22 มี.ค. 2022 เวลา 13:33 • บันเทิง
ความสยองบนอินเทอร์เน็ต สู่คดีจริงของ Slender Man
หากคุณท่องโลกอินเทอร์เน็ต คงจะต้องได้เห็นปีศาจในชุดสูทสีดำ รูปร่างคล้ายคน แต่ไร้ใบหน้า แขนขายาวผิดมนุษย์ ตัวสูงราวเสาไฟฟ้า วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ ‘Slender Man’ อสุรกายแห่งยุคสมัย จากความสยองของโลกอินเทอร์เน็ต สู่ความหลอนในโลกจริง
ในวันที่ 3 เดือนมิถุนายน ปี 2014 ณ เมืองวอกีชอ ทางใต้ของรัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา บนถนนใกล้กับป่าในเมือง มีคนที่กำลังขี่จักรยานตามปกติ แต่กลับเจอเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ
เพราะมีร่างของเด็กหญิงอายุราวๆ 12 ปี กำลังค่อยๆ คลานออกมาจากป่า ตามร่างกายเธอมีบาดแผลฉกรรจ์ โดนมีดแทงถึง 19 แผล โดยเธอตะเกียกตะกายมายังถนน เมื่อตำรวจมาถึง ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เด็กหญิงประคองสติ พร้อมเอ่ยชื่อของบุคคลที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญนี้ ก่อนจะถูกส่งเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาล
ตำรวจเร่งจับกุมตัวผู้ก่อคดี ซึ่งปรากฏว่าเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี 2 คน หนึ่งในเด็กหญิงสารภาพต่อตำรวจว่าเป็นคนที่ลวงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มาจากงานปาร์ตี้ ซึ่งพวกเธอมีการวางแผนทั้งหมดตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนหน้าแล้ว
และสาเหตุที่เด็กหญิงทั้งสองทำไปเพราะว่าพวกเธอ ต้องการที่จะบูชายัญให้กับปีศาจจากโลกอินเทอร์เน็ต … “Slender Man”
เธอบอกว่า เจ้าปีศาจตนนี้ได้เข้ามาให้เธอพบในฝัน และพูดคุยผ่านนิมิต จะฆ่าครอบครัวของเธอ ถ้าไม่ยอมฆ่าเพื่อนของเธอคนนี้ ตำรวจยังได้พบกับสมุดบันทึกของเด็กหญิงเต็มไปด้วยรูปวาดของ Slender Man และ ข้อความโหดร้าย ทั้งการฆ่าตัวตายและการฆ่าคนอื่น
แล้วใครคือ Slender Man?
Slender Man มักถูกอธิบายมาในรูปลักษณ์ที่เป็นปีศาจรูปร่างแบบเดียวกับมนุษย์ แต่ความสูง มีแขนขาที่ยาวผิดธรรมชาติ จนเหมือนเป็นรยางค์ที่งอกมาจากตัวมากกว่า ผิวสีขาวซีด และไร้ใบหน้า มักสวมชุดสูทสีดำผูกไทท์อยู่ตลอดเวลา
อาศัยอยู่ในป่ารกทึบ เฝ้าคอยให้เหยื่อหลงเข้าไปในเขตของมัน ที่จะมีตราสัญลักษณ์เป็นรูปทรงเรขาคณิต ทรงกลม พร้อมกากบาท คาดไว้ตรงกลาง
เมื่อมีผู้เคราะห์ร้ายหลงเข้าไปในเขตแดนของมัน มันจะเริ่มทำการไล่ตามเหยื่อไม่ว่าจะหนีไปที่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถสลัดมันได้ เพราะมันสามารถ Teleport ไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้
เมื่อ Slender Man เข้าใกล้ เหยื่อจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดธรรมชาติจากมัน ทำให้เกิดอาการเลือดกำเดาไหล และเกิดภาวะตื่นตระหนก ไปจนถึงเสียสติ หรือคลุ้มคลั่งจนถึงจุดที่มันเข้าถึงตัวเหยื่อ มันจะยืดแขนเข้ามาจับตัวไว้ และลักพาตัวไป โดยไม่มีใครทราบถึงชะตากรรมของผู้เคราะห์ร้ายนั้นอีกเลย
จนถึงทุกวันนี้ไม่มีบันทึกใดๆ ไม่ว่าจะรูปถ่ายหรือวิดีโอ ที่เก็บภาพ Slender Man ได้ชัดเจน เพราะมันมีความสามารถในการบิดเบือนมิติ ทำให้กล้องวิดีโอ หรือกล้องถ่ายรูปไม่สามารถใช้งานได้ เหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆ หรือวัยรุ่น ที่ริอาจล่วงเข้าป่าไปในยามวิกาล
แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความสยองนี้ มีที่มาจากบนโลกอินเทอร์เน็ต จากเว็บบอร์ด Something Awful ในปี ค.ศ. 2009 เป็นกระทู้ที่ให้สมาชิกมาลองแต่งภาพให้ออกมาดูเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ผิดปกติวิสัยมากที่สุด
โดยมีผู้ใช้นามว่า Victor Surge โพสต์ภาพขาวดำ ที่เป็นเด็กๆ กลุ่มหนึ่ง แต่เมื่อมองไปไกลๆ กลับพบภาพของ บางสิ่งบางอย่าง ที่สูงผิดมนุษย์ ไร้ใบหน้า และสวมชุดสูทอยู่
พร้อมข้อความเป็นคำให้การของช่างภาพ ที่อธิบายเหตุการณ์ถึงเด็กกลุ่มหนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับ
ก่อนที่จะระบุว่าตัวช่างภาพเอง ก็หายสาบสูญเช่นกัน
ซึ่งตัวละครนี้ คุณ Victor ผู้แต่ง หยิบยกแรงบันดาลใจ จากวรรณกรรมสยองขวัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดจาก The Mist, Moth Man ตำนานเมืองจากรัฐเวอร์จิเนีย, The Tall Man จากหนัง Phantasm, อสุรกายจาก เกม Silent Hill, Resident Evil และแน่นอนงานจาก H.P. Lovecraft
ในเชิงพฤติกรรมของ Slender Man ที่คอยลักพาตัวเด็กไปนั้น ก็พ้องกับเรื่องเล่าในหลากหลายวัฒนธรรมที่มีปรากฏการณ์ผีลักซ่อน ผีบังตา โดยสำหรับวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกนั้นจะเป็นปรากฏการณ์ Farie ที่หลอกลวงเด็กๆ ให้หายไปในป่า
ทำให้ความสยองของ Slender Man กลายเป็นที่เข้าใจได้ในบริบททั่วไป จนแพร่ออกมาสู่โลกความเป็นจริง
.
ซึ่งทำให้เกิดเคสคดีอีกมากมายตามมาที่มีชื่อของ Slender Man มาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น
ปี 2014 มีรายงานคดีที่เด็กหญิงวัย 14 จุดไฟเผาบ้านตัวเอง โดยประวัติการใช้อินเทอร์เน็ตนั้นพบว่าเด็กหญิงผู้นี้หมกมุ่นไปกับตำนานของ Slender Man
ปี 2015 ณ รัฐ South Dakota พบเด็กกลุ่มหนึ่ง วัยตั้งแต่ 12-24 ปีที่พยายามทำพิธีฆ่าตัวตายหมู่ โดยอ้างถึง การสละวิญญาณเพื่อ Slender Man
ภายหลังมีหนังสารคดี Beware Slender Man หรือ จงระวังสเลนเดอร์แมนออกฉาย โดยหยิบยกคดีต่างๆ ที่รายล้อมอยู่กับเจ้าอสุรกายตนนี้
นอกจากความสยองที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ย้ำเตือนยังคอยย้ำเตือนเราถึงการใช้สื่อของเยาวชน หรือกลุ่มเปราะบาง ที่เข้าถึงสื่อ โดยที่ไม่ได้มีการกลั่นกรองมาก่อน จนเกิดเป็นคดีที่น่าเศร้าเหล่านี้ตามมา เพราะเชื่อเรื่องราวที่แต่งขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ต
สามารถฟังแบบฉบับเต็มได้ที่: https://youtu.be/mubov16bK0g
#MissionToPlutoPodcast​​​
#TimeToPlayPodcast​​​
โฆษณา