•
5 มี.ค. 2022 เวลา 12:06 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เงินเฟ้อ คืออะไร? ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) เกิดจากอะไร
เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นในขณะที่มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) จะทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมไม่สามารถซื้อสินค้าปริมาณเท่าเดิมได้อีกต่อไป โดยการที่อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าเท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อ (Inflation) ไม่ใช่สิ่งที่แย่เสมอไป เงินเฟ้อคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้วในทุกระบบเศรษฐกิจ แต่ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยแต่ละประเทศก็จะมีการตั้งอัตราเงินเฟ้อเป้าหมาย (Inflation Targeting) เพื่อควบคุมระดับเงินเฟ้อในประเทศ ส่วนเงินเฟ้อที่เป็นปัญหาคืออัตราเงินเฟ้อที่สูงมากเกินปกติ
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อ (Inflation) ไม่ใช่สิ่งที่แย่เสมอไป เงินเฟ้อคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้วในทุกระบบเศรษฐกิจ แต่ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยแต่ละประเทศก็จะมีการตั้งอัตราเงินเฟ้อเป้าหมาย (Inflation Targeting) เพื่อควบคุมระดับเงินเฟ้อในประเทศ ส่วนเงินเฟ้อที่เป็นปัญหาคืออัตราเงินเฟ้อที่สูงมากเกินปกติ
สาเหตุของเงินเฟ้อ
สาเหตุของเงินเฟ้อสามารถแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุหลัก คือ ความต้องการสินค้าที่มากขึ้น (Demand Pull) และต้นทุนการผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Cost Push)
Demand Pull คือ เงินเฟ้อที่เกิดจากการที่ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ในขณะที่สินค้าและบริการเหล่านั้นมีอยู่ไม่เพียงพอ จนส่งผลให้ระดับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามกลไกอุปสงค์ อุปทาน (Demand & Supply) ซึ่งเกิดจากการที่ผู้บริโภคมีเงินใช้มากขึ้นเพราะเศรษฐกิจดีมาก และการที่มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
Cost Push คือ เงินเฟ้อที่เกิดจากการที่ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (ทำให้ผู้ขายต้องขึ้นราคาสินค้า)
ผลกระทบจากเงินเฟ้อ
ภาวะเงินเฟ้อ คือ สิ่งที่จะทำให้กำลังซื้อของเราลดลงหรือมูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง ทั้งหมดจะส่งผลให้ต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าปริมาณเท่าเดิม โดยผลกระทบของเงินเฟ้อที่สามารถเห็นได้เป็นรูปธรรม ได้แก่
- ค่าครองชีพสูงขึ้น จากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนของสินค้าสูงขึ้น จากการที่สินค้าที่เป็นวัตถุดิบของสินค้าอีกหนึ่งเพิ่มขึ้น
- มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง การปล่อยเงินทิ้งไว้เฉย ๆ โดยไม่ลงทุนจะทำให้เมื่อเวลาผ่านไปเงินก้อนนั้นจะไม่สามารถซื้อสินค้าได้เท่าเดิม
นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ คือ ผู้ที่ต้องรับเงินในอนาคตโดยที่ไม่ปรับตามเงินเฟ้อ เช่น A ติดหนี้ B 100,000 บาทโดยจะจ่ายคืนใน 6 ปี แต่ถ้าหากผ่านไป 6 ปี อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น 10% หรือก็คือของที่ซื้อได้ในราคา 100,000 เมื่อ 6 ปีก่อน ปัจจุบันต้องใช้เงิน 110,000 บาท แต่หนี้ที่ A ต้องใช้ B ก็คือ 100,000 เท่าเดิม จะเห็นว่า B เสียผลประโยชน์จากการขาดทุน 10,000 บาทเมื่อเทียบเงินจำนวนดังกล่าวเป็นกำลังซื้อ
ใครดูแลเงินเฟ้อ
ภาวะเงินเฟ้อ คือ เรื่องของระดับราคาสินค้าและเงินในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูและรับมือภาวะเงินเฟ้อแต่ละประเทศก็คือธนาคารกลาง (Central Bank) ผ่านการเครื่องมือทางการเงินอย่างอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) ด้วยมาตรการควบคุมราคาสินค้า
โดยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) สามารถติดตามได้จากดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index หรือ CPI) ของแต่ละประเทศที่จะประกาศออกมารายเดือน
This article is written for educational purposes only. It is not an invitation to invest in any way.
equiti.com
โฆษณา