Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
LH Bank
•
ติดตาม
2 มี.ค. 2022 เวลา 02:01 • หุ้น & เศรษฐกิจ
✅Morning Update 02.03.2022
จับเทรนด์ลงทุน by LH Bank Advisory
🇺🇸🇪🇺ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในภาพรวมช่วงเช้าของเวลาทำการ ก่อนทรงตัวในภาคบ่าย โดยทั้ง 3 ดัชนีหลักปิดลบกว่า -1.50% โดยตลาดหุ้นยุโรปปิดลบสูงถึงกว่า -2%
ตลาดหุ้นยุโรปรับผลกระทบทางอ้อมจากการคว่ำบาตรรัสเซีย / ภาคการผลิตภายในประเทศของสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดี / Bond Yield สหรัฐฯ ร่วงแรงแตะ 1.72%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนวันอังคารที่ 1.03.2022 ดัชนี Dow Jones -597.65 จุด -1.76% S&P 500 -67.68 จุด -1.55% และ Nasdaq 100 -231.82 จุด -1.63% โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านสหราชาอาณาจักรรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตที่สำรวจโดย Markit หรือ U.K. Manufacturing Purchasing Managers Index ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุง) ขยายตัวที่ 58 จุด สูงกว่าคาดไว้เล็กน้อยที่ 57.3 จุด และสูงกว่าเดือนครั้งก่อนที่ 57.3 จุด เช่นกัน
2. ด้านประเทศเยอรมันประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตที่สำรวจโดย Markit หรือ German Manufacturing PMI ประจำเดือนกุมภาพันธ์ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุง) ที่ 58.40 จุด ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ 58.5 จุด และน้อยกว่าครั้งก่อนหน้าที่ 59.80 จุด แต่ยังถือว่าขยายตัวได้ดีเหนือระดับ 50 จุด
จากผลพวงของนโยบายคว่ำบาตรที่ชาติตะวันตกมีต่อรัสเซียและแม้ว่าเป้าการคว่ำบาตรครั้งนี้จะเล็งไปที่รัสเซียโดยตรง แต่ยุโรปเองก็ได้รับผลกระทบเชิงลบทางอ้อมด้วยเช่นกัน
ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปยังคงปรับตัวลดลงรุนแรงตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนทรงตัวช่วงบ่าย โดย Stoxx 600 ปิดลบที่ -2.37%
3. ด้านสหรัฐฯ มีรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตที่สำรวจโดย ISM หรือ ISM Manufacturing PMI ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ขยายตัวที่ 58.6% สูงกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยที่ 58.0% ดัชนีดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมที่ 57.6%
สาเหตุหลักมาจากยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ เพิ่มขึ้น 3.8% ยอดการผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.7% การจ้างงานในภาคผลิตเพิ่มขึ้น 1.6% ยอด Backlog (สินค้ารอส่งมอบ) เพิ่มขึ้นสูงถึง 8.6% แต่เป็นการโตจากการที่ส่งมอบสินค้าให้ซัพพลายเออร์ช้าลงทำให้มีจำนวน Backlog เพิ่มขึ้น
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมการผลิตของสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการส่งมอบสินค้ายังคงมีอยู่
4. หลังจากที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยุเครนขึ้น ตลาดคาดว่า Fed จะไม่สามารถดำเนินนโยบายด้านการเงินที่ตึงตัวในอัตราเร่งสูงได้ ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยทีเดียว 0.50% ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคมนี้
ล่าสุด Bond Yield 10 ปี ปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่องที่ 1.72% จากระดับ 1.82% ในวันก่อนหน้า
นักลงทุนทั่วโลกกำลังเข้าสู่โหมด Risk-Off (ลดความเสี่ยง) เคลื่อนย้ายเงินเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ สินทรัพย์ปลอดภัย
โดยเฉพาะในยุโรป พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี Yield ทีลงไปสู่ระดับติดลบอีกครั้ง (ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเป็นลบ) ที่กว่า -0.09% รุนแรงกว่าวิกฤตยูโรโซน (กรีซ) ในปี 2011
5. หุ้นกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันปรับตัวขึ้นได้ดีต่อเนื่องที่ +1.03% หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ หรือ WTI พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 จากสถานการณ์ความตึงเครียดของ รัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลต่อปัญหาห่วงโซ่อุปทาน
Exon +0.96% Chevron +3.97% ConocoPhillips +2.21% APA +4.66% และ Occidental Petroleum สูงสุดในกลุ่ม +7.02%
หุ้นเชิงรับอย่างกลุ่ม REITs (Real Estate Investment Trusts) และ เฮลท์แคร์ ปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาดที่ -0.23% และ -0.58% ตามลำดับ
American Tower +0.74% Prologis -0.06% Crown Castle +0.85% Equinix +0.15%
Johnson & Johnson -0.35% UnitedHealth +0.08% Pfizer -2.54% Abbot Labs -2.03% Moderna -2.61%
6. หุ้นที่ Underperform ตลาดสุงสุด 3 อันดับได้แก่ หุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน -3.71% หุ้นกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรม -2.31% และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -1.99%
จากปัจจัยกดดันด้าน Bond Yield ปรับตัวลดลงรุนแรงอีก 1 วันทำการส่งผลเชิงลบต่อหุ้นสถาบันการเงินที่สุด โดยเฉพาะหุ้นสถาบันการเงินขนาดเล็กในระดับภูมิภาคปรับตัวลดลงรุนแรง
SVB Financial Group -7.94% Zions Bancorporation -8.39% Regions Financial -8.56%
หุ้นชั้นนำของกลุ่มสถาบันการเงินได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่ง JP Morgan ร่วงไประดับต่ำสุดของปี
Bank of America -3.91% Well Fargo -5.77% Citi Group -1.08%
Berkshire Hathaway -0.07% JP Morgan -3.77% Morgan Stanley -3.43% Goldman Sachs -3.27% Black Rock -3.91% Charles Schwab -7.81%
7. หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ปรับตัวปรับตัวลดลงหลังฟื้นตัวเล็กน้อยในวันก่อนหน้า แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะชะลอการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ภาพที่ตลาดเป็น Risk Off ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตได้รับผลกระทบเชิงลบ
Apple -1.05% Microsoft -1.15% Alphabet -0.63% Amazon -1.58% Meta -3.56% Netflix -2.10% Salesforce -0.78% Visa -3.31% Mastercard -4.53%
หุ้น Innovation ปรับตัวลดลงเช่นกัน
หุ้น Zoom video ปรับตัวลดลงแรงกว่า -7% หลังจากจำนวนผู้ใช้งานในปีนี้คาดจะลดลงไปในระดับปกติ (ต่ำกว่าช่วงเกิดโควิดรุนแรงและล๊อคดาวน์)
หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ EV (Electric vehicle) ร่วงแรงกว่า -13% จากผลประกอบการต่ำกว่าคาด
Tesla -0.75% Lucid -13.77% Roku -2.09% Teladoc Health -2.24% Block (Square) -1.13% Zoom -7.41% Spotify -3.16% Twilio -2.91% Coinbase +2.83% Robinhood -2.00% Affirm +1.24% Unity Software -2.32% Shopify -3.00% Palantir +2.83%
หุ้น Semiconductor ปรับตัวลดลงแรง
Nvidia -3.75% AMD -7.71% Intel -1.78% Micron -2.80% Qualcomm -4.81% Broadcom -2.95%
8. ETF ด้าน Technology & Innovation ปรับตัวลดลง
ARK Innovation (ARKK) -3.07% ARK Fintech (ARKF) -2.28% PowerShares WilderHill Clean Energy (PBW) -0.12% iShares PHLX Semiconductor (SOXX) -3.63% SPDR S&P Kensho Smart Mobility (HAIL) -2.80% VanEck Vectors Video Gaming and eSports (ESPO) -2.26% Global X Cybersecurity (BUG) +0.68% และ KraneShares CSI China Internet (KWEB) +0.45%
9. หุ้นจีนและเอเชียที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวผสมผสาน โดย IQIYI พุ่งแรงกว่า +20%
Alibaba +1.81% Baidu +6.79% Coupang -4.00% iQIYI +21.98% NetEase -1.94% Pinduoduo -1.70% SEA -13.12% TAL Education +1.76% TSMC +0.97% Nio -4.25% Xpeng -6.96%
10. VIX Index ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุน และความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ โดย VIX Index ขึ้นไปแตะระดับ 35 จุด ก่อนปิดที่ 33.32 จุด (+10.51%)
ด้าน Nasdaq 100 VIX ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยปิดที่ 35.22 จุด (+7.64%)
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นรุนแรง ดัชนี US Dollar Index ล่าสุดอยู่ที่ 97.39 จุด (+0.71%)
ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,942 เหรียญ
ค่าเงินบาทผันผวนระหว่างวันในกรอบ 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนอ่อนค่าลงที่ 32.74 บาทต่อดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดอยู่ที่ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มาภาพ :
[
bloomberg.com
](
http://bloomberg.com/
)
#LHBankAdvisory
การลงทุน
หุ้น
lhbankadvisory
บันทึก
8
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
จับเทรนด์ลงทุน by LH Bank Advisory
8
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย