22 ก.พ. 2022 เวลา 12:48 • การศึกษา
เวลาเป็นสิ่งสมมุติที่ไม่มีอยู่จริง เป็นภาพลวงตา ที่เกิดจากการที่เราไปเห็นวัตถุเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว สัมพัทธ์กับกรอบอ้างอิงหนึ่ง ถ้าวัตถุทุกชนิดในจักรวาลหยุดนิ่งไม่เคลื่อนที่ ก็ไม่มีเวลาเกิดขึ้น เวลาเรานอนหลับก็ไม่มีเวลาในความฝัน เวลาเราจิตแจ่มใสหรือจิตเป็นสมาธิ หรือเราไม่คิดอะไร ก็ไม่มีเวลาเช่นกัน เพราะไม่มีอะไรเคลื่อน มีแต่ความว่างปล่าว
เวลาเกิดจากการที่แสงเคลื่อนที่ไปกระทบวัตถุและสะท้อนกลับมาที่ตาของเรา ทําให้เราเห็นเป็นภาพ เห็นการเคลื่อนไหว การเคลื่อนที่ก่อให้เกิดเวลาและแสงทําให้เรามองเห็นวัตถุ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่เคลื่อนที่เร็วกว่าแสง เพราะจะทําให้เราไม่สามารถเห็นวัตถุนั้นได้ ธรรมชาติจึงบังคับเวลาให้ช้าลงเมื่อมีวัตถุที่วิ่งใกล้ความเร็วแสง ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์
เวลายังมีอีกความหมาย นั่นคือเวลาทางใจ นั่นคือจิตของมนุษย์จะคิดไปข้างหน้า ตามการเห็นวัตถุสิ่งของที่เคลื่อนที่ หรือในทางฟิสิกส์เทอร์โมไดนามิกส์ เอนโทรปี จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามลูกศรของเวลา นั่นคือความยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ จะเพิ่มมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป โดยที่สมองของมนุษย์จะโปรแกรมในส่วนนี้ ทําให้เวลาเดินไปข้างหน้าไม่มีย้อนกลับ และเวลาทางใจก็จะไม่เท่ากันเช่นกัน เมื่อเราทําข้อสอบ หรือถูกหวย ไปเที่ยวกับแฟน เวลาผ่านไปเร็วมาก แต่เวลารถติด โดนพ่อดุ เวลาผ่านไปช้ามาก
3
มนุษย์ใช้เวลาเป็นตัวอ้างอิงการเคลื่อนที่และการเปลี่ยนแปลงสภาพของวัตถุ กับจิตของมนุษย์ถูกโปรแกรมเรื่องเวลาไว้แล้ว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น หรือแม้ไม่มีวัตถุเคลื่อนไหว แต่จิตเราเคลื่อนไหว เราเกิดมีความคิดขึ้นมาเวลาก็จะเกิดขึ้นทันที เมื่อเวลาเกิดขึ้นแล้วโดยไอน์สไตน์พบว่า เวลาไม่ใช่สิ่งสมบูรณ์ และมีค่าไม่เท่ากันในทุกๆที่ในจักรวาล ( นักวิทยาศาสตร์สมัยก่อนเชื่อว่า เวลาเท่ากันทุกที่ในจักรวาล) ไอน์สไตน์พบว่าถ้าวัตถุวิ่งใกล้ความเร็วแสงเวลาจะช้าลง กับ วัตถุที่อยู่ใกล้กับวัตถุที่มีมวลขนาดใหญ่หรือวัตถุที่มีแรงดึงดูดมหาศาล เข่นหลุมดํามวลยิ่งยวด เวลาก็จะช้าลงเช่นกัน เวลาจึงเป็นสิ่งสมมุติ ไม่ใช่สิ่งสมบูรณ์ จึงไม่มีอยู่จริง
โฆษณา