Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เจ้าแว่นเล่าเรื่อง
•
ติดตาม
19 มี.ค. 2022 เวลา 01:09 • ธุรกิจ
จะกลัวอะไรถ้าจะกลับบ้านตรงเวลา
เคยมั้ย…
ทำงานเสร็จแล้วไม่กล้าลุกจากโต๊ะทำงานเพื่อกลับบ้าน
รู้สึกผิดที่กลับบ้านตรงเวลา คนอื่นเขายังทำงานกันต่อ
หัวหน้าบอกว่าการกลับบ้านตรงเวลาเป็นการไม่ทุ่มเทให้งาน
เพื่อนบอกว่าคนที่กลับบ้านตรงเวลาคือคนที่จัดการเรื่องส่วนตัวไม่เป็น
การทำงานล่วงเวลาหรือ Overtime เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับองค์กรมานาน มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
สิ่งเหล่านี้คือข้อคิดที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างควรนำไปคิดพิจารณาและปรับเปลี่ยนเพื่อให้การทำงานล่วงเวลาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่แท้จริง
1. ต้องมองว่าการทำล่วงเวลาคือเหตุการณ์ผิดปกติ
เราไม่ควรตั้งค่าอัตโนมัติว่าต้องทำงานล่วงเวลาจนเป็นค่านิยมหรือวัฒนธรรมองค์กร ต้องมีเหตุการณ์ผิดปกติเท่านั้นที่พนักงานสมควรทำงานล่วงเวลา เช่น มีงานด่วนเข้ามากะทันหัน ยอดสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นจนเกินความสามารถในการผลิต มีปัญหาการขาดกำลังคน มีปัญหาเครื่องจักรหรือวัตถุดิบส่งมาล่าช้าจึงต้องมาอัดการผลิตเพื่อทำเวลา ถ้าเป็นเหตุผลตามนี้ย่อมสมเหตุสมผลในการทำ แต่ควรทำในระยะเวลาสั้นๆ และเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป พอเหตุการณ์กลับสู่โหมดปกติก็คือการเลิกงานตรงเวลา จำไว้ว่าการทำงานล่วงเวลาคือการทำงานที่ผิดปกติ
2. คำนึงถึงประสิทธิภาพการทำงาน
คนที่ทำงานมีประสิทธิภาพคือคนที่ทำงานเสร็จในเวลาทำงานปกติ เขาจะเห็นคุณค่าของเวลาที่เป็นทรัพยากรที่หลายคนคิดว่าได้มาฟรีและมีอย่างไม่จำกัด เวลาชีวิตของเรากำลังจะหมดลงทุกวันพร้อมกับสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำอยู่อีกมากมาย เวลาที่เราได้อยู่กับครอบครัวกับคนที่เรารักกำลังจะหมดไป ลูกๆ จะอยู่กับเราแค่ช่วงอายุเดียว พอเขาเติบโตขึ้น มีงานการทำก็จะยิ่งห่างกันไปเรื่อยๆ ในแง่อื่น เราอาจนำเวลาหลังเลิกงานเพื่อไปเรียนต่อที่จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวหรือแม้แต่การหาอาชีพเสริมที่ในอนาคตอาจจะกลายเป็นอาชีพหลักแซงหน้างานประจำก็เป็นได้ มิหนำซ้ำ การปล่อยให้พนักงานทำงานล่วงเวลากันอาจทำให้เกิดการเฉื่อยหรือดองงานเอาไว้ทำช่วงล่วงเวลา มันเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแต่เราต้องแลกมากับหลายสิ่งที่ต้องสูญเสียไป
3. หัวหน้าต้องเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรม
หัวหน้าต้องทำให้พนักงานได้เห็นและเข้าใจว่าการเลิกงานตรงเวลาคือเรื่องปกติและสมควรทำ เลิกซะกับการนั่งทำงานจนมืดค่ำ แม้ยังไม่มีครอบครัวแต่ก็ยังมีร่างกายและจิตใจของตัวเองที่ต้องดูแล การพักผ่อน การออกกำลังกาย สันทนาการต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญก็คือเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก ไม่ได้ดูแค่ผลงานอย่างเดียว ลูกน้องทำผลงานได้เหมือนกันแต่ใช้เวลาหรือทรัพยากรต่างกัน สมควรที่จะได้รับผลการประเมินต่างกันด้วย หัวหน้าต้องพูดคุยเรื่องนี้กับลูกน้องและทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาได้เห็นและปฏิบัติตาม
4. ได้ไม่คุ้มเสีย
องค์กรได้รับประโยชน์จากงานที่ได้เพิ่มขึ้นมาแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายในการเปิดให้พนักงานทำงานหลังเวลาปกติหรือวันหยุด พนักงานได้ค่าตอบแทนก็จริงแต่ระยะยาวแล้วประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง เขาต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ ย่อมสร้างความเหนื่อยล้า พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ หลายรายมีภาวะรบกวนทางจิตใจเนื่องจากการไม่มีเวลาในการใช้ชีวิตหรือจัดการปัญหาส่วนตัว อย่าคิดว่าพนักงานควรแยกปัญหาส่วนตัวและงานออกจากกัน ถ้าหัวหน้าที่คิดแบบนั้นแสดงว่าขาดประสบการณ์ในการบริหารคน เราเป็นมนุษย์ ปัญหาส่วนตัวนั้นย่อมส่งผลกระทบในการทำงานไม่มากก็น้อย ไม่มีใครตัดได้อย่างเด็ดขาด ถ้าพนักงานมีเวลาจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ จะช่วยทำให้เขาหมดห่วงและทำงานได้อย่างเต็มที่ องค์กรอย่าเห็นเป็นเรื่องเล็ก
5. ความจำเป็นของเราไม่เหมือนกัน
องค์กรอาจจำเป็นในการควบคุมจำนวนพนักงาน จึงไม่สามารถรับพนักงานใหม่ หรือยอดการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าไม่สม่ำเสมอ บางช่วงมีงานน้อยทำให้พนักงานว่างงาน ดังนั้นองค์กรจึงต้องจำกัดจำนวนพนักงานและจำเป็นต้องให้พนักงานทำงานล่วงเวลาในช่วงที่มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามามาก ในขณะเดียวกัน ตัวพนักงานเองก็อาจจะมีภาระหนี้สินที่ต้องจัดการ การทำงานล่วงเวลาจึงเหมือนการต่ออายุเขาและครอบครัวให้อยู่รอด
ถ้าไม่มีรายได้ที่เพิ่มจากการทำงานล่วงเวลาก็ดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ มีหลายองค์กรแข่งขันกันใช้จำนวนชั่วโมงและค่าตอบแทนจากการทำงานล่วงเวลาในการดึงดูดเพื่อแย่งพนักงานกัน ถ้าเป็นเช่นนี้วัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาก็ยังคงอยู่ต่อไปเพราะได้ประโยชน์กันทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะลึกๆ แล้วไม่มีใครอยากทำงานล่วงเวลาหากมีรายได้ที่เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตมีอิสระและได้อยู่พร้อมหน้ากันกับครอบครัว
การทำงานล่วงเวลาจึงเป็นเหมือนดาบสองคม มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด อย่าปล่อยให้มันเป็นไปอย่างไร้การควบคุม เพราะสิ่งที่เราทำสะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน มันจะกลายเป็นวัฒนธรรม เรามาปลูกฝังค่านิยมที่ดีในการทำงานให้มีประสิทธิภาพและชื่นชมคนที่ทำงานเสร็จและกลับบ้านตรงเวลากันดีกว่าครับ
ชีวิตนี้มีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย เรามาทำงานให้มีประสิทธิภาพและรีบกลับบ้านไปใช้ชีวิตในรูปแบบอื่นกันครับ
* ช่วยกันกด Like กด Share เป็นกำลังใจให้แว่นด้วยครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปครับ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย