23 ก.พ. 2022 เวลา 10:27 • นิยาย เรื่องสั้น
เจ้าชายหมื่นคำถาม กับ เด็กหญิงแสนคำตอบ
=====================
(ตอนสุดท้าย) : พรวิเศษ
“ก่อนอื่นฉันอยากให้เจ้าชาย ตามฉันมาดูอะไรบางอย่างหน่อยน่ะ ”
เด็กหญิงเดินจูงมือเจ้าชายมายังขอบหน้าผาใกล้ๆ พลางชี้มือไปทางสงกานครที่สว่างเป็นหย่อมๆด้วยแสงไฟในเมือง
“ โห สวยจัง …. ไม่น่าเชื่อว่าจะมองเห็นจากตรงนี้ด้วย ” เจ้าชายกล่าว
“ ลองดูดีๆสิเจ้าชาย เห็นอะไรมั้ย ”
เจ้าชายพยายามเพ่งตาดูอย่างตั้งใจ
“อ้อใช่ๆ…..ฉันเห็นแล้ว เธอหมายถึงกลุ่มหมอกสีน้ำเงินอ่อนที่ปกคลุมเมืองอยู่ใช่มั้ยแสนคำ ”
“มันดูคล้ายอะไรมั้ยล่ะ? เจ้าชาย”
“….อืมม มันเป็นทรงกลมๆเหมือนลูกบอล …….
เฮ้ยยยยย !! มันเหมือนลูกแก้ว… ลูกแก้วคำถาม!!! ”
ประโยคสุดท้ายเจ้าชายหันมาพูดกับแสนคำ
เด็กหญิงพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย ….เหมือนกับจะเป็นสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว
“ ฉันจะเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกเลยนะเจ้าชาย ”
…..
“เรื่องมีอยู่ว่า….. เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเจ้าชายอายุได้สามขวบ พระราชาซึ่งก็คือเสด็จพ่อของเจ้าชายกลับมาจากการรบที่ต่างแดน เขาก็นำลูกแก้วสีน้ำเงินแซฟไฟร์ ลูกหนึ่งมาด้วย ….ว่ากันว่าเป็นลูกแก้ววิเศษที่จะให้พรแก่ผู้อธิษฐานได้หนึ่งข้อ และพรนั้นจะคงอยู่ตลอดไปหากคำอธิษฐานนั้นได้สัมฤทธิ์ผล… ”
“เสด็จพ่อของเจ้าชายบาดเจ็บหนักจากการรบ และรู้ตัวว่าตนจะอยู่ต่อได้อีกไม่นาน จึงอยากให้ของสำคัญแก่เจ้าชายก่อนตาย นั่นก็คือท่านได้มอบคำอธิษฐานหนึ่งข้อนั้นให้เจ้าชายเป็นคนขอ แต่เจ้าชายในตอนนั้นยังเด็กนัก จึงพูดขึ้นมาว่า
‘ข้าขอให้ข้าได้ล่วงรู้คำตอบ ในทุกๆคำถามของข้า ’
….หลังจากนั้นลูกแก้วก็เปล่งแสง แล้วแยกออกเป็นสองลูก ลูกหนึ่งสลายกลายเป็นหมอกสีน้ำเงินปกคลุมเมือง ส่วนอีกลูกลอยหายไป แล้วจากวันนั้นเจ้าชายก็มีพลังวิเศษอย่างที่เธอมี ส่วนผู้คนในเมืองก็กลายเป็นคนช่างสงสัย ต้องพยายามหาคำตอบให้ได้ในทุกๆคำถาม
….. แต่ไม่มีใครจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้เลยซักคน ”
“ ถึงว่า ฉันถึงใช้พลังวิเศษได้แค่ในเมืองสินะ ” เจ้าชายพึมพำเหมือนคุยกับตัวเอง
“….แต่จะว่าไปแบบนี้มันก็แย่เหมือนกันนะที่ทุกคนในเมืองต้องเป็นแบบนี้เพราะฉัน
เฮ้ออ... ตกลงนี่มันเป็นพรวิเศษหรือคำสาปกันแน่นะแสนคำ? ” เจ้าชายเริ่มหน้าเสีย
“ อืมม... คำสาปเหรอ” เด็กหญิงทวนคำอย่างครุ่นคิด “ ...มันอาจจะเป็นอย่างที่เธอว่าก็ได้นะ”
“แต่ฉันว่า…ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะเจ้าชาย ใครจะไปรู้ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ แล้วในตอนนั้นเธอก็ยังเด็กมากด้วย ”
เจ้าชายพยักหน้าหงึกๆ สีหน้าเริ่มดีขึ้นหน่อย
“แล้วลูกแก้วอีกลูกนึงล่ะแสนคำ เธอรู้มั้ยว่ามันหายไปไหน? ”
“ลูกแก้วนั้นลอยมาที่ภูเขาลูกนี้ แล้วก็เปลี่ยนร่างกลายมาเป็นฉันยังไงล่ะเจ้าชาย ”
“…..!!!!!..... ” เจ้าชายสตั๊นไปแล้วครับ..จังหวะนี้
“ ลูกแก้วที่ปกคลุมเมืองสงกานคร คือ ลูกแก้วคำถาม ส่วนตัวฉันนั้น คือลูกแก้วคำตอบ ….ผู้มีภารกิจในการค้นคว้าหาคำตอบในทุกคำถามที่เจ้าชายถามให้ได้ยังไงล่ะจ๊ะ ”
“ ….!!!!!..... ” เจ้าชายยังคงติดสตั๊น แต่ก็ค่อยๆง้างขากรรไกรที่ค้างอยู่ของตนให้เข้ารูป
“แต่ว่า……ฉันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นจะบอกเจ้าชายอีกนะ ”
เด็กหญิงกล่าวพลางส่งยิ้มให้
“อะ เอ่ออ…. ยังไม่หมดอีกเหรอ” เจ้าชายหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปาดเหงื่อ ยังคงตื่นตะลึงไม่หายจากการเจอเซอไพรส์ซ้อนเซอไพรส์หลายตลบ
เขาสูดหายใจลึกๆอีกครั้งเพื่อเรียกสติ
“เอ้า ฉันพร้อมแล้วแสนคำ ว่ามาโลด ”
เด็กหญิงนิ่งมองไปยังเมืองสงกานครซักพัก จึงกล่าวขึ้น
“เธอลองมองไปที่เมืองของเธอดูสิ เห็นไหมว่าหมอกสีน้ำเงินกำลังจะค่อยๆจางไป ”
เจ้าชายเลยมองตาม เขานิ่งมองอย่างนั้นประมาณเกือบนาที
“จริงด้วยๆ…..มันเกิดอะไรขึ้นเหรอแสนคำ?”
เด็กหญิงหันไปมองหน้าเจ้าชาย อีกครั้งที่เขาเหมือนจะเห็นประกายเล็กๆในดวงตาเธอ แต่ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำตาหรือเปล่า
“ฉันขอบคุณเจ้าชายมากเลยนะ ที่ให้ฉันทำหน้าที่นี้
......มันเป็นชีวิตที่มีความสุขมากเลยล่ะที่ได้ตามหาคำตอบให้กับเจ้าชาย ”
“ เดี๋ยวๆนะ แสนคำ” เจ้าชายพูดพลางหัวเราะแก้เขิน “ พูดอะไรงี้เนี่ย ฉันต่างหากต้องขอบคุณเธอ …..แล้วอีกอย่าง เรากำลังคุยเรื่องหมอกห่อหุ้มเมือง ที่กำลังจะจางหายไป....”
ไม่ใช่เหรอ?….
เขาพูดยังไม่ทันจบก็หยุดซะก่อน เหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
เด็กหญิงเองก็รับรู้ได้ว่า…เจ้าชายกำลังเข้าใจแล้วเช่นกัน
“ ใช่แล้วล่ะเจ้าชาย ....."
เด็กหญิงหยุดพูด กลืนน้ำลายอึกหนึ่งเหมือนรวบรวมความกล้า
"ฉันจะต้องไปแล้ว …..เช่นเดียวกับลูกแก้วคำถามที่ปกคลุมเมืองกำลังจะสลายไป”
ร่างเด็กหญิงที่เบื้องหน้าเจ้าชายในตอนนี้ กำลังค่อยๆเลือนลางไปทีละนิด…. ไม่รู้ว่าเขาคิดเองหรือเปล่า
“พรวิเศษ หรือ คำสาปอย่างที่เธอบอก มันได้คลี่คลายลงแล้ว” เด็กหญิงกล่าว
“ ...ตั้งแต่ตอนที่เธอเข้าใจว่า
'คำตอบ ของทุกคำถามนั้น...มันอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว' ยังไงล่ะ..”
“ ไม่สิแสนคำ!!...ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ ” เสียงเจ้าชายเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น
“ฉ... ฉันขอโทษนะแสนคำ …ฉันไม่ควรคิดแบบนั้น ฉันไม่ควรพูดแบบนั้นออกไปเลย ”
“ เธอไม่ต้องขอโทษหรอกนะเจ้าชาย เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และฉันก็กำลังจะจากไปอย่างแฮปปี้นะเจ้าชาย ” เด็กหญิงยิ้มหวานอย่างจริงใจ
“ ต...แต่ชีวิตที่สั้นแบบนี้ มันจะแฮปปี้ยังไงล่ะแสนคำ?
ถ้าฉันถอนคำพูดตอนนี้จะยังทันอยู่ไหมนะ….” เจ้าชายแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้า แล้วเริ่มตะโกน
“ พรวิเศษเอ๋ย!! ฉันขอให้คำถามทุกคำถามของฉัน….. “
เขาหยุดพูดกลางคัน เพราะรู้สึกว่ามีมือหนึ่งคว้าแขนของเขาเอาไว้ พร้อมกับบีบเบาๆ
“ ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ขอบคุณที่พยายามทำเพื่อฉันนะ ” เด็กหญิงอ้อมมาข้างหน้าเจ้าชาย แล้วยื่นมือสองข้างไปจับมือของเจ้าชาย
“ฉันว่านะ ความสุข มันไม่น่าจะวัดได้จากการมีชีวิตยาวหรือสั้นหรอกมั้งเจ้าชาย แต่มันอยู่ที่การที่เรา enjoy ในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้บ่อยขนาดไหนมากกว่า…… ซึ่งในทุกๆวันของฉันที่ได้ตามหาคำตอบให้กับเจ้าชาย ฉันมีความสุขกับมันมากเลยนะ”
เจ้าชายพูดอะไรไม่ออก น้ำตาไหลลงสองข้างแก้ม
“ ขอบคุณเธอจริงๆนะ เจ้าชาย รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันมีความสุขที่สุดเลยล่ะ ”
เด็กหญิงยิ้มกว้างจนตาหยี น้ำตาไหลออกมาเป็นทางจากหางตา
 
เธอโผเข้ากอดเจ้าชาย
เขาค่อยๆขยับมือเบาๆ เพื่อกอดตอบ
“….เจ้าชายเองก็ต้องมีชีวิตที่มีความสุขในทุกๆวันนะ ”
“ขอบคุณนะแสนคำ….. ”
เขาสัมผัสอุ่นๆในอ้อมกอด มันอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่เขาได้เจอหลังจากว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเมื่อย่ำรุ่ง
ทว่าเขาก็รู้สึกได้ว่า สัมผัสอุ่นๆนั้นกำลังค่อยๆจางคลายหายไป
......ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะ.......แสนคำ
แขนทั้งสองของเจ้าชาย เคลื่อนเข้าหากันในท่ากอดอก
.......เขาหลับตาอยู่ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเด็กหญิงไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
เบื้องหน้าเขาตอนนี้ มีเพียงพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองเรืองระเรื่อ
ท่ามกลางหมู่ดวงดาวที่ทะยอยโผล่หน้าออกมาระยิบระยับเต็มฟ้า
.....สำหรับเจ้าชายแล้ว มันกลับไม่สวยเท่าตอนหัวค่ำเลยสักนิด
……
.……..
มีตำนานเล่าขานนานมาว่า
ท่ามกลางเทือกเขาสูงใหญ่ ห่างไกลผู้คน
…มีเมืองอยู่แห่งหนึ่ง
ปกครองโดยพระราชาผู้เก่งกล้า และเปี่ยมด้วยเมตตา
ชาวเมืองๆนี้ชอบออกเดินทางแสวงหาคำตอบในสิ่งใหม่ๆ
ทว่าก็ยังพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี….
ข้างปราสาทพระราชา มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา
ว่ากันว่า พระราชาได้มีบัญชาให้ไปขุดมาจากบนภูเขาสูงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
แล้วนำมาปลูกไว้ที่นี่ เมื่อครั้งพระองค์ยังเยาว์
….พระองค์ตั้งชื่อให้มันว่า “ต้นแสนคำ”
และพระองค์ก็โปรดที่จะเสด็จออกมานั่งเล่น นอนเล่นใต้ต้นไม้นี้ ยามว่างเว้นจากภารกิจบ้านเมือง
(เมล็ดของมัน ถูกแจกจ่ายให้ชาวเมืองนำไปปลูกกันทั่ว เมืองนี้จึงมีต้นแสนคำน้อยใหญ่ปลูกขึ้นเต็มไปหมด)
ต้นไม้ใหญ่นั้น ภายหลังได้ถูกต่อเติมเป็นบ้านต้นไม้
เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าหมีหมาตัวใหญ่ (และครอบครัวของมัน)
เขาไม่มีชื่อ แต่เด็กๆมักเรียกเขาว่า “ครูหมีมอม”
เพราะเขาชอบสอนวิชาเดินป่าและปีนเขาให้กับเด็กๆทั้งหลาย
เด็กๆชื่นชอบเขามาก ….เขาเองก็รักเด็กๆเช่นกัน
……
แม้เมืองนี้จะไม่ได้มั่งคั่ง หรือ ศิวิไลซ์ทัดเทียมกับเมืองใหญ่อื่นๆทั่วโลก
ทว่าชาวเมืองและพระราชาล้วนอยู่กันอย่างมีความสุข…ในชีวิตที่เรียบง่าย
‘ชีวิต’ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะต้องแสวงหาคำตอบ…ในทุกคำถาม
ทว่ามีคำตอบสำหรับ‘ความสุข’ ….ในทุกๆวัน
……
คงไม่ต้องบอก เธอก็คงจะพอเดากันได้แล้วใช่ไหมว่า….
เมืองแห่งนี้นั้นมีชื่อว่า
“แสนคำนคร”
(จบบริบูรณ์)
19/2/22
พ่ออนัตตา
Fun fact : ต้นแสนคำมีอยู่จริงๆ บ้างเรียกว่า ต้นขี้อ้าย หนามกราย ปู่จ้าว ตามแต่ท้องที่ ซึ่งผู้เขียนไม่เคยรู้มาก่อน และเพิ่งค้นพบหลังจากคิดชื่อเด็กหญิงได้นี่แหละ
========
ปล. ขอบคุณมากนะครับที่ติดตามอ่านจนจบ และขอฝากผู้อ่านทุกท่านช่วยวิจารณ์ได้เลยนะครับ เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงต่อ ขอบคุณครับ
โฆษณา