•
4 มี.ค. 2022 เวลา 13:52 • ความคิดเห็น
มนุษย์ใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ในสมัยโบราณที่เงินยังไม่เกิด เราใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้าหรือ barter trade โดยไม่คํานึงว่าของเราจะถูกหรือแพงกว่าของเขา หรือคิดว่าใครจะได้เปรียบเสียเปรียบใคร ชาวบ้านก็จะเอาของกินของใช้ ทําอาหารไปให้กับเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านก็ทําอาหารอีกแบบมาให้เราเป็นการแลกเปลี่ยนกันด้วยไมตรีจิต เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและผูกพันธ์ซึ่งกันและกัน คอยถามสารทุกข์สุขดิบ แต่พอมีไอ้เจ้าเงินตราที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเข้ามาทําหน้าที่เป็นตัวกลาง เข้ามาแทนที่ วิถีชีวิตขาวบ้านก็เปลี่ยนไป มันทําให้มนุษย์เกิดการให้ค่าเงินตรามากกว่านํ้าใจที่มีให้แก่กันดังเช่นสมัยก่อน โดยมีคําว่ากําไร ขาดทุน คุ้มค่าหรือไม่? เข้ามาเกี่ยวข้อง เข้ามาขัดขวางการให้ที่บริสุทธิ์ใจ โดยหวังผลตอบแทนกลับมา
เงินตราจึงเป็นเสมือนพระเจ้า เป็นพลังอํานาจที่สามารถควบคุมทุกอย่าง แม้กระทั่งความรัก ความดีงาม ความถูกต้องยุติธรรม ยังแพ้อํานาจเงิน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่กําหนดคุณค่าความเป็นมนุษย์ในวิถีชีวิตแบบใหม่ แทนความดีงาม ที่ใครๆมีเงินมากๆ ก็จะกลายเป็นคนดีขึ้นมาทันตา มีคนยกย่องนับถือ มนุษย์จึงคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะหาเงินมากๆได้อย่างไร แม้กระทั่งปัจจัย4 ที่จําเป็นต่อการดํารงชีพยังต้องใช้เงิน ไม่มีทางหลุดพ้นไปได้
สําหรับผม เงินจึงไม่ใช่พระเจ้า เป้าหมายของผมไม่ได้ต้องการเงินมากๆ แต่พอมาเป็นมนุษย์ มันกลายเป็นสิ่งจําเป็นที่ต้องมี เงินจึงเป็นเหมือนเครื่องพันธนาการ ที่ผูกมัดผมเอาไว้ จากความมีอิสระเสรีภาพ ในอนาคตในโลกอื่นๆ ที่ไม่ใช่โลกมนุษย์ ผมจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีการใช้เงิน เป็นโลกที่มีอิสระเสรีจริงๆ เป็นเสมือนโลกสีขาว ที่เราอาจจะจินตนาการไม่ออกว่ามันเป็นแบบไหน จะมีชีวิตอยู่อย่างไร แต่โลกแบบนั้นมีอยู่จริง
โฆษณา