1 เม.ย. 2022 เวลา 06:16 • ประวัติศาสตร์
Beyond this point is out of bounds ข้อความนี้เคยอยู่บนป้ายในไทยที่ทำให้ทหาร UN ต้องขบคิด
ภาพประกอบโดย Dainis Graveris
Beyond this point is out of bounds ... หากประโยคนี้อยู่บนป้าย ว่ากันตามคำแปล ก็ดูไม่น่าจะมีอะไร คงเป็นป้ายบอกสุดเขตแดนสักอย่าง แต่ครั้งหนึ่ง ป้ายนี้ถูกปักอยู่ในพระนคร และทำให้ทหารของ UN ต้องยืนขาสั่นกันมาแล้ว ...
เรื่องมีอยู่ว่า หลังปี พ.ศ. 2488 ได้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แน่นอนว่า ไทย แพ้สงคราม เพราะอยู่ฝ่ายอักษะเคียงข้างญี่ปุ่น จากเหตุนี้ UN จึงส่งทหารเข้ามาในประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องการปลดอาวุธของทหารญี่ปุ่น และทหารไทย ซึ่งทหารของ UN ที่ถูกส่งมาไทยนั้นก็มีมากมายหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษและอาณานิคม เช่น อินเดีย บังกลาเทศ ฯลฯ รวมไปถึงทหารฝรั่งเศสที่ถูมือรอเอาคืนไทยหลังเจอไทยถล่มไปก่อนหน้านั้น
เป็นธรรมดาที่ว่าทหารโดยมากมักเป็นเพศชาย และแพร่งสรรพศาสตร์ เป็นสถานที่หนึ่งที่ทหาร UN อดใจไม่ไหว ต้องเข้าไปปลดอาวุธกันบ่อยเป็นการพิเศษ เหตุผลคือ ถ้าถนนรัชดายามค่ำคืนปัจจุบันเป็นอย่างไร แพร่งสรรพศาสตร์ยุคนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน และยังมีที่อื่น ๆ อีกรอบพระนครที่ทหาร UN ดิ้นรนเสาะหาเพิ่มเติมโดยสอบถามจากเด็กดริ้งค์ตามผับบาร์ (ในยุคนั้นเรียกพาร์ทเนอร์) หรือบ้างก็เล่นเด็กดริ้งค์เองเสียเลย
จากการเปิดโลกทัศน์ของทหาร UN ในไทย ก่อให้เกิดปัญหาตามมาคือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะในเวลานั้นยังไม่มีถุงยางอนามัย เพราะทุกอย่างกระทำกันอย่างธรรมชาติ จึงทำให้ติดโรคกันอย่างเละเทะ แม้ในเวลานั้นยังไม่มีโรคอย่าง HIV หรือ AIDs แต่ก็มีทั้ง เริม, Syphilis ฯลฯ เป็นตุ่มเป็นหนองกันถ้วนหน้า ก่อให้เกิดปัญหาในกองทัพของ UN อย่างยิ่งยวด จนจำเป็นต้องติดป้าย Beyond this point is out of bounds ตามสถานที่ที่มีโสเภณีอยู่ เพื่อเป็นการแจ้งเตือนแก่ทหาร แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ดูเหมือนป้ายเหล่านี้จะเป็นป้ายเรียกแขกเสียมากกว่า
และนี่จึงเป็นที่มาของเจ้าป้าย Beyond this point is out of bounds ในไทย ซึ่งท้ายที่สุด UN ก็ถอนทหารออกจากไทยหลังจากนั้นไม่กี่ปี เพื่อไปสู้ศึกสงครามเย็นและสงครามอื่น ๆ กันต่อ ปล่อยให้ป้าย Beyond this point is out of bounds เป็นตำนานให้เหล่าทหาร UN ได้รู้จักชื่อ ไทย เพราะเวลานั้นเพิ่งเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยาม ยังไม่ทันถึงสิบปี และว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต่างชาติได้รู้จักโสเภณีไทยมาจนถึงทุกวันนี้
โฆษณา