Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
no name
•
ติดตาม
26 มี.ค. 2022 เวลา 06:58 • กีฬา
[ คนเป็นข่าว : รู้จักกับ 'เชาว์วัฒน์ วีระชาติ' ]
ว่าที่ขาประจำทีมชาติไทยคนต่อไป...
เจ้าของรางวัล 'แมน ออฟ เดอะ แมตช์' จากเกมอุ่นเครื่องที่ทีมชาติไทย เอาชนะเนปาล ไปได้ 2-0 อาจจะเป็นที่รู้จักของแฟนฟุตบอลชาวสยามน้อยไปนิด ว่าแล้ว 'Cheerball' จึงขอนำเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ของ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กองกลางจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มาให้คุณผู้อ่านได้รับทราบกัน
ละอ่อนน้อยจากจังหวัดเชียงใหม่ แต่ไปเติบใหญ่ในสถาบันเยาวชนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
เชาว์วัฒน์ เริ่มต้นกับมงต์ฟอร์ด โรงเรียนชื่อดังของเชียงใหม่ ที่ ภาณุพงษ์ วงศ์ษา อดีตกัปตันทีมชาติไทย เคยผ่านการใช้ชีวิตที่นี่มาเช่นกัน
ทว่าด้วยความที่เก่งเกินวัย เขาจึงถูกชักชวนให้ไปฝึกศาสตร์ลูกหนังแบบเข้มข้นที่อะคาเดมี่ของปราสาทสายฟ้า
ผลงานในระดับเยาวชนของเขาคือการเป็นคีย์แมนของ บุรีรัมย์ ชุดแชมป์ โค้ก คัพ 2013 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ และ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา อยู่ในทีม
ด้วยฟอร์มระดับนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า เชาว์วัฒน์ จะถูกเรียกติดทีมชาติชุดเยาวชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยู-16, ยู-19, ยู-21 และยู-23
ความเก่งกาจของกองกลางชาวเหนือ นั้นทำให้เขาได้ประเดิมสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพตั้งแต่ตอนที่ตนเองอายุเพียง 18 ปี โดยลงให้กับ สุรินทร์ ซิตี้ ในฐานะผู้เล่นยืมตัวจาก บุรีรัมย์
จากความยอดเยี่ยมเกินวัย เชาว์วัฒน์ ถูกดึงกลับมาอยู่กับทัพปราสาทสายฟ้าชุดใหญ่และก็อยู่ในทีมชุดแชมป์ ไทยลีก ซีซั่น 2014 และ 2015
แถมในปี 2015 เขาได้กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุด (19 ปี) ของทีมชาติไทย ชุดคว้าเหรียญทอง ซีเกมส์ ที่ประเทศสิงคโปร์
โดยหลายๆ คนในทีมชุดนั้นก็ก้าวมาเป็นตัวหลักของทีมชาติชุดใหญ่ในทุกวันนี้ทั้ง สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ทริสต็อง โด และ ชนาธิป สรงกระสินธ์
อย่างไรก็ตาม ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เชาว์วัฒน์ ต้องไปแข่งขันด้วยสภาพจิตใจที่บอบช้ำ เนื่องจากต้องสูญเสียคุณแม่ที่ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง ทว่าเขาได้ให้คำมั่นกับมารดาของตัวเองว่าจะคว้าเหรียญทองกลับมาให้ได้ จึงสวมหัวใจสิงห์ฝ่าฟันจนสำเร็จด้วยการได้แชมป์กลับเมืองไทย
ด้วยความที่ถูกมองว่าจะมีอนาคตอันรุ่งโรจน์บนเส้นทางลูกหนัง ทำให้เขาต้องแบกความกดดันไว้บนสองบ่า หลังจากได้แชมป์ ซีเกมส์ 2015 กลับมา อะไรๆ ดูเหมือนว่าจะสดใสดั่งใจนึก
แต่ไม่เลย เพราะโอกาสในการลงเล่นกับ บุรีรัมย์ ในซีซั่น 2016 นั้นน้อยนิด เพราะเวลานั้นปราสาทสายฟ้ามีทั้ง สุรัตน์ สุขะ, สุเชาว์ นุชนุ่ม, จักรพันธ์ แก้วพรหม และ โก ซึล-กี อยู่ในทีม ซึ่งแต่ละรายนั้นคือเบอร์ต้นๆ ของสยามประเทศทั้งนั้น
ทางออกที่ดีที่สุดคือการย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่ เขาจึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับ บางกอกกล๊าส เอฟซี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) ในปี 2017
กับทีมกระต่ายแก้ว เชาว์วัฒน์ ได้โอกาสมากขึ้น และแค่ฤดูกาลแรกก็มีส่วนร่วมไปถึง 25 เกม และยิงได้ 2 ประตู ก่อนจะเป็นแกนหลักของทีมชาติไทย ชุดคว้าเหรียญทองใน ซีเกมส์ 2017
กราฟชีวิตของเขาเริ่มพุ่งพรวด เพราะปีต่อมา (2018) ก็ถูก บีจี ปทุม ส่งไปเล่นกับ เซเรโซะ โอซากะ สโมสรพันธมิตรที่ญี่ปุ่น ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี
แม้ว่าท้ายที่สุด เชาว์วัฒน์ จะไม่สามารถก้าวไปถึงทีมชุดใหญ่ของ เซเรโซะ ได้สำเร็จ แต่ประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 12 เดือน นั้นสั่งสมให้เขาเติบโตขึ้นมากกว่าเดิม
ซีซั่น 2019 เขากลับมาอยู่กับต้นสังกัดเดิมอีกครั้ง ทว่าทีมกระต่ายแก้วต้องร่วงไปอยู่ใน ไทยลีก 2 แบบเหลือเชื่อ
แต่มันก็ทำให้มิดฟิลด์เท้าซ้ายคนนี้ได้ลงเล่นมากขึ้น และก็เป็นกำลังสำคัญพา บีจี ปทุม คว้าแชมป์ลีกรองและหวนคืนลีกสูงสุดได้ในฤดูกาลเดียว
ฤดูกาล 2020 เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเคียงข้าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สุมัญญา ปุริสาย ในช่วงเลกแรก จนฟอร์มเด่นจัดจนชัดไปเข้าตาของ อเล็กซานเดร โพลกิ้ง ซึ่งเวลานั้นได้รับมอบหมายให้เป็นเฮดโค้ชของทีม ไทยลีก ออลล์-สตาร์ ที่จะลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย
เชาว์วัฒน์ คือหนึ่งใน 5 ของนักเตะไทย ที่ถูกใจแม่ทัพใหญ่ของช้างศึกคนปัจจุบันจนต้องเรียกสู่ทีมชุดนั้น
อย่างไรก็ตาม การย้ายมา บีจี ปทุม ของ สารัช อยู่เย็น แบบ 'สุดช็อก' วงการลูกหนังไทย ในช่วงเลกที่สองของฤดูกาล 2020-21 ทำให้หลายๆ คนคิดว่าโอกาสของ เชาว์วัฒน์ อาจจะน้อยลงอีกครั้ง
ท่ามกลางข่าวลือว่ามีหลายสโมสรต้องการลายเซ็นของกองกลางเลือดล้านนา ทว่าเขาตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญากับทีมกระต่ายแก้วไปอีก
แม้ว่าการที่ สารัช ย้ายมาในช่วงแรกจะทำให้เขาต้องตกไปนั่งสำรองอยู่บ่อยครั้ง แต่นั้นไม่ได้ทำให้ เชาว์วัฒน์ ท้อถอย หากแต่ยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างขะมักเขม้นต่อไปเรื่อยๆ
กระทั่งซีซั่นปัจจุบัน (2021-22) ผลของความพยายามและตั้งใจของเขาก็ออกดอก-ออกผลเมื่อได้กลายเป็นกองกลางตัวหลักของ บีจี ปทุม ได้สำเร็จ แถมยังลงเล่นไปแล้ว 26 เกม และยังทำไปถึง 7 แอสซิสต์ มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ใน ไทยลีก
แน่นอนว่าฟอร์มขนาดนี้มีหรือจะหลุดรอดสายตา โพลกิ้ง ที่ชื่นชอบฝีเท้าของ เชาว์วัฒน์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้ว่าในชุด ซูซูกิ คัพ 2020 จะหลุดโผ แต่ล่าสุดกับการอุ่นเครื่องในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ เดือนมีนาคม เขาคือชื่อแรกๆ ที่เทรนเนอร์ทัพช้างศึกเรียกเข้ามา
มิดฟิลด์หมายเลข 6 ตอบแทนความไว้ใจและความเชื่อมั่นของเทรนเนอร์ชาวบราซิลเยอรมัน ด้วยการเดินเกมในแดนกลางอย่างเนียนตา ก่อนจะยิงได้อีก 1 ประตู และตนเองก็ได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์
ผลงานระดับนี้ เชื่อเลยว่าการแข่งขันของแผงมิดฟิลด์ทีมชาติไทย นั้นจะเดือดขึ้นอีกแน่ เพราะที่มีอยู่ในตอนนี้แต่ละรายก็เก่งกาจมากๆ อยู่แล้ว
สารัช, ฐิติพันธ์, ธนบูรณ์, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, วีระเทพ ป้อมพันธ์, พิชา อุทรา, ปกเกล้า อนันต์, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี และ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ชื่อเหล่านี้คือบรรดาขาประจำของชุดใหญ่
แต่ตอนนี้ต้องเพิ่ม เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กองกลางคลาสสิกคนนี้เข้าไปอีกคนแล้วล่ะ
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
www.cheerball.com/news/talk
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
Line :
https://line.me/R/ti/p/@cheerballth
Facebook :
www.facebook.com/cheerball
Twitter :
www.twitter.com/cheerballth
Website :
www.cheerball.com
Youtube :
www.youtube.com/cheerballth
ขอบคุณครับ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย