23 มี.ค. 2022 เวลา 02:03 • หุ้น & เศรษฐกิจ
✅Morning Update 23.03.2022
🇺🇸🇪🇺ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นได้ดีทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดย Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่นเกือบ 2%
หุ้นธนาคารเยอรมันพุ่งแรง / Goldman Sachs คาดประชุม Fed ครั้งหน้าขึ้นดอกเบี้ย 0.50% / Tesla บวกแรงดันกลุ่มนวัตกรรมและสินค้าฟุ่มเฟือย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนวันอังคารที่ 22.03.2022 ดัชนี Dow Jones +254.47 จุด +0.74% S&P 500 +50.43 จุด +1.13% และ Nasdaq 100 +278.24 จุด +1.94% โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
1. เงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรยังคงปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่น่าเป็นห่วง ด้าน BOE (Bank of England) เล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในอัตราที่สูงต่อเนื่องเช่นนี้อาจทำให้การบริโภคภาคเอกชนอ่อนแอลง
โดยผู้เชี่ยวชาญจากทางธนาคารชื่อดังในยุโรป Commerzbank ให้ความเห็นว่าในช่วง 2-3 เดือน ข้างหน้าอาจจะได้เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยและดำเนินนโยบายทางการเงินที่ตึงตัวกว่านี้จาก BOE
2. ค่ำวานที่ผ่านมาหุ้นเยอรมันปรับตัวขึ้นได้ดี โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มวัฏจักร เช่น สถาบันการเงินและประกันภัยเป็นส่วนใหญ่
โดยหุ้น Deutsche Bank ปิดบวก +5.61% และ Commerzbank +3.64%
ตลาดหุ้นเยอรมนีปรับตัวขึ้นแรงก่อนปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ +1.02% ด้านฝั่งยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี โดย Stoxx 600 ปิด +0.85%
3. โจ ไบเดน และสหภาพยุโรป พร้อมใจยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยจะมีการหารือถึงมาตรการเพิ่มเติมดังกล่าวในวันพฤหัสบดีนี้
ประเด็นที่น่าจับตานอกเหนือจากการยกระดับการคว่ำบาตร คือ แนวทางที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรปและลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
รวมถึงแนวโน้มที่ด้านสหรัฐฯ จะส่งทหารเข้าแนวเขตยูเครนหรือไม่
4. หลังจากที่วันจันทร์ที่ผ่านมาตลาดพันธบัตรตอบสนองต่อท่าทีที่ Hawkish (มีแนวโน้มดำเนินนโยบายตึงตัวทางการเงิน) ของ Fed ด้วยการที่ Bond Yield หรือ อัตราพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ Bond Yield ระยะสั้นที่ขึ้นมากว่า 2.16%
ค่ำวานที่ผ่านมา ด้านสถาบันการเงินชื่อดังอย่าง Goldman Sachs ได้มีบทวิเคราะห์คำแถลงการณ์ของประธาน Fed ในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา
โดยวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงจุดสำคัญของแถลงการณ์นี้อยู่ที่คำพูดที่เปลี่ยนไปในรายงานที่กล่าวถึงความจำเป็นที่ Fed อยากเห็นนโยบายทางการเงินและราคาสินค้ากลับเข้าสู่ระดับปกติ
จากคำว่า “ค่อยเป็นค่อยไป (steadily)” ในรายงานฉบับมกราคม มาเป็น “อย่างรวดเร็ว (expeditiously)” ในรายงานฉบับนี้
ด้าน Goldman Sachs จึงได้มีการปรับคาดการณ์และเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่การประชุม FOMC Meeting ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ตลาดอาจจะได้ เห็น Fed ขึ้นดอกเบี้ยทีเดียวที่ 0.50% ก็เป็นได้
5. หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและผู้ให้บริการสื่อสารฟื้นตัวขึ้นได้ดีจากที่ปิดลบวันก่อนหน้าและปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นเหนือตลาด โดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย +2.45% กลุ่มผู้ให้บริการสื่อสาร +2.01%
Nike +2.23% Starbucks +1.19% McDonald +1.19%
โดยหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นได้แก่
GameStop +30.86% (จำหน่ายเกม) AMC Entertainment (โรงภาพยนตร์) +15.02% Express (สินค้าแฟชั่น) +9.73%
โดยหุ้น GameStop ปรับตัวขึ้นแรงหลังจากมีรายงานว่าผู้บริหารเข้าทำการซื้อหุ้น
ภายหลังจากที่ตลาดคาด Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในรอบหน้า ตลาดเริ่มมีการรับรู้ข่าว (Price-in) ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสถาบันการเงินได้ประโยชน์จากส่วนต่างดอกเบี้ย หรือ NIM (Net Interest Margin)
Bank of America +3.13% Well Fargo +4.40% Citi Group +0.91% Signature Bank +3.31% SVB +3.95% First Republic Bank +1.61%
Berkshire Hathaway +0.16% JP Morgan +2.13% Morgan Stanley +1.74% Goldman Sachs +1.18% Black Rock +1.78% Charles Schwab +3.58% Invesco +1.60%
6. หุ้นกลุ่ม underperform ตลาด 3 อันดับสูงสุดได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงาน -0.66% ส่วนกลุ่มเชิงรับอย่างเฮลท์แคร์ +0.02% และอสังหาริมทรัพย์ +0.05%
Exxon Mobil -0.44% Chevron -0.33% Conoco Phillips -0.96% Occidental -2.17%
7. หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นได้ดีแม้ว่าจะมีประเด็นความกังวลที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิมครั้งหน้า
Apple +2.08% Microsoft +1.64% Alphabet +2.77% Amazon +2.10% Meta +2.44% Netflix +2.22% Adobe +2.84% Salesforce +2.10% Visa +0.66% Mastercard +1.14%
หุ้น Innovation ปรับตัวขึ้นได้ดี นำโดย Tesla ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น จากการตอบรับการเปิดโรงงานแบตเตอรี่ใหม่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และมีแนวโน้มที่ Tesla จะขยายตลาดหรือ Market Share ในยุโรปได้มากขึ้น
Tesla +7.91% Lucid Group +4.96% Roku +4.17% Teladoc Health +4.78% Block (Square) +5.17% Zoom +2.51% Spotify +5.02% Twilio +3.62% Coinbase +5.24% Robinhood +2.84% Unity Software +3.46% Shopify +6.37%
หุ้น Semiconductor ปรับตัวผสมผสาน
Nvidia -0.79% AMD -0.98% Intel +2.11% Micron +0.98% Qualcomm +1.30% Broadcom +1.67%
8. ETF ด้าน Technology & Innovation ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี
ARK Innovation (ARKK) +4.67% ARK Fintech (ARKF) +4.47% PowerShares WilderHill Clean Energy (PBW) +1.88% iShares PHLX Semiconductor (SOXX) +0.55% SPDR S&P Kensho Smart Mobility (HAIL) +2.13% VanEck Vectors Video Gaming and eSports (ESPO) +2.90% Global X Cybersecurity (BUG) +2.73% และ KraneShares CSI China Internet (KWEB) +8.07%
9. หุ้นจีนและเอเชียที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่น โดย Alibaba ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงหลังมีประกาศซื้อหุ้นคือ ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Alibaba +11.00% Baidu +5.39% Coupang +4.51% Didi Global -3.85% iQIYI +24.40% JD +5.35% Luckin Coffee +7.17% NetEase +6.52% Pinduoduo +18.85% SEA +8.99% TAL Education +12.41% TSMC +0.11% Nio +7.45% Xpeng +6.19%
10. S&P500 VIX Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่องติดต่อกัน 6 วันทำการ นับว่าเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันสูงสุดในปี 2022 โดยปิดที่ 22.94 จุด (-2.51%)
ด้าน Nasdaq 100 VIX ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยปิดที่ 27.71 จุด (-3.31%)
ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวที่ 98.50 จุด
ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุดกรอบ 1,920-1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,919 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ค่าเงินบาทผันผวนเล็กน้อย โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 33.465 บาทต่อดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงหลุดระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยล่าสุดราคาอยู่ที่ 108.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มาภาพ :
#LHBankAdvisory

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา