19 มี.ค. 2022 เวลา 03:26 • ประวัติศาสตร์
“บ้านแห่งปัญญา (House of Wisdom)” คลังปัญญาที่ถูกมองโกลทำลาย
1
“บ้านแห่งปัญญา (House of Wisdom)” เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ในสมัยโบราณในแบกแดด ซึ่งเจ้าของก็คือผู้ปกครองในศาสนาอิสลามเมื่อสมัยศตวรรษที่ 8
ในช่วงเวลานั้น ห้องสมุดแห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าใช้บริการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาแก่ประชาชน
เอกสารและหนังสือต่างๆ ที่ถูกเก็บรักษาในห้องสมุดแห่งนี้ ล้วนแต่แปลมาจากภาษาอื่นๆ โดยเหล่าบัณฑิตและผู้มีปัญญาก็ได้ทำการศึกษาเอกสารและหนังสือต่างๆ จากห้องสมุดนี้
1
เอกสารต่างๆ ในยุคโบราณได้ถูกแปลเป็นภาษาอารบิก และห้องสมุดแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางความรู้และการศึกษาเป็นเวลานับร้อยปี ทั้งด้านมนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์
แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ห้าศตวรรษ ทัพมองโกลก็ได้บุกเข้าโจมตีและทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งสิ่งที่ถูกทำลายไปด้วย ก็รวมถึงหนังสือที่เก็บรักษาไว้ในห้องสมุดแห่งนี้
ทหารมองโกลได้นำหนังสือไปทิ้งลงยังแม่น้ำไทกริส โดยจำนวนหนังสือที่ถูกนำไปทิ้งนั้นไม่สามารถประเมินได้ หากแต่ก็มหาศาลซะจนทำให้แม่น้ำกลายเป็นสีดำจากหมึกที่ซึมออกมาจากหนังสือ และแม่น้ำก็กลายเป็นสีดำนานกว่าครึ่งปี
1
บ้านแห่งปัญญา ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาอารยธรรมและสติปัญญามาเป็นเวลาหลายร้อยปี สูญสลายไปในพริบตา
ในสมัยศตวรรษที่ 7 ผู้ปกครองแห่งราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดนอิสลาม ทรงเป็นผู้ที่รักการอ่านและโปรดปรานหนังสือ และมีรับสั่งให้รวบรวมหนังสือจำนวนมากในดามัสกัส และด้วยความช่วยเหลือจากบัณฑิตชาวคริสต์และเปอร์เซีย ก็ได้มีการแปลงานเขียนต่างประเทศจำนวนมากเป็นภาษาอารบิก
การแปลนี้เองที่เป็นประตูสู่ความรู้ใหม่ๆ ของโลกอาหรับ และยังเป็นยุคทองของอิสลาม ซึ่งความรู้ด้านศาสตร์ต่างๆ ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
ในเวลาต่อมา ผู้ปกครององค์ใหม่ได้สถาปนาแบกแดดเป็นเมืองหลวงแทนดามัสกัส และส่งเสริมด้านการศึกษา ทำให้เกิดห้องสมุดที่เหล่าบัณฑิตทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
งานของเหล่าบัณฑิตได้รับการบันทึก แปล และเก็บรักษาไว้ในห้องสมุด โดยห้องสมุดนี้ก็คือ “บ้านแห่งปัญญา (House of Wisdom)” นั่นเอง
จากนั้น ในยุคต่อๆ มา ผู้ปกครองแต่ละองค์ก็ทรงส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ใหม่ๆ และเก็บรักษาไว้ในห้องสมุดนี้ รวมทั้งสนับสนุนเหล่าบัณฑิต ทำให้แบกแดดเป็นสถานที่ยอดฮิตของเหล่าบัณฑิตทั่วโลก
ภายในศตวรรษที่ 9 ห้องสมุดแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่เก็บรักษาหนังสือจำนวนมาก และอาจจะมากที่สุดในโลก
แต่แล้วในปีค.ศ.1258 (พ.ศ.1801) กองทัพมองโกลก็ได้บุกโจมตีแบกแดด และทำการปิดล้อมเมืองเป็นเวลานานกว่า 13 วัน
มองโกลต้องการที่จะบุกเข้าเมืองและปล้นข้าวของทุกอย่างในเมือง โดยผู้นำมองโกลคือ “ฮูลากูข่าน (Hulagu Khan)” หลานของ “เจงกิสข่าน (Genghis Khan)” ได้ทำการโจมตีแบกแดด และสั่งให้ยอมแพ้ต่อกองทัพมองโกลและสนับสนุนกองทัพมองโกลในเปอร์เซีย
ฮูลากูข่าน (Hulagu Khan)
แต่ผู้ปกครองแห่งราชวงศ์อุมัยยะฮ์ก็ไม่ยินยอม ทำให้กองทัพมองโกลปิดล้อมเมืองเป็นเวลาสิบกว่าวัน ซึ่งก็จบลงด้วยชัยชนะของกองทัพมองโกล
จากนั้น สมาชิกราชวงศ์ก็ถูกประหารจนหมด ส่วนชาวเมืองก็ถูกสังหารหมู่ ส่วนหนังสือในบ้านแห่งปัญญาก็ถูกนำไปโยนลงแม่น้ำไทกริส อีกหลายเล่มก็ถูกนำไปเผา
จากบันทึกนั้น กล่าวว่าจำนวนหนังสือที่นำไปโยนทิ้งลงน้ำนั้นมากมายมหาศาลซะจนกลายเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ สะพานที่ทำมาจากหนังสือ
และนี่ก็คือจุดจบของแหล่งความรู้ที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของโลกยุคโบราณ
โฆษณา