Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนทางชีวิต
•
ติดตาม
5 มี.ค. 2022 เวลา 16:01 • ไลฟ์สไตล์
จุดเปลี่ยนของชายที่ชื่อ “อาคม”
ผมชื่ออาคม เริ่มต้นทำงานอยู่ฝ่ายบัญชี ที่บริษัทขายรถยนต์แห่งหนึ่ง
ผมจบการศึกษาระดับ ปวส. (เทียบเท่าอนุปริญญา) ที่วิทยาลัยในจังหวัดอุทัยธานี หน้าที่ของผมจึงทำงานได้แค่การรับส่งเอกสารและเก็บหลักฐานทางบัญชีเข้าแฟ้ม
ผมทำงานที่บริษัทแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2548 ตอนนั้นผมมีอายุ 20 ปี จนถึงปี 2558 10 ปีผ่านไป ผมก็ยังคงทำหน้าที่อย่างเดิม เพราะไม่ใช่คนกระตือรือร้นอะไร ทำงานไปแบบเดือนชนเดือนพอมีกินมีใช้ก็พอ ทุกเย็นวันศุกร์ก็หาร้านกินเหล้ากับเพื่อน ขัดสนก็ยืมเงินเพื่อนใช้บ้าง ชีวิตผมก็ดำเนินไปแบบนี้เป็นปกติจนเคยชิน
เงินเดือนของผมตอนเข้าทำงานอยู่ที่ 7,000 บาท ผ่านมา 10 ปี ได้รับเพิ่มมาบ้างแต่เพราะค่างานที่ผมทำมันต่ำ เงินเดือนเลยมาชนเพดานอยู่ที่ 15,000 บาท ตั้งแต่ปี 2557
จุดเปลี่ยนชีวิตของผมเกิดขึ้นตอนช่วงปลายปี 2558 ผมลาพักกลับไปบ้านที่จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเยี่ยมแม่ ส่วนพ่อผมเสียตั้งแต่ผมอายุได้ 12 ปี แม่อยู่กับน้าเพียงสองคน อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆ เนื้อที่ 30 ตารางวา ริมแม่น้ำสะแกกรัง อาศัยรายได้จากการทำขนมเล็กๆน้อยๆไปขายที่ตลาดใกล้บ้านพอใช้ประทังชีวิต
ผ่านไปแค่ปีเดียวหลังจากผมมาเยี่ยมแม่คราวที่แล้ว แม่ดูแก่ไปมาก รอยเหี่ยวย่นที่ใบหน้าเห็นชัดและลึกขึ้น ผมของแม่ก็เปลี่ยนมีสีขาวเกือบทั่วศีรษะ แม่ดีใจมากที่ผมมา ดึงผมไปกอดและหอมแก้มทำอย่างกับผมเป็นเด็ก แต่แม่ก็ทำแบบนี้ทุกครั้งที่ผมกลับมา แม่ถามผมว่างานที่ทำเป็นยังไงบ้าง
ผมไม่อยากให้แม่ถามแบบนี้ เพราะทุกครั้ง ผมได้แต่ตอบแม่ด้วยถ้อยคำเดิมๆ ว่า “ก็ดีครับแม่ ไปได้เรื่อยๆ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง” ซึ่งไม่ได้บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจใดๆ ในงานที่ทำอยู่ได้เลย แม่เหมือนจะเข้าใจดี จึงไม่ซักไซร้ผมต่อแต่รีบจัดเตรียมอาหารเย็นรอน้ากลับจากตลาดจะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน
วันรุ่งขึ้น เม้ง เพื่อนสนิทของผม โทรมาชวนผมไปเยี่ยมอาจารย์นที ซึ่งแกเป็นอาจารย์สอนภาษาไทยของพวกเราตอนมัธยมปลาย ทีแรกผมปฏิเสธแต่เพราะเม้งรบเร้าบอกว่าอาจารย์อายุ 72 ปีแก่มากแล้ว หากเราไม่ไปแกอาจจะไม่อยู่รอเรา
ผมจึงต้องจำใจไปด้วย
พอไปถึงบ้านอาจารย์ ผมเห็นเพื่อนอีก 8 คนรออยู่ก่อนแล้ว ในใจนึกด่าเม้งที่ไม่บอกผมก่อน ทีแรกคิดว่ามากับเม้งเพียงสองคน มารู้เอาวันนี้ว่าเป็นวันเกิดของอาจารย์ครบ 6 รอบเลยมีการชักชวนเพื่อนมากันหลายคน มีการซื้ออาหารและเค้กมาฉลองวันเกิดให้อาจารย์ด้วย
หลังจากกินอาหารและร้องเพลงเป่าเค้กให้อาจารย์ ผมปลีกตัวออกมายืนรับลมหน้าบ้าน พอดี กานต์ สิน แมว และจิ้น เพื่อนสี่คนเดินออกมาทางผม ซึ่งผมรู้จากเม้งว่า กานต์ ตอนนี้เป็นเถ้าแก่ขายวัสดุก่อสร้างในจังหวัด สิน เป็นอัยการคดีเด็กและเยาวชน แมว เป็นปลัดอำเภอ ส่วนจิ้น จบจากอเมริกา ตอนนี้ทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง
ตอนเรียนด้วยกัน จิ้นไม่ค่อยถูกกับผมเท่าไร คุยกันทีไรไม่เคยมีความเห็นลงรอยกัน ทะเลาะกันก็หลายครั้ง และเป็นไปตามคาดจิ้น เอ่ยปากถามผมว่า อาคมตอนนี้ ทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไรหล่ะ
ผมรู้ดีว่าจิ้นคงรู้อยู่แล้วว่าผมทำงานอะไรที่ไหน ที่ถามมาแบบนี้ต้องการทำให้ผมอายชัดๆ ผมได้แต่ตอบว่าอยู่บริษัทขายรถยนต์ จิ้นทำท่าอมยิ้มกวนๆ พูดกับผมด้วยเสียงยิ้มเยาะว่า เก่งนะอาคม คงขายรถยนต์ได้เดือนละหลายคัน แบบนี้ได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งเยอะแน่ๆ ว่าแต่เอามาเลี้ยงข้าวพวกเราบ้างนะคร้าบ … คำสุดท้ายจิ้นทำเสียงลากยาว
ผมฟังแล้ว โกรธจนหน้าร้อนผ่าว ไม่ตอบแต่เดินกลับเข้าไปในบ้าน ยังไม่พ้นประตูดี ก็ได้ยินเสียงหัวเราะไล่หลังตามมา ตอนนั้นใจผมเต้นรัวรู้สึกว่าตัวเองหูอื้อตาลายอยากจะกลับออกไปจากบ้านนี้เร็วๆ
ผมจึงรีบไปลาอาจารย์ อาจารย์พูดกับผมว่าทำไมจะรีบกลับ อาจารย์รู้เรื่องงานของผมจากเม้งแล้ว ก่อนจะพูดต่อว่า “อาคม เธอเคยเรียนได้ดีนะ ตอม ม.4 จำได้ว่าเธอได้คะแนนดีอันดับต้นๆของห้อง แต่พอขึ้น ม.5 อาจารย์รู้สึกว่าเธอสนใจเรียนน้อยลงเหมือนหมดไฟไปดื้อๆ ผลการเรียนก็ตกลง”
อาจารย์จ้องหน้าผมเขม็ง ก่อนจะพูดต่อว่า “อาคม เธอฟังอาจารย์ให้ดีนะ ชีวิตของเรามันสั้น ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานอีกเท่าไหร่ การทำให้ตัวเองย่ำอยู่กับที่โดยไม่สนใจขวนขวายทำอะไร ทำแบบนั้นเท่ากับเดินถอยหลัง อย่าปล่อยให้ชีวิตตัวเองเป็นแบบนี้ต่อไปเลย คนเราไม่มีคำว่าสายเกินไปหากเราต้องการเปลี่ยนแปลง ขอให้เธอทำทุกวันให้มีคุณค่า หาความรู้เพิ่มเติมในทุกวันทำให้เหมือนกับเธอไม่เคยรู้อะไรมาเลย อาจารย์เชื่อว่าหากเธอตั้งใจ เธอจะทำได้ดีแน่ๆ”
พออาจารย์พูดจบ ผมกลับพูดอะไรไม่ออกลำคอตีบตัน ได้แต่พยักหน้ารับคำและกล่าวขอบคุณอาจารย์ ก่อนที่จะลากลับออกมา
ตอนเย็นวันนั้น ผมเข้าไปลาแม่เพื่อกลับเข้ากรุงเทพ แม่ให้พรผมเหมือนกับทุกครั้ง ผมเข้าไปกอดแม่ ทั้งที่ไม่เคยทำ แต่วันนี้ผมอยากกอดท่านและกอดแน่นจนแม่รู้สึกว่าผมคงมีอะไรไม่สบายใจ แม่จึงเอามือมาตบหลังผมเบาๆ และบอกว่าแม่รักผม
ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่จิตใต้สำนึกของผมบอกกับตัวเองว่า เมื่อผมกลับไปทำงาน ผมตั้งใจจะเป็นคนใหม่ ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นและจะเอาความสำเร็จจากการทำงานมาอวดแม่ให้ได้ ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว จนน้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากกลับมาทำงานไม่นาน ผมได้ไปลงเรียนปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด
ส่วนการทำงานในหน้าที่ ผมทำในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่ามาถึงที่ทำงานแต่เช้า ซึ่งแต่ก่อนผมจะมาถึงพอดีเวลาเริ่มงาน ผมตั้งใจทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ ซึ่งแต่ก่อนผมโดนหัวหน้าดุเรื่องความสะเพร่าเป็นประจำ ผมทำงานด้วยความยิ้มแย้มและช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งก่อนหน้าผมทำงานด้วยความเฉื่อยชา หน้าตาบอกบุญไม่รับ รวมทั้งไม่เคยคิดช่วยเหลือใคร
นอกจากนี้ ผมยังพยายามหาความรู้เพิ่มเติมในทุกๆวัน ไม่ว่าคอยสังเกตการทำงานของเซลล์ฝ่ายขายว่าเขามีเทคนิคอย่างไร อ่านเอกสารทุกฉบับที่ผมจัดเก็บ รวมทั้งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการขาย จิตวิทยาการขาย พฤติกรรมของลูกค้า และใช้เวลาว่างก่อนนอนทุกคืนดูยูทูปที่มีผู้แนะนำกลวิธีการขายในแบบต่างๆ
เหล่านี้ คือความเปลี่ยนแปลงที่ผมตั้งใจทำ จนเพื่อนที่ทำงานและหัวหน้าต่างพากันแปลกใจที่ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน
โลกแห่งการทำงานเป็นโลกใบใหม่ที่ผมสร้างขึ้นมาด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ผมยังมีเป้าหมายใหญ่ที่ต้องไปถึงให้ได้
หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ผมขอย้ายไปทำงานที่ฝ่ายขาย พี่อนงค์หัวหน้าฝ่ายบัญชีสนับสนุนผมให้ได้ย้าย จนผมได้มาอยู่ฝ่ายขายและได้เป็นพนักงานขายฝึกหัด แต่งานนี้ไม่ง่าย เพราะพนักงานฝ่ายขายขึ้นชื่อลือชาว่ามีความเคี่ยวและแข่งขันกันอย่างดุเดือดที่สุด ไม่มีการสอนเทคนิคการขายแก่กันง่ายๆ
ตอนแรกผมแทบจะขายรถให้ใครไม่ได้ เพราะว่าไม่เคยฝึกฝนมาก่อน วิธีครูพักลักจำก็ใช้ไม่ได้เนื่องจากไม่ใช่ประสบการณ์ในการขายจริง
หลายครั้งที่ผมเคยติดต่อลูกค้าที่เป็นบริษัทไว้ ก็ถูกเซลล์รุ่นพี่หรือบริษัทขายอื่นชิงตัดหน้าไป พวกพนักงานขายหลายคนก็คอยพูดจาถากถางและดูถูกเพราะเห็นว่าผมมาจากฝ่ายบัญชีคงไม่มีปัญญาเป็นนักขายได้
ผมเคยคิดท้อใจ จนคิดจะเลิกและลาออกหลายครั้ง แต่ก็ได้คำพูดของอาจารย์นทีเป็นสิ่งเตือนใจให้ผมมีแรงบันดาลใจมุ่งมั่น อีกทั้ง ผมต้องการลบคำสบประมาทที่คนอื่นดูถูกผม ผมจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อไปทุกครั้ง วันหยุดผมก็ไม่เคยพักหาช่องทางและวิธีติดต่อเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้า รวมทั้งไปพบลูกค้ามากขึ้นจากเดิมถึงสามสี่เท่าตัว
ผ่านไปได้ 4 เดือนยอดขายผมกระเตื้องมาบ้างจาก 2 เดือนแรกที่ขายได้เพียงเดือนละ 2-3 คัน จนมาขายได้เดือนละ 12 คัน
พอมาถึงตอนนี้ เซลล์หลายคนเริ่มมีปฏิกิริยากับผมมากขึ้น เพราะคงกลัวผมเป็นคู่แข่ง หลายคนพยายามมาพูดเปรยๆให้ผมได้ยินว่า ช่วงแรกก็ดีอย่างนี้แต่พอต่อไปจะหาลูกค้ายากขึ้นเดี๋ยวก็จะรู้ซึ้งเอง แต่ที่ไหนได้ผมชินชากับคำพูดแบบนี้มานานแล้ว ผมชินชาแต่จะไม่เฉื่อยชา คำพูดพวกนี้กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นของผมได้เป็นอย่างดี
พอครบ 1 ปี ยอดขายรถต่อเดือนของผมมาอยู่ที่เดือนละ 70 คัน เป็นอันดับ 5 ของบริษัท การที่ยอดขายของผมเพิ่มขึ้นทำให้ผมพบสัจธรรมอย่างนึง คนเรานี้ก็แปลก ก่อนหน้านี้เคยพูดจาถากถางผมอยู่เลย พอผมทำยอดขายมากขึ้นแบบก้าวกระโดดกลับมาตีสนิทกับผมซะอย่างงั้น แถมยังถามผม ขอให้ผมช่วยบอกเคล็ดลับที่ผมใช้ในการขาย ผมไม่เคยปิดบังบอกไปทั้งหมดที่ผมเล่ามาแต่พวกนั้นคงเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็รู้อยู่แล้ว ไม่วายกลับกล่าวหาว่าผมเก่งแล้วเล่นตัวไม่ยอมบอกซะอีก
ผมกลับมาบ้านอีกครั้ง คราวนี้ผมตอบแม่ถึงเรื่องงานได้อย่างภูมิใจ แม่ยิ้มและบอกว่าแกดีใจไปกับผมด้วย ตอนนี้แม่กับน้าสบายขึ้นมาก เพราะผมส่งเงินให้แม่ใช้เดือนละ 30,000 บาท
ก่อนผมกลับเม้ง มาบอกผมว่าอาจารย์นทีเพิ่งเสียเมื่อคืนด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ผมกับเม้งจึงไปงานศพ ผมไหว้อาจารย์น้ำตาซึม อธิษฐานบอกแกว่า ขอบคุณครับอาจารย์ ที่สอนผมในวันนั้น จึงทำให้ผมมีชีวิตที่ได้เติมเต็มเช่นทุกวันนี้ ผมจะทำตามที่อาจารย์สอนและจะแนะนำคนอื่นดังที่อาจารย์เคยแนะนำผม แม้จะมีเพียงสักคนหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นได้ ผมก็จะทำครับ
ปีต่อมายอดขายของผมขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของบริษัท จากเซลล์ทั้งหมด 168 คน รายได้ของผมปี 57 ที่เคยรับอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน จนวันนี้รายได้ต่อเดือนของผมอยู่ที่ 300,000 บาท และบริษัทแต่งตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าทีมขายประจำกรุงเทพโซนตะวันออก มีลูกน้องในทีม 45 คน
ตอนนี้แม่และน้าได้บ้านหลังใหม่ที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของผม ผมไปกินข้าวกับเม้ง จิ้น และเพื่อนคนอื่นได้อย่างภาคภูมิ ทุกคนต่างยอมรับและชื่นชมผม ผมมีวันนี้ได้เพราะอาจารย์นทีแท้ๆ ผมขอให้อาจารย์ได้ไปอยู่ในสรวงสวรรค์ภพภูมิที่ดี และอาจารย์คงกำลังมองดูความสำเร็จของผมอยู่ใช่ไหมครับ ผมอยากบอกอาจารย์ว่า…ผมรักอาจารย์ครับ
บันทึก
3
2
3
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย