21 ก.พ. 2022 เวลา 09:10 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
Review: Under The Open Sky ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
อย่าทอดทิ้งใครบางคนไว้ใต้เงาของเมฆฟ้า เพียงเพราะว่าเขาเคยทำพลาดในชีวิต
รีวิวโดย นิษณาต นิลทองคำ กองบรรณาธิการ happening
เราเคยทอดทิ้งใครบางคนเพียงเพราะเขาเคยทำผิดพลาดบ้างไหมนะ?
นี่เป็นประโยคที่ผุดในใจของเรา เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Under The Open Sky หนึ่งในภาพยนตร์ที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2565 หรือ Japan Film Festival 2022 #JFF2022 ในยามที่แสงไฟในโรงภาพยนตร์ดับลง พร้อมกับการปรากฎตัวของ มาซาโอะ มิคามิ (แสดงโดย โคจิ ยาคุโซ) อดีตยากูซ่าที่ต้องรับโทษจองจำในคุกมานานกว่า 13 ปี แม้ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาจะเข้าๆ ออกๆ คุกเป็นว่าเล่น แต่นี่จะเป็นวันสุดท้ายในฐานะนักโทษของเขา สองเท้าของมิคามิก้าวออกจากรั้วเรือนจำด้วยความตั้งใจว่า เขาจะก้าวเดินออกไปใช้ชีวิตในฐานะคนธรรมดาที่ไม่มีป้ายคำว่า ยากูซ่า แปะไว้
รถประจำทางค่อยๆ เคลื่อนตัวห่างออกไปจากเรือนจำขึ้นเรื่อยๆ และชีวิตครั้งที่สองของมิคามิก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ฟังดูแล้วเหมือนว่า ชีวิตของมิคามิคงเต็มไปด้วยความราบรื่น เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินสนับสนุนของภาครัฐ และเตรียมตัวหางานที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็มีความหวังว่าจะได้พบกับแม่ที่พลัดพรากอีกครั้ง เมื่อรายการโทรทัศน์ติดต่อกลับมาว่า จะช่วยตามหาแม่ที่ทอดทิ้งให้เขากำพร้าตั้งแต่วัยเด็กๆ ผ่านการถ่ายสารคดี โดยมีผู้กำกับอย่าง ทสึโนดะ รับหน้าที่ถ่ายชีวิตประจำวันของอดีตยากูซ่าไว้
แต่ความจริงนั้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีคดีติดตัวและห่างหายจากการเข้าสังคมไปนานกว่า 13 ปี การดำรงชีวิตด้วยตัวคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการหางานภายใต้ข้อจำกัด สายตาของผู้คนที่พร้อมจะตัดสินเขาจากอดีตที่เคยผิดพลาด และโรคประจำตัวที่คอยกัดกินร่างกายเขาอยู่บ่อยๆ ประกอบกับการเป็นคนทำอะไรอย่างเถรตรงและอารมณ์ร้อนตามแบบฉบับของยากูซ่าที่ผู้ชมอย่างเราๆ คุ้นชินกัน นี่จึงเป็นบททดสอบในชีวิตครั้งใหญ่ในรอบห้าสิบกว่าปีในชีวิตของมิคามิ
..ขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาจะสามารถวางมือจากโลกสีเทา แล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาได้
Under The Open Sky ไม่เพียงนำเสนอเรื่องราวของการไขว่คว้าโอกาสที่สองของคนที่เคยทำผิดพลาด และความหวังที่จะถูกยอมรับจากสังคมในโลกปัจจุบัน แต่ มิวะ นิชิกาว่า ผู้กำกับสาวมากฝีมือยังสอดแทรกประเด็นที่น่าสนใจไว้มายมาก ผ่านรายละเอียดเล็กๆ ภายในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเธอได้ดัดแปลงและเขียนบทหนังด้วยตัวเอง โดยอิงเรื่องราวจากหนังสือและชีวิตจริงของ ริวโซ ซากิ นักเขียนผู้สนใจเกี่ยวกับอาชญากรรมญี่ปุ่น
เชื่อว่าแฟนๆ ภาพยนตร์ญี่ปุ่นคงจะเคยเห็นผลงานของนิชิกาว่าผ่านตามาบ้าง เธอเป็นผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่อง Wild Berries ซึ่งได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Mainichi Film Award เมื่อปี 2003 และ Dear Doctor ที่ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเทศกาลภาพยนตร์โยโกฮาม่าครั้งที่ 31 และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมในงาน Hochi Film Awards ในปี 2009 อีกด้วย
สำหรับในภาพยนตร์เรื่อง Under The Open Sky เธอเปลี่ยนภาพจำของยากูซ่าที่เป็นอันธพาลครองถิ่นยกพวกตีกัน ให้กลายเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องปรับตัวใช้ชีวิตให้เข้ากับสังคม เราสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยว ความอ่อนแอ และความอ่อนไหว ผ่านการแสดงของ โคจิ ยาคุโซ ที่แม้จะรับบทเป็นยากูซ่ามาบ่อยครั้ง แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้ภาพการแสดงของเขาในมุมที่แตกต่างออกไปจากเดิม ภายใต้การแสดงที่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะสีหน้าและแววตาของเขาที่ส่งอารมณ์ถึงผู้ชมได้เป็นอย่างดี
เรารู้สึกยินดีเมื่อรู้ว่ามิคามิกำลังจะเริ่มงานใหม่ น้ำตาไหลเมื่อเห็นภาพที่เขาได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาอีกครั้ง เราไม่เพียงเห็นการเปลี่ยนแปลงของอดีตยากูซ่า แต่เราค่อยๆ เห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของคนรอบตัว เมื่อได้สัมผัสเนื้อแท้ของมิคามิ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับหนุ่ม พนักงานภาครัฐที่คอยดูแลเรื่องสวัสดิการของมิคามิ และพนักงานร้านสะดวกซื้อ
เรื่องราวของมิคามิทำให้เราย้อนมองกลับไปว่า ชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งนั้นเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ที่ถูกประกอบกันจนเป็นภาพชีวิต เบื้องหลังทุกความเชื่อมั่นและความผิดพลาดนั้น ล้วนมีองค์ประกอบบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่บางครั้ง จิ๊กซอว์ที่ปะติดปะต่อกันอย่างผิดรูปผิดร่างนี้ ก็ต้องการใครสักคนมาช่วยแก้ไข และค่อยๆ ต่อเติมส่วนที่ขาดหายให้สมบูรณ์เท่านั้น เช่นเดียวกัน มิคามิผู้เป็นเจ้าของจิ๊กซอว์ชุดนี้ก็มีช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับตัวเองและค่อยๆ เปิดใจยอมรับความช่วยเหลือจากคนรอบตัวเช่นกัน
ขณะที่บทบาทของ ทสึโนดะ ซึ่งแสดงโดย ไทกะ นากาโนะ ในบางช่วงตอนก็ชวนให้เราตั้งคำถามในใจว่า ท่ามกลางความรวดเร็วของข้อมูลและการต้องทำงานแข่งขันกับเวลา อะไรคือสิ่งที่สื่อควรจะไขว่คว้าไว้ ชื่อเสียง ? เรทติ้ง? การนำเสนอเรื่องราวของคนๆ หนึ่งอย่างตรงไปตรงมา? หรือเรื่องราวที่สร้างแรงผลักดันให้กับใครสักคนในชีวิต? ใช่ มันช่างดูยากเสียเหลือเกินที่เราจะรักษาทุกอย่างไปพร้อมกัน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้อย่างเรียบง่ายและกลมกล่อม ราวกับกำลังดูชีวิตของคนๆ หนึ่งอย่างไรอย่างนั้น การดำเนินเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไปในจังหวะที่พอดี ไม่หวือหวา ไม่เร่งเร้า แต่ก็มีหมัดฮุกที่ชกเข้ากลางใจเราในบางช่วงตอน
แม้จะเต็มไปด้วยรายละเอียด แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังเปิดให้ผู้ชมได้ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในการรับชมและตีความ เราไม่อาจบอกได้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตของมิคามิจะเป็นไปอย่างไร เขาสมควรที่จะได้รับโอกาสครั้งที่สองหรือไม่ เราเชื่อว่าทุกคนที่ชมภาพยนตร์คงมีคำตอบในใจเป็นของตัวเอง แต่เมื่อแสงไฟในโรงภาพยนตร์เปิดแล้ว และคุณมีโอกาสได้ออกไปพบเจอกับผู้คนในชีวิตอีกครั้ง
ได้โปรดอย่าทอดทิ้งใครบางคนไว้ใต้เงาของเมฆฟ้า เพียงเพราะว่าเขาเคยทำพลาดในชีวิต
สำหรับชาวเชียงใหม่ ภาพยนตร์เรื่อง Under The Open Sky จะไปฉายที่โรงหนังใกล้บ้านคุณในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ สามารถดูรายละเอียดได้ทางนี้เลย
ส่วนแฟนๆ ที่อยากรับชมภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ทาง The Japan Foundation, Bangkok ยังเปิดให้ผู้ชมได้ชมภาพยนตร์หลากหลายรสในรูปออนไลน์ โดยสามารถลงทะเบียนรับชมภาพยนตร์ได้ทางนี้
#happeningReview
#UnderTheOpenSky #JapanFilmFestival2022
โฆษณา