1. หากคำว่า "วัฒนธรรมแบบพุทธ" หมายถึงวัฒนธรรมไทยที่มีรากมาจากพระพุทธศาสนา เราทราบกันดีว่าไทยเรานั้น รับพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และคำว่าวัฒนธรรม ก็ครอบคลุมถึงการดำเนินชีวิต ความคิด ความเชื่อ ค่านิยมและจารีตประเพณี ซึ่งปลูกฝังหยั่งรากมายาวนาน
2. โครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ยังคงอยู่สืบเนื่อง และยังคงมีระบบสมณศักดิ์ (ตรงนี้มีอยู่ในทุกประเทศทั่วโลกที่รับเอาศาสนาพุทธ หรือแม้กระทั่งศาสนาอื่นก็ตาม ก็ยังมีตำแหน่งผู้ปกครองสงฆ์ทั้งมวลอยู่ และลดหลั่นกันไปตามศักดิ์ที่กำหนด) ไทยเรานั้นมีการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ จึงต้องทรงอุปถัมภ์และรับเอาพระราชกรณียกิจสำคัญๆ ต่างๆ ที่สิบเนื่องจากการรับเอาพระพุทธศาสนาไว้เป็นศาสนาประจำชาติ และนั่นหมายถึงต้องทรงไว้ซึ่งพระราชกรณียกิจทุกประการตามวัฒนธรมประเพณี อาทิ ทอดผ้าป่า ทอดผ้าพระกฐิน เหล่านี้ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยที่ระบบสมณศักดิ์และพัดยศนั้น ไทยเราได้รับเอาแบบอย่างมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นประเทศแรกที่รับการเผยแพร่พระพุทธศาสนามาจากอินเดีย และด้วยความจำเป็นด้านการปกครองคณะสงฆ์
3. โครงสร้างตามข้อ 2 ที่แจงมา ทำให้วัฒนธรรมพระพุทศาสนานั้น หยั่งรากลึกตั้งแต่ชนชั้นผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ และจึงแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของประชาชนภายใต้การปกครองอย่างเหนียวแน่น ยากที่จะสั่นคลอน แต่...........
สิ่งที่จะทำให้พระพุทธศาสนาสั่นคลอน อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับคำสอนของพระสัมมาฯ และการจะเกิดสัมมาทิฐิได้ พุทธศาสนิกชนควรต้องพยายามศึกษาทำความเข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าในแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อค่อยๆลดมิจฉาทิฐิต่างๆ เช่น เราไปวัดเพื่ออะไร ไปทำบุญเพื่ออะไร สวดทำวัตรเช้าไปทำไม สวดมนต์ไปทำไม เหล่านี้ สามารถตั้งคำถามได้ ไม่บาป ไม่ตกนรก แต่ต้องเข้าใจถูกค่ะ
ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ อะนุปฏิปัชชามะ
: จักทำในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ ตามสติกำลัง
ท่อนหนึ่งจากบทแปลสวดทำวัตรเช้า
  • 3
โฆษณา