2 มี.ค. 2022 เวลา 12:16 • ไลฟ์สไตล์
สามีขอหย่าเหตุเพราะภรรยามีรอยสักที่ต้นขา
ในคืนแรกที่เข้าหอ สามีได้สังเกตเห็นรอยสักที่ต้นขาของภรรยารู้สึกโกรธมาก เพราะคิดว่าเธอเป็นผู้ที่รักสนุกมาก่อนที่จะแต่งงานกับเขา ต่างจากตัวเขาที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ไว้ได้จนถึงวันแต่งงาน
เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น
ดั่งคำกล่าวที่ว่า" ศิลเสมอกัน " ไม่ว่าจะเกี่ยวกับ
คู่ชีวิตหรือแม้แต่เพื่อน รวมไปถึงคนรู้จักรอบตัวก็ตาม หากไม่มีแนวคิดมุมมองเดียวกันก็ย่อมไปต่อกันค่อยข้างยากว่าไหม
1
อย่างกรณีเรื่องราวของหนุ่มจีนอายุ 30 ปีรายนี้
ได้เข้าพิธีแต่งแต่งงานกับหญิงสาวรายหนึ่ง โดยการจัดหาของผู้ใหญ่ หรือเรียกอีกอย่างว่าคลุมถุงชนนั้นเองค่ะ
1
แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด จนมาถึงวันที่เข้าหอในวันแรกของทั้งคู่ ฝั่งสามีได้สังเกตเห็นว่าฝ่ายภรรยาของเขามีรอยสักเป็นตัวอักษรอยู่บริเวณต้นขาของเธอ เขารู้สึกโกรธและเสียใจมากที่ภรรยาของเขาไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เขาคิด
จากนั้นเขาจึงกลับมาที่บ้านเดิมเพื่อมาพบกับแม่ด้วยอาการที่เศร้าซึม แม่เขาสังเกตเห็นอาการลูกชายผิดปกติเลยเค้นถามจึงได้ทราบความเป็นมาของเรื่องราวดังกล่าว
รู้แบบนั้นทางแม่ของฝ่ายชายก็รู้สึกโกรธมาก เดินทางไปพบพ่อแม่ฝ่ายหญิงทันที และกล่าวว่าทางฝ่ายหญิงนั้นโกหกทางครอบครัวเขา เพราะแท้จริงลูกสาวของพวกคุณไม่บริสุทธิ์และรักสนุกก่อนมาแต่งงานกับลูกชายของเธอ
1
ทั้งที่ลูกชายของเธอนั้นรักความบริสุทธิ์มาจนถึงวันที่เข้าพิธีแต่งงาน ทางครอบครัวของฝ่ายชายรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก และจะขอหย่าพร้อมขอคืนสินสอดทุกอย่างที่ได้มอบให้แก่ฝ่ายหญิงคืนทั้งหมด
จากนั้นเรื่องราวก็บานปลายใหญ่โตขึ้น ทางด้านฝ่ายหญิงต่างแย้งว่า " การที่เธอมีรอยสักเธอเองก็ยอมรับ แต่เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงที่รักสนุกหรือทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเธอเองก็ยอมหย่าให้แต่จะไม่ขอคืนเงินสินสอดอย่างเด็ดขาด "
2
และบอกกับทางฝ่ายชายว่าหากยังตกลงกันไม่ได้เธอก็ขอไปพบกันที่ศาลก็แล้วกัน สรุปงานนี้ฟาดกันแรงทั้งสองฝ่ายแบบไม่มีใครยอมใคร
อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่มีทางไปต่อกันได้อย่างแน่นอน
ความจริงเรื่องของการชื่นชอบในการสักก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรเพราะถือว่างานศิลปะอย่างหนึ่งและเป็นความชอบส่วนบุคคลคลนะคะ
แต่ในมุมมองของคนที่มีความคุ้นชินกับรอยสัก มักถูกมองคนที่มีรอยสักในแง่ลบก่อนเสมอ ในส่วนนี้ก็คงต้องขอเคารพสิทธิ์ในความเชื่อของแต่ละบุคคลค่ะ
1
หากมองอีกมุมหนึ่งเรื่องนี้ก็อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของรอยสัก แต่เป็นเรื่องที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายพูดคุยและไม่ควรมีเรื่องปิดบังกันตั้งแต่เริ่มแรกมากกว่าจริงไหมคะ
เรื่องราวนี้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อความรู้สึก
หากใครมีความเห็นใดก็คอมเมนต์กันแบบเบาๆ กันได้นะคะ
ขอบคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ
พบกันในบทความต่อไป
โฆษณา