จากอดีตถึงปัจจุบัน ที่ซาบีน่ายังคงยืนหยัดเป็นแบรนด์คนไทยอันดับหนึ่งของประเทศไทย
1
มาดูกันว่าที่ผ่านมาซาบีน่าพบกับอะไรมาบ้าง
เรามาดูพัฒนาการที่สำคัญของ “SABINA” กัน
2
• ปี พ.ศ.2540 (ค.ศ.1997) – เป็นช่วงที่เศรษฐกิจประเทศไทยตกต่ำมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง (Tum Yum Kung Crisis) เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก
ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงฉับพลันภายในข้ามคืนจาก 26 บาท เป็น 45 บาท บริษัทจึงเห็นโอกาสในการปรับตัวและทิศทางในการทำธุรกิจส่งออกภายใต้ แบรนด์ของลูกค้าในประเทศอังกฤษและประเทศในยุโรปเป็นหลัก จากเดิมที่บริษัทได้เริ่มต้นทำแบรนด์มาก่อนระยะหนึ่งแล้ว
• ปี พ.ศ.2545 (ค.ศ.2002) – บริษัทได้ขยายโรงงานเพิ่มแห่งที่ 4 ตั้งอยู่ที่จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุด โดยบริษัทได้จัดตั้งโรงงานมาแล้ว 3 แห่ง คือ โรงงานที่ท่าพระ โรงงานที่ชัยนาท และโรงงานที่พุทธมณฑลสาย 5 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า OEM ที่เพิ่มขึ้น
• ปี พ.ศ.2549 (ค.ศ.2006) – บริษัทได้เปลี่ยนจากการผลิตเพื่อ OEM มาขายแบรนด์มากขึ้น เนื่องจากเห็นแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น อยู่ที่ 36 บาท/USD และคาดการณ์จะแข็งค่าถึง 30-31 บาท/USD
รวมถึงสิทธิประโยชน์ GSP ที่ยุโรปให้กับประเทศไทยไม่มีแล้ว รวมทั้งค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การแข่งขันในการส่งออกสินค้าของบริษัทลดลง
นั่นหมายความว่าบริษัทจะไม่ได้ประโยชน์จากการทำ OEM อีกต่อไป บริษัทจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นการสร้างแบรนด์ของตนเองเพิ่มมากขึ้น และเจาะตลาดภายในประเทศก่อน
และในปี พ.ศ.2549 (ค.ศ.2006) นี้เองบริษัทเริ่มต้นมองหาตลาดจาก Segmentation ที่ไม่มีใครสนใจ และวางตำแหน่งของบริษัทในการผลิตสินค้ารุ่น Doomm Doomm (ชุดชั้นในเสริมฟองหนาพิเศษ)ให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีเต้าทรงเล็ก หรือ คัพ A ซึ่งเป็นการสร้าง Positioning ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว คนส่วนใหญ่ยังจดจำแบรนด์ SABINA และเป็นที่หนึ่งในใจสาวคัพเล็กจนถึงปัจจุบัน
• ปี พ.ศ.2554 (ค.ศ.2011) – เป็นช่วงที่บริษัทต้องต่อสู้กับค่าแรงขั้นต่ำที่สูงขึ้นถึง 300 บาท/วัน และวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศ ซึ่ง 2-3 ปีก่อนนี้ บริษัทได้เริ่มนำระบบ LEAN มาช่วยในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นแล้ว
แต่ในปี พ.ศ.2554 นี้บริษัทได้นำระบบ LEAN มาพัฒนาจากการนั่งเย็บเป็นการยืนเย็บ ทำให้สามารถลดพนักงานน้อยลงจากการนั่งเย็บที่ต้องใช้พนักงาน 2 คน เหลือเพียง 1 คน โดย 1 ไลน์การผลิตสินค้าปกติจะใช้พนักงานเย็บประมาณ 40 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 20 คนเท่านั้น
และบริษัทมีนโยบายพนักงานลาออกจะไม่รับพนักงานทดแทน ซึ่งในขณะนั้นพนักงานลดลงจาก 5,100 คนลงมาอยู่ที่ประมาณ 3,900 คน ทำให้พนักงานมีรายได้มากขึ้น การอยู่โอทีน้อยลง และเป็นผลทำให้บริษัทสามารถก้าวข้ามวิกฤตในช่วงของค่าแรงขั้นต่ำสูงได้
• ปี พ.ศ.2559 (ค.ศ.2016)– บริษัทได้หันไปจับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีคัพทรงใหญ่มากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุม กลุ่มลูกค้าทุกคัพไซซ์ และเป็นฐานลูกค้าที่กว้างกว่า เดิมที่เน้นเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีคัพทรงเล็ก เท่านั้น
• ปี พ.ศ.2560 (ค.ศ.2017) – บริษัทได้สร้างโรงผลิตฟองน้ำขึ้นรูป (โมลด์) เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตสินค้าและรวดเร็วในการพัฒนารูปสินค้าผลิตภัณฑ์ ได้ทันต่อความต้องการของตลาด
• ปี พ.ศ.2560 (ค.ศ.2017) – บริษัทยังได้รับรางวัล Top Brand Award จากคณะพาณิชยศาสตร์การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหมวดของ Fashion ซึ่งเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่ได้รับรางวัล จนได้ขึ้น Hall of Frame ซึ่งถือได้ว่าเป็น Brand Award ที่มีมูลค่าในด้านคุณค่าของแบรนด์ SABINA
• ปี พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) – บริษัทได้รับรางวัลการดำเนินงานโดดเด่นจากงาน “SET Awards 2019” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยรางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียน ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น พิจารณาจากผลประกอบการทางธุรกิจ การกำกับดูแลกิจการที่ดี การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ การเปิดเผยข้อมูล และคุณภาพของงบการเงิน
• ปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ.2020) – เป็นปีที่ต้องฝ่าฟันกับสถานการณ์โรคระบาดของ Covid-19 บริษัทยังสามารถได้รับรางวัลต่างๆ ภายในปีนี้ อาทิเช่น
รางวัลดีเด่นด้านนวัตกรรม Outstanding Innovative Company Awards จากเวที SET Awards 2020,
รางวัล CFO ยอดเยี่ยม ประจำปี 2563 จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนในงานประกาศผลรางวัล “IAA Awards for Listed Companies 2020”,
รางวัล Asia’s 200 Best Under A Billion 2020 โดยนิตยาสารฟอร์บส์ (Forbes),
ได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการบริษัท ในระดับ “ดีเลิศ” EXCELLENT CG SCORE เป็นปีที่ 3 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะก.ล.ต. ,
ได้รับการจัดอันดับ ESG 100 จากการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ( Environmental, Social and Governance) จากสถาบันไทยพัฒน์,
ได้รับรางวัล Consumer Choice Award จากเวที Shopee Brand Conference 2020 เป็นต้น
1
• ปี พ.ศ.2564 (ค.ศ.2021) เป็นอีก 1 ปีต่อเนื่อง กับสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 บริษัทฯ จึงมุ่งเน้น เรื่องการบริหารความเสี่ยงปรับองค์กร ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อคงรักษา ความต่อเนื่องในการผลิต และการขายสินค้า ให้ปกติที่สุด
โดยมีการปรับเปลี่ยนทั้งรูปแบบการดำเนินงานภายในองค์กร รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานกับ Stakeholders อื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทาน จนทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล Rising Star Sustainability Excellence และ Thailand Sustainability Investment 2021 สำหรับการปรับตัวกับสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ได้อย่างดี
และยังคงสามารถรักษาระดับการบริหารงานได้อย่างดีเยี่ยม อีก 1 ความภาคภูมิใจ คือ บริษัทฯ รับการรับรองเข้าร่วมโครงการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption : CAC) ต่อเนื่องเป็นวาระที่ 3 ตอกย้ำความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส
ติดตามช่องทางการสื่อสารต่างๆของซาบีน่า
  • 15
โฆษณา