ในแง่การแข่งขัน Virtual Bank ที่จะเข้ามาต่อตีในอุตสาหกรรมธนาคาร มีข้อเสียเปรียบเจ้าตลาดเดิมในแง่ของฐานลูกฐานเดิม แต่ก็มีข้อได้เปรียบในด้านต้นทุนอยู่พอสมควร เนื่องจาก ไม่ต้องลงทุนในเรื่องสาขาและพนักงาน ทำให้ต้นทุนต่างกันพอสมควร
วันนี้จะมาบอกเล่าต้นทุนทางกฎหมายที่เกี่ยวกับเงินที่ tradition bank กับ virtual bank อาจจะมีความแตกต่างกันก็ได้
https://www.bot.or.th/landscape/
ก่อนจะถึงต้นทุน เรามารู้จัก Virtual Bank กันก่อน
Virtual bank คืออะไร
Virtual bank เป็นคำนิยามสั้นๆ ที่พยายามจำกัดความให้กับธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินธุรกิจบนช่องทางดิจิทัล 100% หรือ พูดให้ง่ายขึ้น คือ ธนาคารที่ไม่มีสาขาและให้บริการแบบ online ทั้งหมด ซึ่งในต่างประเทศก็มีหลายคำที่ใช้เรียกธนาคารประเภทนี้ อย่างคำว่า Branch-less bank หรือ Online bank หรือในอังกฤษและอินเดียจะนิยมเรียกว่า Digital bank ส่วนในฮ่องกงจะนิยมใช้คำว่า Virtual bank มากกว่า
ลักษณะการให้บริการ
โดยทั่วไปการให้บริการ Virtual bank จะเหมือนธนาคารปกติทุกประการมีการรับฝากเงิน และให้สินเชื่อ จะต่างจากธนาคารปกติ คือ ไม่มีสาขาที่จะมีพนักงานให้บริการ แต่จะทำงานทุกอย่างผ่านระบบ internet บนเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงอาจจะให้บริการผ่านตู้ ATM และ CDM ด้วยก็ได้
รูปแบบการอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ Virtual bank ในต่างประเทศ
รูปแบบการทำธุรกิจ Virtual bank ของต่างประเทศเท่าที่พบจะมี 2 รูปแบบ คือ
รูปแบบแรกเป็นการดำเนินการ Virtual Bank โดยใช้ใบอนุญาตใบเดิมจากทางการ โดยอาจจะตั้ง Virtual bank เป็นธุรกิจแขนงหนึ่งของธนาคารพาณิชย์แบบปกติ (Traditional bank) อย่างเช่น Digibank by DBS ในอินเดีย หรือ First Horizon Bank ในอเมริกา แยกการทำธุรกิจบนช่องทางดิจิทัลโดยใช้ชื่อทางการค้าว่า VirtualBank® โดยไม่ได้ขออนุญาตใหม่จากทางการ อีกกรณีจะเป็นการปรับธุรกิจธนาคารแบบเดิมไปสู่ Virtual bank อย่างเช่น Virgin Money ในอังกฤษ
ส่วนรูปแบบที่ 2 คือ การขออนุญาตใหม่จากทางการ ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะพัฒนามาจากบริษัทเทคโนโลยี เช่น Kakao Bank ในเกาหลีใต้ที่ต่อยอดมาจาก application สื่อสารอย่าง Kakao Talk หรือ Ant Bank ในฮ่องกงที่ถูกพัฒนาจากบริษัทในกลุ่ม Alibaba
"ประเด็นคือ Virtual bank จำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมส่วนไหนบ้าง ?"
ค่าธรรมเนียมคุ้มครองเงินฝาก
ตามหลักการของ International Association of Deposit Insurers (IADI) องค์กรธุรกิจที่มีลักษณะของการรับเงินฝากควรจะต้องมีมาตรการประกันเงินฝากสำหรับผู้ฝากเงินด้วย และเมื่อเราพิจารณาตามโครงสร้างทางกฎหมายแล้ว หาก Virtual Bank ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินแล้วจะส่งผลทำให้ Virtual bank รายนั้นถือเป็น “สถาบันการเงิน” ตามนิยาม พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากด้วย และสถาบันคุ้มครองเงินฝากก็จะมีหน้าที่ให้ความคุ้มครองเงินฝากใน Virtual bank นั้น
ดังนั้น Virtual bank จึงควรมีหน้าที่นำส่งเงินให้แก่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
แต่อัตรานำส่งอาจจะแตกต่างไปจาก Tradition bank ก็ได้ ตัวอย่างเช่น ในเกาหลีจะเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ตามค่าความเสี่ยง และมีส่วนลดให้แบงค์เกิดใหม่ด้วย