Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลือชัย พิศจำรูญ
•
ติดตาม
12 มี.ค. 2022 เวลา 05:53 • ประวัติศาสตร์
พระราชธิดาที่ถูกลืม
...ยังมีพระเจ้าลูกเธออยู่พระองค์หนึ่งที่ไม่ว่าจะเปิด ประวัติศาสตร์หน้าไหนๆก็ปราศจากการบันทึกเรื่องราวของพระองค์ไว้ ทั้งๆที่พระองค์เป็นพระราชธิดาองค์แรกของ รัชกาลที่ ๕ ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์นับได้ว่าเป็นพระราชธิดาเพียงองค์เดียวที่ทรงอาภัพนักอาศัยอยู่ในตำหนักเก่าๆค่อนข้าง ต่างจากตำหนักของน้องๆที่มีขนาดใหญ่โตหรูหรา มีเรื่องเล่ากันว่าพระองค์เป็นพระบรมวงศ์ศานุวงศ์เพียงพระองค์เดียวที่มิเคยได้ย่างก้าวออกจากประตูพระบรมมหาราชวังตั้งแต่วันประสูติจนถึงวันสิ้นพระชนม์เลย
ต้นเหตุของการที่พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาที่อาภัพนั้น นับได้จากเมื่อครั้งที่พระเจรัชกาลที่ ๕ มีพระชนมายุประมาณ ๑๕-๑๖ พรรรษายังไม่ได้ขึ้นครองราช ก็ทรงมีหม่อมเข้าโดยไม่ได้มีการรู้เห็นจากพระราชบิดา ซึ่งหม่อมท่านนี้ก็คือพี่เลี้ยงของพระองค์เอง นามว่า หม่อมราชวงศ์แข ไม่นานนักหม่อมราชวงศ์แขก็ได้
ประสูติพระราชธิดา ซึ่งนับว่าเป็นพระราชธิดาพระองค์แรกของรัชกาลที่ ๕
เนื่องจากทรงมีเจ้าจอมพระองค์แรกตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทั้งยังเป็นพระพี่เลี้ยงผู้มีอายุมากกว่าพระองค์ จึงเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกริ้วคุณแขอย่างมาก เพราะคุณแขทำให้เจ้าฟ้าชายประพฤติเกินวัยอันควร ครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ หม่อมราชวงศ์แขจึงได้ขึ้นเป็นเจ้าจอมมารดาแข ส่วนพระธิดาก็ได้รับการสถาปนายศขึ้นเป็น พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าผ่อง
1
คราวหนึ่ง พระองค์เจ้าผ่องมีพระชนมายุ ๖ พรรษา รัชกาลที่ ๕ ทรงลาผนวช ในวันที่เสด็จออกผนวชนั้นฝ่ายหน้าและฝ่ายในก็ต่างพากันมาหมอบคลาน ตามธรรมเนียมชาววัง แต่รัชกาลที่ ๕ ทรงรับสั่งให้ทุกคนยืนเข้าเฝ้าได้ ดังนั้นบรรดาฝ่ายต่างๆ ก็ปฏิบัติตาม หากทว่า"พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าผ่องด้วยความที่เป็นเด็กที่ยึดมั่นกฎระเบียบตามโบราณชประเพณีจึงมิยอมยืนขึ้นยังคงหมอบกราบอยู่"
รัชกาลที่ ๕ ทรงกริ้วนัก ถึงกับเสด็จไปดึงพระเมาลี (จุกผม) ให้พระราชธิดายืนให้ได้ แต่พระองค์เจ้าผ่องก็มิทรงยืน เหตุนี้พระบิดาจึงไม่โปรดพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้มากนัก "ถึงแม้จะเป็นพระราชธิดาพระองค์แรกก็ตาม"
เป็นที่รู้กันอยู่ในพระบรมมหาราชวังว่าพระองค์เจ้าหญิงผ่อง มิได้เป็นที่สนิทเสน่หาของรัชกาลที่ ๕ มากนัก เพราะพระองค์เจ้าผ่อง ทรงมีพระอุปนิสัยดื้อดึง ไม่ฉลาดนัก อีกทั้งมีพระโฉมไม่งามนัก พระบิดาจึงมิทรงโปรด เมื่อรัชกาลที่๕ ทรงเสด็จไปที่ใด บรรดา พระราชโอรสและพระราชธิดาต่างๆ ก็ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ตามเสด็จท่าน "แต่มีเพียงพระองค์เจ้าผ่องเพียงพระองค์เดียวที่มิเคยได้ตามเสด็จพระราชบิดาไป ณ สถานที่ไหนเลย" แม้คราวสร้างพระราชวังดุสิต บรรดาเจ้าจอมมารดา เจ้าฟ้า พระราชโอรส และพระราชธิดานั้น ต่างก็ได้รับพระราชทานตำหนักใหญ่น้อยอยู่ในพระราชวังดุสิต"แต่พระองค์เจ้า
ผ่องนั้นมิเคยได้รับพระราชทานตำหนักในพระราชวังดุสิต พระองค์ก็ยังคงประทับอยู่ในพระราชฐานชั้นใน ของพระบรมมหาราชวัง
มีเรื่องราวให้พระองค์เจ้าผ่องได้ซึ้งมากๆอยู่ครั้งหนึ่งคือ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ มีหมายกำหนดการเสด็จจากสวนดุสิตเข้าเยี่ยมวังหลวง ชาววังต่างก็เตรียมการรับเสด็จกันอย่างดีใจ พระองค์เจ้าผ่องก็เช่นกันพระองค์ทรงทำ พัดจากขนนกขนาดใหญ่ เพื่อที่จะทูลเกล้าฯถวาย เมื่อถึงวันเสด็จพระราชดำเนิน พระเจ้าอยู่หัวก็ไดเสด็จไปตามลาดพระบาท ทักทายเจ้านายฝ่ายในโดยทั่วกัน เมื่อเสด็จถึงตรงที่พระองค์เจ้าหญิงผ่องหมอบรอเฝ้าอยู่ พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงหยุดทัก และ รับพัดขนนกไว้ พระองค์เจ้าหญิงผ่องกราบไปแทบพระบาทของพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่ก็ทรงรับสั่งถามว่า ลูกหญิงอยากได้อะไร พระองค์หญิงผ่องก็ทรงกราบทูลว่า "อยากได้ธำมรงค์(แหวน)เพคะ" สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงรับสั่งว่า "ได้แล้ว
พ่อจะให้" และพระเจ้าอยู่หัว ก็ได้พระราชทานทานพระธำมรงค์ฝังเพชรชุดใหญ่งดงามมากๆแก่พระราชธิดาตาม พระประสงค์ พระองค์เจ่าหญิงผ่องทรงกราบอีกครั้ง น้ำพระเนตรคลอ เพราะในชีวิตของพระองค์ไม่ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดพระยุคบาทเหมือนน้องๆ พระองค์อื่นเลย แล้วรัชกาลที่5 ทรงถือพัดชนนกขึ้นมาพัดและเสด็จพระราชดำเนินต่อไป สร้างความปลาบปลื้มให้แก่พระองค์หญิงผ่อง และ เจ้านายพระองค์อื่นที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเป็นอย่างมาก
พระองค์เป็นพระราชธิดาองค์โตสุดแต่ก็ถูกเรียกพระนามว่าเสด็จพระองค์ผ่อง แต่พระราชธิดาองค์รองถูกเรียกพระนามว่า เสด็จพระองค์ใหญ่
พระนามของพระองค์ มีปรากฏอยู่สองพระนาม คือ ๑.พระองค์เจ้าผ่องประไพ ๒.พระองค์เจ้าผ่อง ในคราวเป็นหม่อมเจ้าปรากฏพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงผ่องประไพ แต่พระบิดาสถาปนาเป็น พระองค์ผ่อง ต่อมารัชกาลที่ ๗ สถาปนาเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ_พระองค์เจ้าผ่องประไพ
1
พระองค์เจ้าผ่องประไพได้ประทับในพระบรมมหาราชวังจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๘สิริพระชันษา ๗๕ ปี ซึ่งมีปรากฏหลักฐานจากพระหัตถเลขาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ กราบทูล สมเด็จกรมพระยาดำรง ฯ ในสาสน์สมเด็จ ความว่า "องค์หญิงผ่อง สิ้นพระชนม์วันที่ ๑๑ มีนาคม ประชวรพระโรคชรา รุ่งขึ้นวันที่ ๑๒ สรงพระศพพระองค์เจ้าผ่องที่ตำหนัก แล้วเชิญพระโกศออกไปตั้งที่หออุเทศทักษิณา ให้ในพระราชสำนักไว้ทุกข์ถวายพระองค์เจ้าผ่อง ๗ วัน พระราชกุศล ๗ วัน ที่พระศพพระองค์เจ้าผ่อง ณ หออุเทศทักษิณา ซึ่งต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีพระหัตถเลขากราบทูลกลับ ความว่า "เป็นความรู้ใหม่ที่พระองค์หญิงผ่องสิ้นพระชนม์ แต่พระชนมมายุได้ ๗๕ ปี โดยเฉพาะที่เป็นพระเจ้าลูกเธอของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ก็ควรนับว่าพระชันษายืนมาก"
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย