6 เม.ย. 2022 เวลา 12:00 • กีฬา
นักเตะปีศาจแดงกับบัลลงดอร์ United Trinity 3 ประสานแรกที่ได้บัลลงดอร์
EP.1 ราชันสตั๊ดเหินหาว Denis Law
ถ้าเรานึกถึง 3 ประสานที่เล่นด้วยกันแล้วได้บัลลงดอร์ หลายคนอาจนึกถึงสามประสาน 3R Ronaldo (1997 กับ 2002) Ronaldinho (2005) Rivaldo (1999) ที่เป็นแกนหลักพาบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 มาครอง หรือแนวรุก Real Madrid ยุค Galaticos Zinedine Zidane (1998) Luis Figo (2000) Ronaldo (2002) หรืออาจนึกถึงสามทหารเสือดัตช์ แกนหลักพาฮอลแลนด์คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 1988 ที่สามารถยึดโพเดี้ยมอันดับ 1-3 ของรางวัลบัลลงดอร์ในปี 1988 ไว้ได้ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง 3 ประสานแรกของโลกที่ได้บัลลงดอร์ “United Trinity”
1
United Holy Trinity อันประกอบไปด้วย George Best, Denis Law, Bobby Charlton เป็นที่รู้จักของแฟนแมนยูและแฟนบอลพรีเมียร์ลีกหลายๆคน เนื่องจากเป็นรูปปั้นที่หน้าสนาม Old Trafford ก็คือรูปปั้นของตำนานนักเตะ 3 คนนี้
1
United Holy Trinity
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมี นักเตะที่เคยคว้าบัลลงดอร์ทั้งหมด 4 คน คือ 3 ผู้เล่นจาก United Trinity และ Cristiano Ronaldo ในวันนี้เราจะพามาดูนักเตะ United Trinity คนแรกที่สามารถคว้าบัลลงดอร์จากทั้งหมด 3 คนนั่นก็ คือ Denis Law
1
Denis Law นักเตะชาวสกอตแลนด์เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับทีมฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในวัย 15 ปี Denis Law ลงเล่นกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทั้งหมด 4 ฤดูกาล โดยเป็นการลงเล่นในดิวิชั่น 2 หรือลีกรองทั้งหมด ลงเล่นทุกรายการไป 91 นัด ทำไป 19 ประตู
ก่อนจะย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 1960 ทำให้เขาได้สัมผัสการเล่นลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษเป็นครั้งแรก คือ ดิวิชั่น 1 ในขณะนั้น Law มีสถิติที่ดี เขาอยู่กับ แมนซิตี้ 2 ฤดูกาล ลงเล่นทุกรายการรวม 50 นัด ยิง 25 ประตู เป็นดาวซัลโวประจำทีมแมนซิตี้ ในฤดูกาล 1960/61 ก่อนจะย้ายข้ามประเทศ ไปเล่นใน Calcio Seria A กับ โตริโน่ ด้วยค่าตัว 110000 ปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติการย้ายทีมที่ค่าตัวแพงที่สุดในสหราชอาณาจักร ผลงานในฤดูกาล 1961/62 Law ลงสนามให้โตริโน่ทุกรายการไป 28 นัด ทำ 10 ประตู เป็นดาวซัลโวประจำทีมโตริโน่
1
ก่อนที่เขาจะกลับมายังเมืองแมนเชสเตอร์ สถานที่แจ้งเกิดในวงการฟุตบอลของ Denis Law แต่เป็นฝั่งยูไนเต็ดที่คว้าตัว Law มาได้
แมนยูหลังจากที่เคยคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาแล้ว 5 สมัย รวมถึง สามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ 2 สมัยติดในฤดูกาล 1955/56 และ 1956/57 กลับต้องมาพบกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน คือโศกนาฏกรรมมิวนิคในปี 1958 ที่ได้คร่าชีวิตนักเตะปีศาจแดงไปถึง 8 คน ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนสถานะจากทีมหัวตารางที่มีสิทธิลุ้นแชมป์ตลอดลดมาเป็นทีมกลางตาราง มีบางฤดูกาลที่ต้องไปดิ้นรนหนีตกชั้น แมนยูต้องเริ่มสร้างทีมโดยยอดกุนซืออย่าง Matt Busby และนักเตะผู้ที่รอดชีวิตจากโศกนาฎกรรมมิวนิคอย่าง Bobby Charlton
ฤดูกาล 1961/62 ปีศาจแดงจบอันดับที่ 15 จาก 22 ของตาราง และแล้วความเปลี่ยนแปลงได้เริ่มเกิดขึ้น
ในฤดูกาล 1962/63 แมนยูได้ทุ่มเงิน 115000 ปอนด์ ซื้อ Denis Law จากโตริโน่เข้าร่วมทีมซึ่งเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น
18 สิงหาคม 1962 Denis Law ได้เล่นแมตช์แรกกับทัพปีศาจแดง ในฤดูกาลนี้ Law แทบจะไม่ต้องทำการปรับตัว เนื่องจากเคยเล่นที่ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษมาแล้ว เพียงฤดูกาลแรกในลีก Law ลงเล่น 38 นัด ทำไป 23 ประตู รวมทุกรายการลงเล่น 44 นัด ทำ 29 ประตู เป็นดาวซัลโวประจำทีมแมนยู แม้ผลงานในลีกจะไม่น่าจดจำเนื่องจากจบอันดับที่ 19 จาก 22 จากโซนตกชั้นเพียง 1 แต้ม แต่ในฟุตบอลถ้วยพวกเขาสามารถคว้าแชมป์แรกหลังจากโศกนาฎกรรมมิวนิค และเป็นแชมป์แรกในรอบ 6 ปี พวกเขาสามารถเอาชนะ เลสเตอร์ 3-1 ในนัดชิง คว้าแชมป์ FA Cup ไปครอง โดยที่ Law ยิงประตูชัยในรอบรองชนะเลิศที่เฉือนชนะ เซาท์แฮมตั้น 1-0 และ ยิง 1 ประตูในนัดชิง ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้ชื่อของ Denis Law ขึ้นไปอยู่ในโพเดี้ยมอันดับ 4 ของรางวัลบัลลงดอร์ปี 1963
Denis Law 1962/63
ในฤดูกาล 1963/64 Law ที่กำลังอยู่ใน่ช่วงเครื่องร้อนกำลังเดินหน้าล่าตาข่ายให้กับกองทัพปีศาจแดง ในฤดูกาลนี้เขาทำได้ยอดเยี่ยมกว่าฤดูกาลที่แล้ว ในลีกลงเล่น 30 นัด ทำไป 30 ประตู ทุกรายการลงเล่น 42 นัด ทำ 46 ประตู Law พาแมนยูจบสูงถึงอันดับ 2 ของดิวิชั่น 1 โดยพลาดแชมป์ให้คู่อริอย่างลิเวอร์พูล แม้ว่าในดิวิชั่น 1 อังกฤษ Law จะเป็นรองดาวซัลโวตามหลัง Jimmy Greaves ที่ซัดในลีกไปถึง 35 ประตู
1
แต่เมื่อรวมทุกรายการแล้วจำนวน 46 ประตู ทำให้ Denis Law กลายเป็นเป็นนักเตะที่ยิงได้มากที่สุดของทวีปยุโรปในฤดูกาลนี้ (รองเท้าทองคำยุโรปมีการมอบให้ครั้งแรกในฤดูกาล 1967/68) ด้วยการถล่มประตูที่ยอดเยี่ยม ค่าเฉลี่ยการทำประตูมากกว่า 1.1 ประตูต่อนัด ส่งผลให้ในปี 1964 Denis Law คว้ารางวัลบัลลงดอร์โดยเอาชนะ Luis Suarez นักเตะทีมชาติสเปน ของอินเตอร์ มิลาน ไปด้วยคะแนน 61 – 43 ทำให้ Law เป็นนักเตะคนแรกของปีศาจแดงแมนยู ที่เคยคว้ารางวัลบัลลงดอร์
1
หนังสือพิมพ์ France Football ฉบับ Ballon Dor 1964
และจนถึงตอนนี้ Denis Law ก็ยังเป็นนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์คนแรกและคนเดียวที่เคยคว้ารางวัลบัลลงดอร์ (King Kenny Dalgrish ตำนานของลิเวอร์พูลเคยได้อันดับที่ 2 ในบัลลงดอร์ปี 1983)
Denis Law บัลลงดอร์ 1964
หลังจากเพียง 2 ฤดูกาล Law สามารถถล่มตาข่ายให้กองทัพปีศาจแดงไปได้มากกว่า 75 ประตู และแล้วในฤดูกาล 1964/65 สิ่งที่ Law และแฟนปีศาจแดงหลายคนรอคอยก็มาถึง หลังจากที่ต้องพลาดแชมป์ให้คู่อริอย่างลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่แล้ว ฤดูกาลนี้พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาครองได้สำเร็จ เป็นแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษสมัยที่ 6 และเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีของกองทัพปีศาจแดง แต่ต้องลุ้นหืดจับกับ ลีดส์ ชนิดที่ว่าตัดสินกันที่ประตูได้ (สมัยนั้นตัดสินกับที่ประตูที่ยิงได้อย่างเดียว ไม่ใช่ประตูได้-เสีย) Law ลงเล่นในลีก 36 นัด ทำไป 28 ประตู ทุกรายการลงเล่น 52 นัด ทำ 39 ประตู เป็นรองดาวซัลโวลีกดิวิชั่น 1 และเป็นดาวซัลโวประจำทีมของแมนยู
Denis Law กับแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรก
ฤดูกาล 1965/66 ฟอร์มของ Law เริ่มตก ลงเล่นในลีก 33 นัด ทำไป 15 ประตู ทุกรายการลงเล่น 49 นัด ทำ 24 ประตู ฟอร์มยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แมนยูจบที่อันดับ 4 ของดิวิชั่น 1 ได้แชมป์ Charity Shield แต่ Law ยิงประตูได้มากที่สุดเป็นที่ 2 ของทีม
ฤดูกาล 1966/67 แมนยูกลับมาผลาดครองอังกฤษได้อีก พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาครองโดยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษสมัยที่ 7 และเป็นแชมป์ครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยจำนวน 7 สมัยถือว่าได้มากที่สุดในอังกฤษขณะนั้นร่วมกับอาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล
โดยการคว้าแชมป์รอบนี้ไม่หืดจับเหมือนสมัยที่ 6 พวกเขาคว้าโทรฟี่มาครองได้นัดรองสุดท้าย ชนะรองแชมป์ น็อตติงแฮม โดยสถิติส่วนตัวของ Denis Law ลงเล่นในลีก 36 นัด ทำไป 23 ประตู ทุกรายการลงเล่น 38 นัด ทำได้ 25 ประตู และ Law ก็ได้เป็นดาวซัลโวประจำทีมปีศาจแดงอีกตามเคย โดยฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ 4 แล้ว ที่เขาเป็นดาวซัลโวประจำทีม
การเป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 ของแมนยูครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้สิทธิไปเล่น ยูโรเปี้ยน คัพ ในฤดูกาล 1967/68 (ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปัจจุบัน) และแล้วประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการฟุตบอลอังกฤษได้ถือกำเนิดขึ้น
ในฤดูกาล 1967/68 Denis Law ได้ลงสนามน้อยลงเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้เริ่มเข้ามารบกวนชีวิตการค้าแข้งของเขา ลงเล่นในลีก 23 นัด ทำไป 7 ประตู ทุกรายการลงเล่น 28 นัด ทำได้ 10 ประตู ปีนี้ Law ทำประตูได้มากเป็นอันดับที่ 5 ของทีม ในลีกดิวิชั่น 1 พวกเขาพลาดการป้องกันแชมป์ โดนคู่อริร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกแซงในนัดรองสุดท้ายของฤดูกาล และเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปในนัดสุดท้าย
แต่เส้นทางในฟุตบอลยุโรปของพวกเขายังไม่จบ ในยูโรเปี้ยน คัพ รอบรองชนะเลิศ พวกเขาผ่านด่านเรอัล มาดริด แชมป์ยุโรป 6 สมัยมาในตอนนั้นมาได้ ก่อนจะเข้าชิงกับเบนฟิก้าทีมดังจากโปรตุเกสที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 2 สมัย เกมในเวลา 90 นาที เสมอกันที่ 1-1 ก่อนที่ในช่วงต่อเวลาพิเศษ กองทัพปีศาจแดงจะทำได้ดีกว่าไล่ถล่มเบนฟิก้าไปอย่างขาดรอยไป 4-1 สร้างสถิติเป็นทีมแรกจากลีกอังกฤษที่สามารถคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์มาครอบครองเอาไว้ได้ แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บของ Law ทำให้เขาพลาดการลงสนามทั้งในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ
1
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ถ้วยบิ๊กเอียร์ปี 1968 (Denis Law นั่งอยู่ด้านขวาของ Matt Busby ในภาพ)
การได้แชมป์ยุโรปของแมนยูครั้งนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเตะผีแดงอีกคนหนึ่งสามารถก้าวไปคว้าบัลลงดอร์ได้
แต่ทว่าหลังจากที่ได้แชมป์ European Cup ฟอร์มของแมนยูก็เรียกได้ว่าจากสูงสุดคืนสู่สามัญแบบแท้จริง พวกเขาต้องวนเวียนอยู่กับโซนกลางตารางอยู่หลายฤดูกาล
กลางฤดูกาล 1968/69 Matt Busby ที่พึ่งได้รับบรรดาศักดิ์ Sir ตัดประกาศสินใจวางมือจากการคุมทีมยาวนานถึง 24 ปี หลังจบฤดูกาลนี้ ฟอร์มในลีกดิวิชั่น 1 ของแมนยูเรียกได้ว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังจากฤดูกาลที่แล้วพวกเขาร่วงจากรองแชมป์ไปสู่อันดับ 11
ในส่วนของยูโรเปี้ยน คัพ พวกเขาไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ ต้องตกรอบรองด้วยฝีมือของ เอซี มิลาน ยอดทีมจากอิตาลี่ สถิติของ Law ลงเล่นในลีก 30 นัด ทำไป 14 ประตู ทุกรายการลงเล่น 45 นัด ทำได้ 30 ประตู และในฤดูกาลนี้ Law ก็ได้เป็นดาวซัลโวประจำทีมปีศาจแดงอีกเป็นฤดูกาลที่ 5
ฤดูกาล 1969/70 แมนยูตั้ง Wilf Mcguinness อดีตนักเตะผีแดง คุมทีมต่อจาก Sir Matt Busby แน่นอนว่าเป็นงานที่หนัก แมนยูจบอันดับที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วเล็กน้อย โดยจบอันดับที่ 8 ในดิวิชั่น 1 ฤดูกาลนี้อาการบาดเจ็บเล่นงาน Law หนักกว่าฤดูกาล 1967/68 เสียอีก ลงเล่นให้แมนยูรวมทุกรายการรวมเพียง 16 นัด ทำไป 3 ประตู
ฤดูกาล 1970/71 ครึ่งฤดูกาลแรกแมนยูฟอร์มตกอย่างหนัก พวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียง 5 นัด ร่วงไปอยู่ครึ่งล่างของตาราง ก่อนตัดสินใจปลด Mcguinness และให้ Sir Matt Busby เข้ามาคุมทีมจนจบฤดูกาล ก่อนจะพาแมนยูจบอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นอันดับเดียวกับฤดูกาลที่แล้วได้ สถิติของ Law ลงเล่นในลีก 28 นัด ทำไป 15 ประตู ทุกรายการลงเล่น 34 นัด ทำได้ 16 ประตู และ Law ก็สามารถยิงประตูได้มากที่สุดเป็นที่ 2 ของทีม
ฤดูกาล 1971/72 แมนยูได้ตั้ง Frank OFarrel กุนซือที่พาเลสเตอร์คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ให้มาคุมทัพปีศาจแดง และเป็นอีกฤดูกาลที่แมนยูจบอันดับที่ 8 ในดิวิชั่น 1 เป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน สถิติของ Law ลงเล่นทุกรายการลงเล่น 42 นัด ทำไป 13 ประตู โดย Law ก็ยังคงสามารถทำประตูได้มากเป็นอันดับที่ 2 ของทีม
แม้ว่าเส้นทางของ Denis Law กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะจบไม่สวย เพราะหลังจากที่ Sir Matt Busby วางมืออย่างถาวร ปีศาจแดงฟอร์มตกอย่างหนักถึงขนาดที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ในฤดูกาล 1972/73 พวกเขารอดตกชั้นโดยจบอันดับที่ 18 จาก 22 และมีคะแนนอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงแค่ 7 คะแนน
ในฤดูกาลนี้เป็นอีกครั้งที่ Law ที่โดนอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างหนัก เขาลงสนามให้แมนยูทุกรายการ 14 นัด ทำได้เพียง 2 ประตู ก่อนที่ ในฤดูกาล 1973/74 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ดของ Law เขาได้เลือกย้ายไปเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่อริร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ และแล้วเหตุการณ์สุดคลาสสิคได้เกิดขึ้น
ในแมตช์ที่ 41 (ตอนนั้นมี 22 ทีม) ฤดูกาล 1973/74 ของแมนยูในฤดูกาลนั้นต้องพวกเขาเจอกับแมนซิตี้ แมนยูต้องทำคะแนนไล่ตามเบอร์มิงแฮมทีมที่อยู่โซนปลอดภัย แมนยูในตอนนั้นอยู่อันดับรองบ๊วยของตาราง พวกเขาต้องชนะแมนซิตี้สถานเดียวเพื่อสู้ต่อในนัดสุดท้าย เกมอยู่ที่สกอร์ 0-0 และแล้วท้ายเกมก็เป็น Law ที่ตอกส้นให้ซิตี้ บุกชนะ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น เมื่อยิงได้ Law ถึงกับไม่แสดงท่าทีดีใจ กลับเดินทำหน้าตาเศร้าหมอง และได้ขอให้เปลี่ยนตัวเขาออกในนาทีถัดมา ประตูนี้คือส่วนหนึ่งของการส่งปีศาจแดงตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 2
Manchester United 0-1 Manchester City
ในเวลาเพียงเวลา 5 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากทีมแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ต้องลงไปเล่นดิวิชั่น 2 แต่ทัพปีศาจแดงก็ใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ก่อนกลับมาดิวิชั่น 1 สำเร็จ
จริงอยู่ที่ว่าถ้า Denis Law ไม่ยิงลูกนี้ยังไงแมนยูก็ตกชั้นอยู่ดี เพราะ เบอร์มิงแฮม ทีมที่อยู่โซนปลอดภัยสามารถเก็บชัยชนะได้ในแมตช์ที่ 41 ถ้าคู่นี้เกมจบลงที่สกอร์ 0-0 ยังไงแมนยูก็ตกชั้นอยู่ดี แต่ประตูนี้ของ Law เป็นการการันตีว่า แมนยูต้องไปเล่นดิวิชั่น 2 แบบ 100 %
ในส่วนผลงานทีมชาติของ Denis Law ก็ถือว่าเป็นตำนานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของทีมชาติสกอตแลนด์ได้เหมือนกัน ในตอนนี้ Denis Law ยังคงนำเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของทีมชาติสกอตแลนด์ด้วยผลงาน 55 นัด 30 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวตลอดการทีมชาติร่วมกับ Kenny Dalglish ตำนานหงส์แดงที่จำนวน 30 ประตูเช่นกัน
แฟนแมนยูหลายคนก็เกลียด Denis Law ไม่ลง เพราะว่าสิ่งที่เขาทำให้สโมสรนั้นมีมากมาย 11 ฤดูกาลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด Denis Law ลงเล่นทุกรายการ 404 นัด ยิง 237 ประตู ค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัด อยู่ที่ 0.59 ประตูต่อ 1 นัด เป็นรองเพียงแค่ Ruud Van Nisterooy (0.68 ประตูต่อ 1 นัด)
Denis Law ทำประตูให้แมนยูมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 3 สิ่งที่เขาทำนั้น ทำให้แฟนแมนยูหลายคนไม่มีข้อครหาเมื่อบอกว่า Denis Law คือตำนานคนหนึ่งของทีมปีศาจแดง
United Trinity หลังจากแขวนสตั้ด
ติดตามชม ซีรีย์ นักเตะปีศาจแดงกับบัลลงดอร์ United Trinity 3 ประสานแรกที่ได้บัลลงดอร์ EP.2 ตำนานแชมป์โลก Sir Bobby Charlton ได้ในตอนต่อไป
ขอบคุณรูปภาพ Photo Credit
Official Website Denis Law
Official Website France Football
Official Facebook Page Manchester United https://www.facebook.com/manchesterunited
Official Facebook Page Manchester City https://www.facebook.com/mancity

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา