงกตแห่งที่สอง ผู้ตัดฉับๆ : นัตสึกิไปเจอศาสตราจารย์ที่ทำวิจัยด้านการอ่านเร็ว เพื่อให้ผู้คนได้อ่านหนังสือได้จำนวนมากขึ้น แต่สำหรับนัตสึกิการอ่านเร็ว หรืออ่านเฉพาะเรื่องย่อทำให้หนังสือสูญเสียพลังในตัวมันเอง ก็เหมือนการกรอไปฟังเพลงในช่วงท้าย การอ่านเเบบนี้จะไม่ได้ซึมซับเนื้อหา เเละหนังสือก็ถูกทำให้เปลี่ยนไป เหลืองเพียงประโยคๆเดียวจากการสรุป
ขณะอ่านก็คิดอยู่เหมือนกันว่าการเขียนรีวิวหนังสือ จะทำให้หนังสือบางลงด้วยหรือเปล่า
ความเห็นส่วนตัว การอ่านเรื่องย่อ รีวิว เป็นแนวทางในการเลือกซื้อหนังสือ ส่วนประโยคดังจากหนังสือที่ถูกย่อ ถูกตัดออกไป คงไม่เรียกว่าการอ่าน เพราะไม่สามารถอธิบายได้ว่าในหนังสือมีเนื้อหาแบบใด แต่ก็คิดว่ามีประโยชน์ในการใช้งานเพราะถูกย่อยออกมาแล้ว
ส่วนการรีวิว เขียนไว้เพื่อให้ตัวเองได้ทบทวน และแบ่งปัน หวังว่าจะเป็นแนวทางในการเลือกหนังสืออ่าน
เขาวงกตแห่งที่สาม ผู้ขายดี : นัตสึกิได้ไปพบ เจ้าของสำนักพิมพ์ผู้พิมพ์หนังสือเพื่อกำไร หนังสือที่ขายไม่ได้ก็ถูกทิ้งไป
ในแง่ของผู้ผลิต หนังสือคือสินค้าเพื่อบริโภค หากขายไม่ได้ก็เป็นเพียงแค่เศษกระดาษ การผลิตหนังสือเพื่อขาย คงเป็นการผลิตหนังสือที่คนต้องการสู่ตลาดมากๆ เพื่อให้ได้กำไร หาใช่การผลิตหนังสือที่ผลิตเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่างออกไป
เขาวงกตแห่งสุดท้าย : นัตสึกิได้ไปพบ จิตวิญญาณของหนังสือที่มีอายุมา 1,800 ปี เธอถามเรื่องคุณค่าของหนังสือคืออะไร
หนังสือมอบสิ่งต่างๆ ทั้งความรู้ สติปัญญา ค่านิยม และมุมมองต่อโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารู้กัน และหนังสือได้เล่าความคิดของคนมากมาย ทั้งสุข ทุกข์ ทรมาน ยินดี ซึ่งเป็นความรู้สึกจากผู้คนรอบสารทิศทั่วโลกผ่านตัวหนังสือ
ดังนั้นพลังของหนังสือ คือการได้มีจิตใจห่วงใยต่อผู้อื่น
สุดท้ายแล้ว หนังสือเล่มนี้สนุกและอ่านเพลิน อยากให้ไปหาลองมาอ่านกันค่ะ ไม่เสียเวลาอ่านแน่นอน จะเปิดมุมมองต่อการหนังสือมากขึ้น หรืออาจได้มุมมองอื่นจากเนื้อเรื่องที่เป็นเราเท่านั้นที่อ่านเจอ เเละเรื่องนี้มีการยกชื่อหนังสือระดับโลกไว้อีกมากมาย สามารถอ่านไปจดลิสต์ไป เพื่อไปตามเก็บกันได้เลยค่ะ
ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ
โฆษณา