3 มี.ค. 2022 เวลา 09:09 • ท่องเที่ยว
Next Station...เดินเล่นหัวลำโพง
เมื่อผมรู้ว่า..วันนี้..หัวลำโพงยังคงมีลมหายใจต่อไปได้อีก ผมจึงต้องพาตัวเองมาเดินเล่นเก็บภาพชีวิตในวัยกว่า 105 ปี ของสิงห์เฒ่าแห่งรางรถไฟอย่างพลาดไม่ได้
1
เคยไปถ่ายภาพที่หัวลำโพงกี่ครั้งแล้วน่าจะนับไม่ไหว แต่ไม่เคยนำมาใช้ทำอะไรเลย เก็บไว้ในฮาร์ดดิสตลอด คราวนี้เห็นทีว่าจะเก็บไว้ไม่ได้อีกแล้ว
นี่คือภาพอัพเดทล่าสุด ดูช่างไม่ต่างกับภาพเก่าที่ผมเคยถ่ายเอาไว้หลายปีก่อน
มุมนี้เห็นกันบ่อยๆ เรียกว่าเป็นมุมโปรดปรานของช่างภาพเลยล่ะครับ
ผมไม่ค่อยได้เห็นหัวลำโพงมีผู้คนเบาบางขนาดนี้มาก่อน อาจจะเป็นเพราะข่าวคราวว่าจะมีการย้ายสถานีใหม่ไปบางซื่อ แล้วไม่ใช้สถานีแห่งนี้อีกต่อไป
ถึงจะมีผู้โดยสารน้อยลง แต่การใช้บริการรถไฟก็ยังเป็นทางเลือกของนักเดินทางอยู่ดี
ใจนึงผมเองก็ไม่ค่อยเชื่อมากนัก ยังคิดอยู่ว่าทำไมไม่ทำให้ดูดี นำความคลาสิคของสถาปัตยกรรมเก่าแก่มาปัดฝุ่นคราบไคลแล้วก็ใช้มันได้ต่อไป เพราะถ้าไม่มีคน..มันก็ไม่มีชีวิตชีวา สุดท้ายก็จะเข้าสู่ความเสื่อมโทรมจนยากเกินเยียวยา
ทางขึ้นร้านค้าด้านบน ลวดลายราวบันไดยังดูงดงามอ่อนช้อย
และข่าวล่าสุด สถานีหัวลำโพง...ได้ไปต่อครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมมาหัวลำโพงแล้วออกจะขัดใจสักหน่อยก็คือพวกร้านค้าและแผ่นป้ายโฆษณาที่ดูเลอะเทอะ ลดทอนความสง่างามของสถาปัตยกรรมอย่างมาก ความน่าอภิรมย์ในการชมภายในสวยๆ ของหัวลำโพงจึงด้อยไปอย่างน่าเสียดาย
มองผ่านประตูเหล็กดัดโบราณก่อนเข้าไปขึ้นรถไฟด้านใน
มองไกลจนสุดโครงครึ่งวงกลมที่คุ้นตา ข้างนอกนั่นคือโลกกว้างเมื่อออกเดินทาง
เมื่อเสียงระฆังดัง การเดินทางก็เริ่มต้นในไม่ช้า
เด็กน้อยคนนี้จ้องหน้าผมตั้งแต่ยกกล้องเล็ง ไม่รู้ว่าได้ขึ้นรถไฟเป็นครั้งแรกรึเปล่า
ถึงแม้จะไม่คึกคักอย่างที่เคยเห็นกัน แต่ก็ยังมีผู้โดยสารใช้รถไฟนำพาตัวเองและครอบครัวกลับบ้าน มันเป็นวิถีของคนไทยกับรถไฟมานาน ภาพความทรงจำของผมเมื่อวัยเด็กกับการเดินทางด้วยรถไฟในครั้งนั้น ทาบลงบนภาพปัจจุบันได้เกือบสนิท ด้วยว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก
ม้านั่งที่อยู่คู่กับชานชาลา
ถึงจะเก่า แต่มันทำหน้าที่ของเก้าอี้ที่รอให้คนมานั่ง มาพัก มาพิง และมานอน
รถไฟชั้นสามรุ่นใหม่ เดี๋ยวนี้มีประตูปิดเปิดอัตโนมัติแล้ว
นาฬิกาแขวนแบบนี้บอกเลยว่ามันคือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของสถานีรถไฟทั่วโลก
คุณป้านั่งพักคอยทำความสะอาดตู้รถไฟถัดไป
ขบวนนี้เป็นรถไฟชั้นสามรุ่นเก่า ไม่มีประตูอัตโนมัติ
ผมมีโอกาสขึ้นไปถ่ายภาพบนรถไฟชั้นสามรุ่นเก่าสีแดงเลือดหมูคาดเหลือง สมัยก่อนภายในของตู้โดยสารแต่ละคันนั้น ทำด้วยไม้สักแทบทั้งคัน หาดูได้ยาก ผมต้องลองหาข้อมูลดูว่าการรถไฟยังนำออกมาวิ่งอยู่ในบางวาระบ้างหรือเปล่า เผื่อคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเห็น
บันไดแคบๆ เป็นทางขึ้นตู้รถไฟ
สีเหลืองแดงที่คุ้นตาคาดยาวผ่านลูกบิดประตู
ประตูรถไฟสามารถขึ้นได้ทั้งสองข้าง
มันจะยังมีมั้ยนะ ภาพคนล้นหลามจนต้องโดยสารรถไฟบนหลังคา
ช่วงสมัยวัยรุ่นผมกับเพื่อนๆ ตีตั๋วจากกรุงเทพฯไปลำปาง ช่วงปีใหม่สมัยนั้นยังมีงานฤดูหนาวอยู่เลยครับ เรายกโขยงกันไปเที่ยว ครั้งนั้นก็ต้องยืนกันขาแข็งจากต้นทางจนถึงปลายทางกันเลย โดยยึดหัวหาดกันตรงบันไดทางขึ้นลงนี่ล่ะ
เมื่อประตูตู้รถไฟถูกปิด จะมีกรอบโค้งให้เราถ่ายรูปสวยๆ ผ่านมันได้
มองผ่านกรอบหน้าต่างเห็นม้านั่งที่ผมเพิ่งลุกจากมา
โถส้วมทำจากอลูมิเนียมอย่างดี จึงทนทานมาถึงวันนี้
เก้าอี้สีพาสเทลเรียงรายรอรับใช้ผู้โดยสาร
ตอนนั้นคนแน่นมากไม่มีแม้ที่จะยืนจะนอน ยิ่งเดินทางระยะไกลในช่วงเทศกาลแล้วด้วย แน่นหยั่งกับปลากระป๋องในชีวิตผมต้องบอกว่าเคยนอนตรงช่องว่างระหว่างที่นั่งมาแล้ว มีแค่กระดาษหนังสือพิมพ์ปูรองเท่านั้น
ซึ่งไม่ต้องแปลกใจเลยทุกคนบนรถไฟก็ใช้วิธีเดียวกับผมนี่ล่ะ คนได้นั่งบนเก้าอี้ก็นั่งไป มีเพื่อนร่วมทางนั่งบนพื้นก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าลุกไปไหนล่ะ เป็นโดนจับจองทันที
โต๊ะประจำตำแหน่งน่าจะเก่าพอๆ กับรถไฟ
ตู้สุดท้ายจะเก็บไว้สำหรับการทำธุรกรรมต่างๆ ของพนักงานประจำรถไฟ
ช่องประตูสุดท้ายสำหรับสูดลมหายใจ
ผมเดินลงจากรถไฟที่ยังคงจะจอดนิ่งไปอีกจนถึงบ่ายสามโมง เดินไปจนสุดทางหาไม้หมอนรถไฟเก่าและใหม่ เพราะอยากรู้ว่าเขาเปลี่ยนไปหมดรึยัง และจะได้เห็นรางรถไฟที่ถูกสับรางจากต้นทางเลย
จุดสับรางน่าจะเป็นจุดแรกเลยก็ว่าได้
ไม้หมอนรถไฟของเดิมที่ยังมีให้เห็นอยู่
สภาพตู้ขนของ หรือตู้ขนส่งสินค้าที่ยังใช้การได้อยู่
ตู้ส่งสินค้าที่ปัจจุบันการรถไฟก็ยังให้บริการอยู่ เพราะหลังจากใช้มันแอ็คท่าให้ผมถ่ายรูปเสร็จ มันก็เคลื่อนที่หายไปเลย
ตรงจุดนี้น่าจะใกล้เคียงที่จะเรียกสุสานรถไฟเข้าไปทุกที
ตรงนี้เป็นจุดสุดท้ายที่อนุญาตให้ถ่ายได้ พอหันหลังกลับจะเห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างสถานีรถไฟหัวลำโพงกับตึกรุ่นใหม่ด้านหลัง
ตึกเก่าที่ใช้เป็นที่ทำการจัดส่งไปรษณีย์โดยทางรถไฟ
ตึกที่เห็นอยู่นี้ ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร พอกลับไปค้นหาดู ตึกที่เห็นคือที่ทำการไปรษณีย์เก่าของการรถไฟสมัยแรกๆ ที่ถนนหนทางยังไม่เยอะขนาดนี้ แต่ปัจจุบันเลิกใช้ไปนานแล้ว
  • เดินดูรอบๆ หัวลำโพง
เสาโรมันที่สร้างตั้งแต่ยุคแรก
ผมเดินออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งธรรมดาก็จะเดินข้ามไปที่จอดรถฝั่งตรงข้าม เพื่อจบภารกิจกลับบ้านเลย แต่วันนี้ขอเดินดูรอบๆ สักหน่อย
โดยบังเอิญที่ได้ Foreground สำหรับมุมมองใหม่ๆ ในการถ่ายด้านหน้าหัวลำโพง
ผลงานของกาลเวลา
ช่องลมด้านหน้าของตึกแถวเก่ารอบๆ
ข้ามถนนมาฝั่งด้านหน้าเห็นตึกแถวเก่าสี่ห้าห้อง ที่แต่ละห้องถูกแปลงเป็นร้านกาแฟบ้าง เป็น hostel เล็กๆ บ้างก็เป็นร้านอาหาร เอาไว้คอยบริการผู้มาเยือน
รูปแบบชีวิตที่สัญจรรอบๆ สถานีหัวลำโพง สะท้อนชีวิตที่ไหลไปมาของผู้คนนอกกรุงและคนในกรุง ที่ยังต้องการเดินทางแบบโลว์คอส ขอเพียงพาไปให้ถึงจุดหมาย ที่นี่..หัวลำโพง ยังเป็นคำตอบแรกเสมอสำหรับพวกเขา
หลังตึกเก่าเป็นโรงแรมเก่ายิ่งกว่า
ตึกที่เรียงรายบ้างเป็นร้านอาหาร เป็น hostel และร้านกาแฟ
โรงแรมแห่งนี้ยังคงยินดีต้อนรับการเช็คอินจากนักเดินทาง
โถงบันไดทางขึ้นที่พักโรงแรม
เงาสะท้อนบางๆ ของรั้วกั้นสถานีกับถนนสัญจร
ผมดีใจที่ได้เห็นลมหายใจเบาๆ ในวันสบายๆ ของสถานีหัวลำโพง ดูท่าว่าวันข้างหน้าไม่ต้องรับภาระหนักเหมือนหนุ่มหัวลำโพงเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว รับจ๊อบน้อยลง ได้พักผ่อนมากขึ้น มีเวลาดูแลสุขภาพให้อยู่คู่วิถีเดินทางไปอีกนานๆ บางอย่างในตัวผมบอกว่าการมาเยี่ยมมองสถานที่ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างสถานีรถไฟหัวลำโพง จะไม่ได้มาเป็นครั้งสุดท้ายแน่นอน
แล้วเพื่อนๆ ละครับ ถ้าใครเคยมาแล้วมาอีกก็ได้นะครับ ส่วนใครยังไม่เคยสัมผัสหัวลำโพงยิ่งต้องมา ซื้อตั๋วแล้วลองนั่งรถไฟไทยเล่นๆ ไปไหนก็ได้ รับรองว่ามันไม่เหมือนนั่งพาหนะไหนๆ ในโลกก็แล้วกัน
#105ปี #หัวลำโพง #สถานีรถไฟหัวลำโพง #เที่ยวโดยรถไฟ#ถ่ายรูปเล่าเรื่อง #fototeller
โฆษณา