22 มี.ค. 2022 เวลา 01:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ
✅Morning Update 22.03.2022
🇺🇸🇪🇺ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดตลาดโดยปิดลบสูงสุดใน 3 ดัชนีหลัก ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ผันผวนระหว่างวัน
Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งแรงยืนเหนือ 2% / หุ้นผู้ผลิตเครื่องบิน Boeing ร่วงรุนแรงหลังข่าวสายการบินจีนประสบอุบัติเหตุ / วอร์เรน บัฟเฟตต์ เข้าซื้อบริษัทประกันภัยเพิ่ม
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนวันจันทร์ที่ 21.03.2022 ดัชนี Dow Jones -201.94 จุด -0.58% S&P 500 -1.94 จุด -0.04% และ Nasdaq 100 -43.99 จุด -0.31% โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านประเทศเยอรมนีมีรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ Germany Producer Price Index (PPI) ที่สำรวจโดย Destatis ประจำเดือนกุมภาพันธ์ที่ 1.40% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ 1.7% และชะลอการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.2%
ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปผันผวนในกรอบ 453-456 จุด ระหว่างวัน โดย Stoxx 600 ปิด +0.04%
2. แม้ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทางด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ได้มีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วที่ 0.25% ในค่ำวานที่ผ่านมาทางด้าน นายเจโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังมีอยู่
มีใจความสำคัญว่าเงินเฟ้อนั้นยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง และ Fed ก็พร้อมจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% หรือเพิ่มให้มากพอเพื่อคุมเงินเฟ้อ (Hawkish: ดำเนินนโยบายตึงตัวทางการเงิน)
โดย Bond Yield หรือ อัตราพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง โดยเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ 2019
หากนับตั้งแต่กลางปี 2021 Bond Yield 2 ปี เพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า +1.86% จากที่เคยอยู่ที่ต่ำสุดที่แถว 0.25% มาเป็น 2.11% เรียกได้ว่าปิดฉากยุคดอกเบี้ยต่ำพิเศษลง
Bond Yield 2 ปี อยู่ที่ 2.117% ขณะ Bond Yield 10 ปี อยู่ที่ 2.297%
ส่งผลให้กองทุนตราสารหนี้พันธบัตรระยะยาวก็ร่วงหนักกว่า ลบ 2-3%
3. หุ้นบริษัทผลิตเครื่องบินอย่าง Boeing (BA) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงรุนแรงในช่วงเปิดตลาดกว่า -6% ก่อนดีตัวกลับขึ้นมาแต่ยังคงปิดลบที่ -3.59% ภายหลังจากมีข่าวว่าสายการบินไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์ ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในเทือกเขาทางตอนใต้ของจีน
4. บริษัท Berkshire Hathaway ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประกาศแผนการซื้อบริษัทประกันภัย Alleghany ด้วยมูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้หุ้น Alleghany พุ่งขึ้นมากกว่า 24%
ดีลครั้งนี้นับเป็นมูลค่าการซื้อกิจการที่สูงสุดในรอบ 6 ปี ของ Berkshire Hathaway
5. หุ้นกลุ่มที่ Outperform ตลาดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่หุ้นกลุ่มพลังงาน +3.79% กลุ่มวัสดุอุตสาหกรรม +0.85% และกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณูปโภค +0.68%
ประเด็นความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ยังคงยืดเยื้อและมีแนวโน้มเข้าเดือนที่ 2
ด้านสหภาพยุโรปมีแผนจะกีดกันการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลถึงอุปทานน้ำมันที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันอุปสงค์ปัจจุบัน ดันราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น
Exxon Mobil +4.49% Chevron +1.80% Conoco Phillips +3.17% Occidental +8.39% Marathon Oil +8.54% Diamondback Energy +6.41%
NextEra Energy -0.69% Duke Energy +1.06% Southern +1.26% American Electric Power +0.66%
6. หุ้นกลุ่ม underperform ตลาด 3 อันดับสูงสุดได้แก่ หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย -0.76% กลุ่มผู้ให้บริการสื่อสาร -0.66% และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ -0.66%
หุ้นหมวด คาสิโน อย่าง Caesars Entertainment -2.89% Penn National Gaming -3.46% ปรับตัวลดลงกดดันกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
รวมถึงหุ้น NIO คู่แข่งรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ปรับตัวลดลงกว่า -3.02% หลังจากทางด้าน Deutsche Bank ปรับลดประมาณการรายได้ จากจำนวนรถยนต์ที่ผลิตในจีนมีแนวโน้มส่งมอบได้น้อยลงกว่าครึ่งในปีนี้
Starbucks -3.06% Nike -0.80% Lowe’s -3.42% McDonald -1.51% Home Depot -3.34% Target -1.35% TJX -2.32%
Walt Disney -1.20% Charter Communications -2.00% Comcast -0.51% AT&T -0.26% T-Mobile -0.95% Verizon +0.59%
หุ้นเชิงรับอย่าง REITs (Real Estate Investment Trusts) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปัจจัย Bond Yield ที่เพิ่มขึ้น
American Tower -0.37% Prologis -0.77% Crown Castle +0.13% Equinix -1.98% Public Storage +0.51% Simon Property -1.36%
7. หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวผสมผสาน
Apple +0.85% Microsoft -0.42% Alphabet -0.02% Amazon +0.15% Meta -2.31% Netflix -1.58% Adobe +0.06% Salesforce -2.32% Visa -0.94% Mastercard -1.29%
หุ้น Innovation ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม Tesla สามารถปิดบวกสวนทางกลุ่มนวัตกรรมและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
Shopify ปรับตัวลดลงรุนแรงหลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดบวกได้โดดเด่น
Tesla +1.74% Lucid Group -1.09% Roku -3.48% Teladoc Health -3.29% Block (Square) -4.14% Zoom +0.51% Spotify +3.01% Twilio -1.39% Coinbase -4.91% Robinhood -2.90% Unity Software -3.10% Shopify -12.38%
หุ้น Semiconductor ปรับตัวผสมผสาน
Nvidia +1.06% AMD +2.17% Intel -0.13% Micron -1.33% Qualcomm +1.04% Broadcom -0.83%
8. ETF ด้าน Technology & Innovation ปรับตัวลดลงตามหุ้นกลุ่มนวัตกรรม
ARK Innovation (ARKK) -2.72% ARK Fintech (ARKF) -2.60% PowerShares WilderHill Clean Energy (PBW) -0.61% iShares PHLX Semiconductor (SOXX) -0.20% SPDR S&P Kensho Smart Mobility (HAIL) -1.20% VanEck Vectors Video Gaming and eSports (ESPO) -2.07% Global X Cybersecurity (BUG) -0.20% และ KraneShares CSI China Internet (KWEB) -6.60%
9. หุ้นจีนและเอเชียที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
Alibaba -4.35% Baidu -1.58% Coupang -2.03% Didi Global +1.71% iQIYI -3.45% JD -5.67% Luckin Coffee -2.51% NetEase -1.41% Pinduoduo -6.13% SEA -6.78% TAL Education -4.53% TSMC +0.19% Nio -2.88% Xpeng -5.04%
10. S&P500 VIX Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่องติดต่อกัน 5 วันทำการ โดยปิดที่ 23.53 จุด (-1.42%)
ด้าน Nasdaq 100 VIX ผันผวนระหว่างวัน โดยขึ้นกลับไปแตะระดับ 30 จุดก่อนปิดปรับตัวลดลง โดยปิดที่ 28.66 จุด (+3.24%)
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยล่าสุดอยู่ที่ 98.50 จุด
ราคาทองคำผันผวนในกรอบที่แคบลง 1,920-1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,936 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 33.58 บาทต่อดอลลาร์ (+0.12%)
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดราคาอยู่ที่ 112.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มาภาพ :
#LHBankAdvisory

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา