มีบัญชีอยู่แล้ว?
กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว! 6 บทเรียนการบริหารเวลาที่คนมักมองข้าม
ถ้าหากคนเรามีเวลาเพิ่มได้ 2 ชั่วโมงต่อวัน คุณจะตกลงไหม?
1
แน่นอนว่าหลายคนตอบว่า ‘ตกลงแน่นอน’ เพราะ 24 ชั่วโมงต่อวันนั้นช่างน้อยนิดเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเรามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย คำว่า ‘ไม่มีเวลา’ ที่คอยถ่วงเราไม่ให้ทำตามความฝัน จะหายไปในพริบตา เราเชื่อเหลือเกินว่าชีวิตจะง่ายขึ้นเมื่อเรามีเวลามากกว่าเดิม
ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ ฉันคงจะทำอาหารดีๆ เพื่อสุขภาพได้ทุกมื้อ
ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ ฉันจะได้อยู่กับคนรักและครอบครัวมากขึ้น
ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ ฉันคงจะเริ่มเขียนหนังสือ ทำธุรกิจส่วนตัว ไปเที่ยวไกลๆ หรืออย่างน้อยที่สุดคือ คงได้เคลียร์กล่องอีเมลที่รกหูรกตา
1
รายการ ‘สิ่งที่อยากทำเมื่อมีเวลา’ ยืดยาวต่อไปเรื่อยๆ หากให้สาธยายวันเดียวก็คงไม่จบ และเราก็พอจะเห็นเป้าหมายของตัวเองรางๆ แล้วว่า เมื่อมีเวลามากขึ้น ชีวิตที่เราต้องการนั้นจะเป็นอย่างไร
1
อย่างไรก็ตาม ความจริงที่หลายคนไม่อยากได้ยินคือ ‘เรามีเวลา’
2
แม้ยากที่จะยอมรับ แต่ความจริงคือเรามีเวลามากพอ พอที่จะเริ่มต้นลงมือทำสิ่งที่กล่าวมา เรามีเวลามากมาย เพียงแต่เราไม่รู้จักใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพ และเรามีเวลาเหลือเฟือ เพียงแต่บางครั้งเราใช้มันไปกับเรื่องไร้สาระ
ดังนั้น ถ้าเราอยากใช้เวลาที่มีอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพล่ะ? ต้องทำอย่างไร
1) เลิกมอง ‘เวลา’ จากมุมมองเดิมๆ
เอาเข้าจริงๆ ชีวิตเราคงไม่ได้ต่างไปจากเดิมนัก หากเวลาเพิ่มเป็น 26 ชั่วโมง เราคงจะใช้มันไปกับการนอน หรือ เรื่องอื่นๆ อย่างที่เคยทำ ตอนสุดท้ายเราก็บ่นตามเคยว่า ไม่มีเวลา
และหากให้พูดตามตรง เราคงรู้จักเทคนิคบริหารเวลามากมายอยู่แล้วเช่นกัน ตั้งแต่การไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ตื่นสาย หัดใช้เทคนิค Pomodoro หัดปฏิเสธชาวบ้านบ้าง หรือ ใช้วิธีทำงานแบบ 80/20 และอื่นๆ อีกมากมาย ปัญหาคือเทคนิคเหล่านี้ไม่ช่วยเลยในระยะยาว ถ้าหากเราไม่ ‘เปลี่ยนมุมมอง’ ที่เรามีต่อเวลา
1
ก่อนจะภาวนาขอเวลาเพิ่ม ถามตัวเองก่อนว่า ‘ทำไม’ เราถึงต้องการเวลามากขึ้น
3
แน่นอน ไม่ใช่เพื่อทำงานที่เราเกลียดอยู่แล้ว และไม่ใช่เพื่อการทำงานบ้านที่เราแสนชิงชังด้วย เราต้องการเวลานั้นเพื่อทำอะไรที่เรารัก อยู่กับเพื่อน คนรัก และครอบครัวต่างหาก
3
หากตอบคำถามตัวเองได้แล้วว่าเวลา 2 ชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นนั้น จะเอาไปทำอะไร ลองคิดต่ออีกว่า พอจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะแบ่งเวลาไปทำสิ่งเหล่านี้ ทั้งๆ ที่มี 24 ชั่วโมงเท่าเดิม
ยกตัวอย่างเช่น เราเป็นคนที่ใส่ใจกับสุขภาพกายมากๆ และต้องการ 2 ชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นในการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเปลี่ยนเวลาจาก 24 ชั่วโมงเป็น 26 ชั่วโมงได้ สิ่งที่เราทำได้คือ ลดเวลาการทำอย่างอื่นที่ไม่สำคัญในชีวิตลง (อย่างการดูทีวี การเล่นโซเชียลมีเดีย หรือการออกไปเที่ยวทั้งๆ ที่ไม่อยากไป) เพียงเท่านี้ เราก็หาเวลาเพิ่มเติมมาทำเรื่องที่เราให้ความสำคัญได้แล้ว
2
เหมือนกับที่นักเขียนชื่อ ปีเตอร์ เทอร์ลา เคยกล่าวว่า
1
“Managing your time without setting priorities is like shooting randomly and calling whatever you hit the target.” (บริหารเวลาโดยไม่จัดลำดับความสำคัญ ก็ไม่ต่างจากการยิงมั่วซั่วและเรียกอะไรต่อมิอะไรที่ยิงโดนว่า ‘เป้าหมาย’)
6
2) หยุดให้ความสำคัญกับทุกสิ่งจนมากเกินไป
หากเรามีเป้าหมายสำคัญ ‘1 เรื่อง’ นั่นหมายความชัดเจนว่าเรื่องนั้นสำคัญกว่าเรื่องอื่นๆ แต่ถ้าหากเรามีเป้าหมายสำคัญ ‘10 เรื่อง’ มีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะไม่รู้เลยว่าสิ่งไหนสำคัญที่สุดสำหรับเรา
และไม่แน่ ทั้ง 10 เรื่องนั้นอาจไม่สำคัญจริงๆ สักเรื่องเลยก็ได้
มีบทเรียนมากมายที่สอนเราว่าอย่าทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นสุภาษิต ‘อย่าจับปลาสองมือ’ หรือคำพูดของ พูบลิลิอุส ไซรัส นักเขียนภาษาละตินที่ว่า ‘To do two things at once is to do neither.’ หรือแปลว่า การทำอะไรสองอย่างพร้อมๆ กันคือการไม่ได้ทำอะไรเลย
3
ดังนั้นถ้าอยากทำตามเป้าหมายสำเร็จ การมีเป้าหมายเพียง 1 เดียวจะดีกว่า
แต่ถ้าเราอยากทำหลายเรื่องจริงๆ ให้เลือกเป้าหมายที่ไม่ชนกัน อย่างเช่นการออกกำลังกายกับการสร้างธุรกิจ เพราะเราคงออกกำลังกายเพียง 1-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น และ มีเวลาที่เหลือกับสุขภาพดีๆ ไปใช้ในการสร้างธุรกิจ ในขณะเดียวกัน การนั่งหน้าแล็ปท็อปจัดการธุรกิจเกิน 10 ชั่วโมงก็คงจะไม่ดีต่อเราเท่าไหร่ การได้ลุกมาออกกำลังกายเปลี่ยนอิริยาบถบ้างจะ Productive มากกว่า
3) เลิกใช้ ‘ช่วงเวลาสำคัญ’ ไปกับเรื่องไร้สาระ
1
เรามีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันก็จริง แต่อย่าลืมว่าเราไม่ได้มี ‘แรง’ ตลอด 24 ชั่วโมง
คนเรามีช่วงเวลาที่จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแค่วันละ 3-5 ชั่วโมงเท่านั้น นอกเหนือจากช่วงนี้ พลังงานและสมาธิของเราจะลดลง ดังนั้นตามหาช่วงเวลาที่ Productive ที่สุดของตัวเองและใช้เวลานั้นไปกับการทำงานที่ ‘สำคัญที่สุด’ (แนะนำว่าให้ปิดแจ้งเตือน และอย่าใช้เวลานี้ไปกับการตอบอีเมลหรือการประชุมด้วย)
3
4) คำถามสำคัญ
แกร์รี เคลเลอร์ ผู้เขียนหนังสือ The One Thing บอกว่า หากเรารู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไรแล้ว แต่ไม่รู้ว่าขั้นตอนต่อไปต้องทำอะไร ลองถามตัวเองด้วย ‘คำถามสำคัญ’ ดู
1
คำถามนั้นคือ “อะไรคือ 1 สิ่งที่เราทำแล้วจะทำให้สิ่งอื่นๆ ง่ายขึ้น?”
2
บ่อยครั้ง สิ่งนั้นมักจะเป็นขั้นตอนที่ยากและเราพยายามเลี่ยงมาตลอด แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าทำสำเร็จแล้วจะส่งผลดีต่อเราในระยะยาวจริงๆ ดังนั้นตามหาว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เส้นทางไปถึงเป้าหมายของเราเรียบง่ายขึ้น จดมันไว้บนสุดในรายการ To-do List และลงมือทำ
5) วางระบบ To-do List ใหม่
คุณกำลังเขียน To-do List ที่เต็มไปด้วย ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เพียงอย่างเดียวหรือเปล่า? หากตอบว่าใช่ คุณต้องเปลี่ยนวิธีจด To-do List เสียแล้วล่ะ!
1
การจดสิ่งที่ต้องทำลงไปบนกระดาษเป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยลดความเครียด ช่วยให้โฟกัสได้ดีขึ้น และไม่ลืมสิ่งที่ต้องทำ แต่ถ้าหากบนกระดาษของเราเต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องทำจนละลานตาไปหมด แทนที่จะช่วย มันอาจทำให้เราเครียดหนักกว่าเดิม
จริงๆ แล้วการจะใช้ To-do List ให้มีประสิทธิภาพต้องใส่ ‘ความสำคัญ’ และ ‘เดดไลน์’ ไว้ด้วย สองสิ่งนี้จะช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง ดังนี้
[ ] งานที่สำคัญและเร่งด่วน
[ ] งานที่สำคัญและไม่เร่งด่วน
[ ] งานที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ
[ ] งานที่ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ
3
6) ใช้ชีวิตบ้าง
หากเรามัวแต่กังวลว่าต้อง Productive ในทุกๆ วัน ชีวิตคงไม่มีความสุขและเกิดอาการเบิร์นเอาท์ตามมา ดังนั้นแทนที่จะใช้เวลาในการ ‘ทำให้ได้มากที่สุด’ ลองเปลี่ยนไปใช้เวลาอย่าง ‘มีความหมายที่สุด’ แทน
นอกจากจะวิ่งตามเป้าหมาย ลองหยุดพัก นั่งสมาธิ ยืดเส้นยืดสาย โทรหาครอบครัว ฟังเพลงโปรด ออกไปรับแสงแดด เล่นกับแมว ดื่มกาแฟร้านโปรด หรือให้กำลังใจคนรอบข้าง
1 วันมี 1,440 นาที อย่าลืมแบ่งนาทีอันมีค่าเหล่านี้ในการเติมความสุขให้ตัวเองด้วยนะ
4
อ้างอิง:
เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- บริหารเวลาในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง! กับ 6 บทเรียนจากหนังสือ “At Your Best” >> https://bit.ly/3tl2n5n
- 13 นิสัยที่ควรหยุด! หากไม่อยากเปลืองเวลาชีวิต >> https://bit.ly/3InG17B
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#softskills
#timemanagement
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      [ #เหตุผลที่ก็องโต้โดนปฏิเสธ ] เอริก คันโตน่า เพิ่งให้สัมภาษณ์ยาวกับดิ แอธเลติก เปิดเผยถึงข้อมูลที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งแสดงความเห็นด้วยมุมมองที่ชวนคิดตาม
      เพราะการโละทุกครั้ง ช่วยลดปริมาณขยะ ลดมลพิษ เปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้! ยิ่งลดเยอะ ยิ่งดีต่อโลก
      Shopee ประเทศไทย ส่งอีเมลแจ้งพนักงานตอนเช้า พรุ่งนี้เลย์ออฟทันที โดยเป็นการลดจำนวนพนักงานในไทยอีกครั้ง ตามหลังบริษัทแม่ Sea Group ในต่างประเทศเริ่มมีการลดพนักงาน และยุติการลงทุนในหลายประเทศ ตามภาวะเศรษฐกิจ และการเติบโตทางด้านดิจิทัล เบื้องต้น การปลดพนักงานในครั้งนี้อยู่ในหลักร้อยคน โดยจะมีการปลดทั้งพนักงานประจำ พนักงานสัญญาจ้างจากหลายแผนก โดยเฉพาะในฝั่งของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (Shopee) และช้อปปี้เพย์ (Shopee Pay) แล้วทำไมมันเกิดขึ้นกับเฉพาะ Shopee แล้ว Lazada ล่ะ เขาไม่ปลดพนักงานหรือ ในเมื่ออยู่ในธุรกิจเดียวกัน ใน EP จะมาวิเคราะห์เรื่องกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ผิดพลาดของ Shopee กันครับ เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ 🎧 ฟังผ่าน Podbean : https://bit.ly/3yhn3xt 🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast : https://apple.co/3DVzPF9 🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : https://bit.ly/3BPLqD0 🎧 ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/3xVUQvH 🎧 ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/qALRFe3MNKw The original article appeared here https://www.tharadhol.com/geek-daily-ep147-shopee-big-layoff-thailand/ ========================= ร่วมสนับสนุน ด.ดล Blog และ Geek Forever Podcast เพื่อให้เรามีกำลังใจในการผลิต Content ดี ๆ ให้กับท่าน https://www.tharadhol.com/become-a-supporter/ ——————————————– ติดตาม ด.ดล Blog ผ่าน Line OA เพียงคลิก : https://lin.ee/aMEkyNA ——————————————– ไม่พลาดข่าวสารผ่านทาง Email จาก ด.ดล Blog : https://www.getrevue.co/profile/tharadhol ——————————————– Geek Forever Club พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ https://www.facebook.com/groups/geek.forever.club/ ========================= ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่ Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog Twitter : www.twitter.com/tharadhol Instragram : instragram.com/tharadhol TikTok : tiktok.com/@geek.forever Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol Website : www.tharadhol.com
      “เคเรตสึ” กลุ่มทุนใหญ่ ที่ครอบงำ เศรษฐกิจญี่ปุ่น เคยสงสัยไหมว่า ทำไมประเทศญี่ปุ่น ที่เคยโดนโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์ถึง 2 ลูก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถก้าวขึ้นมา เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 3 ของโลก
      ดูทั้งหมด