20 มี.ค. 2022 เวลา 02:50 • ธุรกิจ
สรุปอุตสาหกรรม “รังนกไทย” คาเวียร์แห่งโลกตะวันออก
2
หากพูดถึงของฝากยอดนิยมในเทศกาลพิเศษ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น “รังนก”
เนื่องจากเป็นของที่เป็นตัวแทนความห่วงใยในสุขภาพ
1
โดยเรื่องราวที่กล่าวมา ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเท่านั้น
แต่ประเทศอื่น ๆ ก็เป็นรูปแบบเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศจีน
เมื่อรังนกเป็นที่ต้องการ จึงทำให้ในประเทศไทยมีการผลิตรังนกราว 200 ตัน
คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี เลยทีเดียว
แล้วอุตสาหกรรมรังนกในประเทศไทย น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
รู้หรือไม่ว่า รังนกที่เรารับประทานกัน จริง ๆ แล้วคือน้ำลายของนกนางแอ่น
ที่บ้วนออกมาเป็นเส้นบาง ๆ คล้ายวุ้น และถักทอจนกลายเป็นรังที่มีลักษณะคล้ายถ้วย
โดยรังนกจะถูกสร้างขึ้นก่อนที่นกจะผสมพันธุ์กันเพื่อใช้เป็นที่วางไข่ และที่อยู่ของลูกนก
อย่างไรก็ตาม นกนางแอ่นที่ผลิตรังนกสำหรับบริโภคนั้นคือ นกแอ่นกินรัง
ไม่ใช่นกนางแอ่นบ้าน ที่เราเห็นเกาะตามสายไฟ ซึ่งสร้างรังด้วยเศษหญ้าและโคลน
คำถามที่ตามมาก็คือ ทำไมเราถึงหันมารับประทานรังนก ?
ก็ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นความนิยมในการรับประทานรังนก
ไม่แตกต่างจากกระเพาะปลาเลย เพราะมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศจีน
สมัยราชวงศ์หมิง แพทย์จีนมักจะใช้รังนกเป็นส่วนประกอบในการปรุงยาอยู่เสมอ
เนื่องจากเชื่อกันว่ารังนกมีสรรพคุณบำรุงกำลัง และช่วยบำรุงสุขภาพ
เช่น ปอดและเลือด รวมถึงบำรุงผิวพรรณ และชะลอความแก่ชรา
1
จากเรื่องดังกล่าวทำให้รังนกกลายเป็นอาหารบำรุงของฮ่องเต้ รวมถึงกลุ่มชนชั้นสูงของจีนด้วย
ซึ่งรังนกได้รับฉายาว่า ทองคำขาวแห่งท้องทะเล หรือคาเวียร์แห่งโลกตะวันออก
2
ก่อนที่เวลาต่อมาจะเกิดการถ่ายทอดวัฒนธรรมการรับประทานรังนกมาสู่ประเทศใกล้เคียง
ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ รวมถึงไทย
อย่างไรก็ตาม รังนกไม่ได้มีเพียงแค่ประเภทเดียวเท่านั้น
หากแบ่งตามลักษณะการเก็บรังนก จะแบ่งได้ 2 ประเภท
คือ รังนกถ้ำ และรังนกบ้าน
เริ่มกันที่ “รังนกถ้ำ” คือรังนกที่อยู่ในแหล่งถ้ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
เพราะเชื่อกันว่าแร่ธาตุที่อยู่ตามผนังถ้ำ เช่น ธาตุเหล็ก ทองแดง แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม จะมีการซึมซับเข้าไปในรังนกด้วย นั่นจึงทำให้ตลาดต้องการรังนกถ้ำมากกว่ารังนกประเภทอื่น
1
แต่ก็ใช่ว่าใครก็สามารถเก็บรังนกได้ เพราะการเก็บรังนกจำเป็นต้องได้รับสัมปทานจากรัฐก่อน
ในประเทศไทย ภายใน 1 ปี ผู้รับสัมปทานจะสามารถเก็บรังนกถ้ำได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น
4
นอกจากนี้ ผู้รับสัมปทานต้องมีความเข้าใจชีวิตของนกนางแอ่นด้วย ตั้งแต่วิธีการทำรัง
การผสมพันธุ์ การวางไข่ และฟักลูก เพื่อให้การทำธุรกิจไม่ไปรบกวนวิถีชีวิตของนกนางแอ่น
1
ด้วยความหายากและเงื่อนไขเยอะ รังนกถ้ำจึงมีราคาแพง
อยู่ในช่วงระหว่าง 80,000 ถึง 120,000 บาทต่อกิโลกรัม
แม้ว่า การเก็บรังนกถ้ำจะดูเหมือนเป็นการหาผลประโยชน์จากธรรมชาติ
แต่ก็ต้องบอกว่าโดยทั่วไป เมื่อลูกนกนางแอ่นเติบโตเต็มที่
กลุ่มลูกนกเหล่านี้ ก็จะไม่ใช้รังเดิม แต่จะสร้างรังใหม่อยู่แทน
แปลว่าหากเก็บแต่พอดี ตามรอบสัมปทาน ก็ยังถือว่าไม่ได้เป็นการรุกรานธรรมชาติ
2
เรามาดูตัวอย่างแหล่งรังนกถ้ำในประเทศไทย
- อุทยานชุมชนเกาะไข่ จังหวัดชุมพร เป็นเกาะที่เงียบสงบ และยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่
นั่นทำให้นกแอ่นกินรังที่มีนิสัยชอบความสงบมาอาศัยกัน
2
- เกาะสี่ เกาะห้า จังหวัดพัทลุง โดยรังนกที่นี่ถือว่า “คุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย”
เพราะหมู่เกาะนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ทำให้รังนกสะอาด และมีขนาดใหญ่
4
แต่หลายคนก็น่าจะเคยเห็นรังนกที่สร้างไว้ตามอาคารด้วย
ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันก็คือรังนกอีกประเภทหนึ่ง เรียกกันว่า “รังนกบ้าน”
1
รังนกประเภทนี้มีสีขาวจัด แต่มีขนาดเล็กและบางกว่ารังนกถ้ำ
รังนกบ้านจึงเป็นที่นิยมน้อยกว่า และมีราคาถูกลง
โดยปกติราคารังนกบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ถึง 30,000 บาทต่อกิโลกรัม
1
ซึ่งปัจจุบันมีบ้านนกแอ่นทั่วประเทศไทยกว่า 17,800 หลัง
1
แม้ว่าการทำรังนกบ้านจะง่ายกว่ารังนกถ้ำ แต่ก็ต้องบอกว่าการทำธุรกิจรังนกบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
เพราะเราต้องมีความเชี่ยวชาญ และใช้เงินทุนพอสมควร
เช่น ต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เงียบสงบ
ต้องมีเครื่องพ่นหมอก เพื่อให้มีความชื้นเลียนแบบตามธรรมชาติ
ต้องป้องกันและกำจัดไม่ให้มีสัตว์ เช่น ตุ๊กแก หนู แมลงสาบ และมด มารบกวน
2
รวมถึงในช่วงปีแรก เราจะไม่สามารถเก็บผลผลิตได้เลย
เนื่องจากต้องรอให้พ่อแม่นกมีจำนวนมากขึ้นก่อน
ซึ่งเวลาที่เหมาะสมจะอยู่ที่ปีที่ 4 และ 5
3
ดังนั้นคนที่จะทำธุรกิจรังนกบ้านจำเป็นต้องมีเงินทุนพอหมุนเวียนได้ในระยะยาว
แต่จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า รังนกทั้ง 2 ประเภท ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่ดี
ทำให้มีผู้ผลิตรังนกปลอมขึ้นมาแล้วขายในราคาที่ถูกกว่า โดยมีทั้งรูปแบบรังนกแห้ง
รวมถึงแบบสำเร็จรูปพร้อมดื่ม มีราคาอยู่ที่ 2,000 ถึง 4,000 บาทต่อกิโลกรัม เท่านั้น
1
โดยวัตถุดิบที่นำมาลอกเลียนแบบรังนกคือ ยางคารายา
หากนำมาต้มจะมีลักษณะคล้ายรังนก แต่มีสีขาวและมีความกระด้างกว่า
ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานว่ารังนกปลอมเป็นอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด
1
แล้วถ้าถามว่าตลาดรังนก มีโอกาสทางธุรกิจมากน้อยขนาดไหน ?
ก็ต้องตอบว่าตลาดรังนกยังเติบโตได้อีกมหาศาล หากเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้สำเร็จ
เพราะจีนเป็นประเทศที่บริโภครังนกมากที่สุดในโลก
โดย 90% ของรังนกที่ผลิตทั่วโลกได้ถูกส่งไปจำหน่ายในประเทศจีน
คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี
รวมถึงตลาดรับซื้อรังนกในประเทศจีน ยังให้ราคารังนกดีกว่าในประเทศไทยหลายเท่า
เช่น หากขายในไทยจะได้ราคา 80,000 ถึง 120,000 บาทต่อกิโลกรัม
แต่หากขายในจีนมีโอกาสได้ราคาสูงกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
1
อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนเพิ่งมีการปลดล็อกการนำเข้ารังนกไทยเมื่อปี 2560
โดยยังคงอนุญาตให้นำเข้าได้เฉพาะรังนกถ้ำเท่านั้น
ในขณะที่รังนกบ้านจำนวนมากยังถูกห้าม เนื่องจากยังคงติดกฎหมายไทย
ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร, พระราชบัญญัติการสาธารณสุข และพระราชบัญญัติการผังเมือง
ดังนั้นหากประเทศไทยอยากให้รังนกไทยแข่งขันในตลาดจีนได้อย่างเต็มที่
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งรัฐบาล และผู้ดูแลเรื่องกฎหมาย อาจต้องเข้ามาศึกษาและสนับสนุนอย่างจริงจัง
หากทำได้ดี ก็จะทำให้ อุตสาหกรรมรังนกของไทย ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้..
1
โฆษณา