25 มี.ค. 2022 เวลา 06:38 • ประวัติศาสตร์
"เกียงอุย" ยอดขุนพลคนสุดท้ายแห่งสามก๊กผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของขงเบ้ง
เกียงอุย มีชื่อรองว่า ป๋อเยว เป็นชาวเมืองเทียนซุย อำเภอเอ๊กก๋วน ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองหนึ่งในมณฑลกานซู่ เป็นผู้ที่มีสติปัญญาหลักแหลม รอบรู้พิชัยสงคราม เชี่ยวชาญการศึกและเก่งกาจในเพลงอาวุธ มีความกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดา หน้าตาดี ไม่ใฝ่ในทางโลภ เคยซ้อนกลขงเบ้ง จนขงเบ้งยังต้องระแวง อุปนิสัยส่วนตัวซื่อสัตย์ มีน้ำใจดี กล้าหาญ พร้อมพลีชีพเพื่อราชวงศ์ฮั่น
เกียงอุยมีพ่อเป็นขุนนางคนหนึ่งของเมืองเทียนซุย นามว่า เจียงจ่วง สิ้นชีพเมื่อเผ่าเชียงก่อจลาจล เกียงอุยจึงอาศัยอยู่กับแม่โดยลำพัง แต่เดิมนั้นเกียงอุยรับราชการอยู่กับม้าจุ้น เจ้าเมืองเทียนซุย ซึ่งอยู่ในแคว้นการปกครองของวุยก๊ก ปี พ.ศ. 770 ขงเบ้งยกทัพมาเพื่อที่จะปราบวุยก๊ก ยกพลมาถึงเมืองเทียนซุย เกียงอุยวางแผนต่อต้านขงเบ้ง ขงเบ้งเสียท่าเกียงอุยหลายครั้ง แต่ในที่สุดขงเบ้งวางแผนจับเกียงอุย โดยโจมตีอำเภอเอ๊กก๋วน เพื่อแยกตัวเกียงอุยออกมา เกียงอุยเป็นห่วงมารดา จึงวิงวอนกับม้าจุ้นว่าจะขออาสานำทหารไปป้องกันอำเภอเอ๊กก๋วน รักษาอำเภอนั้นจนเสบียงใกล้จะหมด หลงกลอุบายของขงเบ้งจนสิ้นท่า ขงเบ้งชื่นชมและให้เกียรติแก่เกียงอุยเป็นอย่างมาก เกียงอุยซาบซึ้งจึงสวามิภักดิ์
เกียงอุยเป็นทหารคนสนิทใกล้ชิดขงเบ้งมากที่สุด ถ้าขงเบ้งไปที่ศึกไหนเกียงอุยย่อมอยู่ด้วยเสมอ ๆ ประกอบด้วยเกียงอุยเป็นคนสนิทและไว้ใจได้มากที่สุด ดังนั้นขงเบ้งจึงได้ถ่ายทอดวิชาที่เขารู้มากมายให้แก่เกียงอุย เกียงอุยจึงมีความรู้มากขึ้น ครั้นขงเบ้งรู้ตัวว่าชะตาตนเองไปไม่รอดแล้ว ก็มอบหมายให้เกียงอุยทำนุบำรุงแผ่นดินฮั่นแทนตน โดยให้เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเสฉวนแทน ซึ่งมีอำนาจทางการทหารทั้งหมด
"ยุทธศาสตร์ของเกียงอุย"
เกียงอุย คือคนที่ยอดอัศวินจูล่งยอมรับในฝีมือการรบ ขงเบ้งยอมรับในสติปัญญา ชาวบ้านชาวช่องยอมรับในความกตัญญู เกียงอุยผู้นี้มีส่วนสำคัญมากต่อการดำรงอยู่ของจ๊กก๊กภายหลังสิ้นขงเบ้งไปแล้วถึง 30 ปี
ด้วยสภาพแวดล้อม ลักษณะของผู้นำและเหล่าขุนนางที่รักความสุขสบาย การเมืองภายในเป็นสิ่งที่เกียงอุยเข้าไม่ถึง เพราะเขาเป็นคนจากเมืองอื่น เป็นดังนักการเมืองย้ายค่าย (เคยอยู่ฝ่ายวุยก๊กมาก่อน) เขาไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก คงเหลือแต่เพียงอำนาจทางการทหาร ที่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของเขา
แม้การตั้งรับอยู่ในเมืองจะเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นวิถีทางที่สะดวกสบาย ง่ายดายที่สุด แต่การปล่อยให้ประเทศให้ว่างเว้นจากการฝึกฝนเตรียมการศึก ย่อมไม่เป็นผลดี และในภาวะเช่นนี้ หากมัวแต่อยู่ในบ้านแล้ว วันใดเกิดถูกข้าศึกล้อมไว้ ขวัญและกำลังใจอันน้อยนิดตามแบบฉบับของชาวเสฉวนย่อมไม่คิดสู้รบเป็นแน่ (ดังเช่นที่ปรากฏขึ้นในภายหลัง เมื่อเตงงายนำกำลังพลมาเพียง 2,000 นาย แล้วเล่าเสี้ยนยอมแพ้ง่าย ๆ โดยไม่คิดสู้รบ)
เกียงอุยรู้ถึงจุดอ่อนนี้ดี ศิษย์เอกของพญามังกรไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเลือกเป็นฝ่ายรุก เลือกเดินเกมก่อน เพื่อกุมความได้เปรียบ เพื่อให้เขาสามารถเป็นฝ่ายเลือกสมรภูมิ และทำให้ศัตรูต้องคอยไล่ตามแก้ปัญหาที่เขาปล่อยโจทย์เข้าไป รวมทั้งเป็นการขยายแนวรับ โดยใช้แนวรุก ยิ่งไกลเสฉวน ยิ่งมากก็ยิ่งดี นี่คือที่มาถึงข้อสันนิษฐานว่าเกียงอุยใช้ยุทธศาสตร์ “การตั้งรับที่ดีที่สุดคือการรุก”
"รุกบุกเหนือ 8 ครั้ง"
เกียงอุยสร้างแนวรับ ด้วยการใช้การรุกบุกเข้าในในดินแดนของศัตรู สร้างความปั่นป่วนให้กับวุยก๊กเป็นอันมาก วุยก๊กในยุคนั้น ตั้งตัวแทบไม่ติด เมื่อเจอกองทัพของเกียงอุยเปิดเกมรุก ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี วุยก๊กไม่เคยเป็นฝ่ายบุกเลยเพราะต้องเล่นตามเกมของเกียงอุย ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) มีการรุกขึ้นเหนือทั้งหมด 8 ครั้ง ตามเหตุและตามผล ดังนี้
- เกียงอุยยกทัพครั้งแรก เพราะพระเจ้าโจยอยตาย พระเจ้าโจฮองเพิ่งขึ้นครองราชย์ สุมาอี้ไล่กำจัดกลุ่มอำนาจเก่าอย่างโจซอง จนแฮหัวป๋าต้องหนีมาอยู่ด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องแตกพ่ายเพราะกองทัพเกี๋ยงที่นัดไว้ไม่มาช่วย ทำให้แผนต่าง ๆ ที่วางไว้ล้มเหลว
- จูกัดเก๊ก มหาอุปราชเมืองง่อทำหนังสือชวนเกียงอุยให้ช่วยกันโจมตีวุยก๊ก จูกัดเก๊กรบกับสุมาสู แต่ตายเพราะถูกการเมืองภายในเล่นงาน ส่วนเกียงอุยรบไล่ต้อนสุมาเจียว จนมุมอดน้ำอดอาหารอยู่บนเขา แต่เทพดาไม่เป็นใจ เสกน้ำให้สุมาเจียวรอดชีวิต เกียงอุยจึงถูกตีแตกพ่ายไป
- พระเจ้าโจฮอง และสุมาสูตาย โจมอและสุมาเจียวขึ้นแทน การเมืองภายในวุยก๊กอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยน เกียงอุยจึงบุกเหนือครั้งที่ 3 แต่ไม่อาจตีเตงงายที่เมืองเตกโตเสียได้ และถูกอุบายจนต้องถอยทัพกลับ
- เกียงอุยยกทัพไปเขากิสานตามเหตุ 5 ประการ คือ มีกำลังใจดี , ชำนาญสงคราม , บุกทางเรือไม่เหนื่อยล้า , ชัยภูมิได้เปรียบ และ มีเสบียงอาหารบริบูรณ์ แต่เตงงายก็รู้ถึงเหตุทั้ง 5 นี้เช่นกัน และเตรียมรับมือเกียงอุยเป็นอย่างดี สุดท้ายจึงโจมตีเกียงอุยจนล่าถอยไปได้สำเร็จ
- สุมาเจียวกำเริบ จูกัดเอี๋ยนทนเห็นพระเจ้าโจมอถูกคุกคามไม่ได้จึงก่อกบฎหวังโค่นล้มสุมาเจียว เกียงอุยเห็นเป็นโอกาสจึงบุกวุยก๊กครั้งที่ 5 ที่เมืองเตียงเสีย แต่ถูกอุบายของเตงงาย แกล้งไม่ออกรบเพื่อถ่วงเวลารอกองทัพหนุนจากเมืองหลวง เกียงอุยรู้ว่าสู้ไม่ได้จึงถอยทัพกลับ
- พระเจ้าซุนฮิว ส่งหนังสือมาเตือนพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้ระวังสุมาเจียวที่กำลังจะยึดอำนาจที่เมืองลกเอี๋ยง เกียงอุยเห็นเป็นทีจึงขอยกทัพไปตี ที่เขากิสาน ก็เจอกับเตงงายคู่ปรับเก่า เกียงอุยเอาชนะเตงงายด้วยค่ายกลพยุหะ แต่ต้องถูกเรียกตัวกลับ เพราะเล่าเสี้ยนหลงเชื่อคำของฮุยโฮขันที ว่าเกียงอุยจะหนีไปเข้าอยู่กับสุมาเจียว
- สุมาเจียวออกอุบายสังหารพระเจ้าโจมอเพื่อเตรียมการชิงราชสมบัติ เมื่อพระเจ้าโจมอตายก็ยกเอาโจฮวนขึ้นแทนไปพลาง เกียงอุยเห็นว่าวุยก๊กเริ่มสั่นคลอน จึงยกทัพครั้งที่ 7 รบชนะเตงงาย และสังหารอองก๋วนได้ แต่เสบียงหมด จึงต้องยกทัพกลับ
- การเมืองในวุยก๊กยังปั่นป่วน ประกอบกับการศึกครั้งล่าสุดเกียงอุยเป็นฝ่ายได้เปรียบ เขาจึงจัดทัพบุกเหนืออีกครั้ง ที่เมืองเตียวเจี๋ยง ครั้งนี้แฮหัวป๋าตายในการรบ แต่เกียงอุยก็ล้อมเตงงายให้จนมุมที่เขากิสาน จวนเจียนจะได้ชัย แต่ก็กลับมีหมายรับสั่งจากพระเจ้าเล่าเสี้ยนเรียกตัวเกียงอุยกลับ รวมถึง 3 ฉบับ เกียงอุยจำใจยอมยกทัพกลับ สาเหตุมาจากเล่าเสี้ยนเชื่อฟังคำฮุยโฮขันที คิดจะปลดเกียงอุย แล้วเอาเงียมอู เด็กในสังกัดเป็นแม่ทัพแทน เกียงอุยน้อยใจและเห็นว่าอยู่ในเมืองเสฉวนไม่ได้แล้วจึงขอไปตั้งกองกำลังอยู่ที่เมืองหลงเส
เกียงอุยเป็นผู้นำการรุกบุกเข้าตีวุยก๊ก ทั้งหมดรวมถึง 8 ครั้ง เป็นระยะเวลาเกือบ ๆ 30 ปี คิดถัวเฉลี่ยก็จะได้ประมาณ 4 ปีบุกตีครั้งนึง .... เมื่อเอาเวลามาจับ คิดแล้วก็ไม่มากไม่น้อยเกินไปในภาวะสงครามเช่นนี้
ทั้งนี้การบุกแต่ละครั้ง เกียงอุยจะเลือกบุกในช่วงที่วุยก๊กอ่อนแอที่สุด หรือมีปัญหาภายในแทบทุกครั้ง เพราะนี่คือโอกาสทองที่เหมาะสมที่สุดในการโจมตี เห็นได้ว่าเกียงอุยมีความเข้าใจในจังหวะแห่งการริเริ่มสงครามเป็นอย่างดี ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้า โยนหัวโยนก้อยบุกแต่อย่างใด
ในศึกครั้งสุดท้ายซึ่งนับเป็นศึกครั้งที่ 9 ไม่ใช่การรุกแต่เป็น "การตั้งรับครั้งแรก" ของจ๊กก๊ก สุมาเจียวรู้ว่าการเมืองในราชสำนักจ๊กก๊กเหลวแหลก เกียงอุยต้องลี้ภัยไปอยู่หลงเส เขาไม่รอช้า มอบหมายให้จงโฮยและเตงงาย บุกเข้าตีเสฉวนทันที
เกียงอุยจัดทัพตั้งรับอย่างสุดความสามารถ รวมทั้งมีใบบอกแจ้งข่าวให้พระเจ้าเล่าเสี้ยนเตรียมการรับศึก แต่ฮุยโฮกลับยุยงไม่ให้เล่าเสี้ยนเชื่อเกียงอุย รวมทั้งยังนัดหมายคนทรงมาดูดวงเมืองให้ ว่าจะอยู่รอดปลอดภัยไร้กังวล ... ผลก็เป็นอย่างที่ทราบ ... จ๊กล่มเป็นก๊กแรกอย่างไม่มีวันหวนกลับ...
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนะครับขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะครับ ขอบคุณครับ😊🙇"
Resources : Wikipedia, สามก๊กวิทยา
เรียบเรียงเนื้อหา/นำเสนอบทความโดย : "สาระหลากด้าน"
โฆษณา