Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
THE BRIEFBOOK
•
ติดตาม
4 เม.ย. 2022 เวลา 11:48 • หนังสือ
ฟ้าบ่กั้น | วรรณกรรมรวมเรื่องสั้นที่สะท้อนให้เห็นลมหายใจแห่งความยากแค้นแสนสาหัส ผลพวงของความเจ็บปวดทุกข์ยากที่เรื้อรังจนกลายเป็นโรคร้ายอันลุกลามส่งต่อกันรวดเร็ว และมิอาจหาหนทางเยียวยารักษาให้หายขาดได้
หากจะนิยามและหาความหมายว่าชื่อหนังสือ “ฟ้าบ่กั้น” ที่ ลาว คำหอม ตั้งนั้น จะสื่อถึงอะไร ก็คงคล้ายจะบอกเราว่า “ฟ้า” บ่เคยกีดกั้นความผิดแผกแตกต่างออกจากกัน เพราะเราคือมนุษย์ซึ่งเสมอเหมือนและเท่าเทียมทุกสถานภาพ เราต่างอยู่ใต้ผืนฟ้า และจ้องมองนภาเดียวกัน ไม่มีใครใหญ่ล้นคับฟ้า และเล็กลีบจนมองไม่เห็น ทว่าเราคือละอองทุลีและเถ้าถ่าน สักวันเราคงไปถึงจุดหมายปลายทางเดียวกัน ด้วยลมหายใจในโลกจริงที่คู่ขนานกับโลกแห่งมายา ท้ายที่สุดไม่ว่ายากดีมีจน ชะตาชีวิตไม่อาจแบ่งกั้นเราจากกันได้ และไม่มีอะไรที่พาคุณหลีกพ้นความเป็นจริงตรงหน้าไปได้หรอก
ถ้าจะให้สรุปเป็นเรื่องเล่าทั้งหมดก็คงจะยากสักหน่อย เพราะมีถึง 17 เรื่องสั้นในเล่มเดียว แต่ด้วยความที่มันเป็นเรื่องสั้นในลักษณะ คนละเรื่องเดียวกัน จึงสามารถเลือกและพลิกอ่านบทไหนก่อนก็ได้ เพราะนัยสำคัญไม่ต่างกันนัก และสามารถร้อยเรียงกันได้กลมกล่อมเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ต่อเติมจนกลายเป็นภาพใหญ่เด่นชัด ขอยกตัวอย่างคร่าว ๆ สั้น ๆ ถึงเรื่องที่ประทับใจแบบสุดปัง ❤️
___________________________________
- ไพร่ฟ้า | เรื่องราวของเชิด หัวหน้าคนงานป่าไม้ที่ต้องเข้ามาควบคุมงานตัดไม้ขนซุงเพื่อสร้างแพหรือการใช้สอยทั่วไป เขาต้องปักหลักสร้างแคมป์อาศัยในป่าในเขาร่วมกับคนงานจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ หนึ่งในนั้นคือ อินถา เด็กหนุ่มชาวขมุ (ชาวเขากลุ่มเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ) ที่ถูกขายมาพร้อมช้างเพื่อการใช้งาน อินถาสนิทกับเชิดและนับถือกันราวกับพี่น้อง เนื่องจากเชิดเป็นเพียงคนเดียวที่สนอกสนใจในตัวอินถาและสื่อสารกันอย่างไม่ถือตัว
ดูเหมือนเรื่องจะดำเนินไปตามปกติ ตามวิถีชีวิตคนป่าเขา หากแต่อินถาไม่ไปหลงรักนางคนหนึ่งนามว่าบัวคำ ซึ่งเรื่องกลับตาลปัตรยุ่งเหยิงเข้าไปอีกเมื่อหม่อมราชวงศ์ป่ายปีน หลานเจ้านายใหญ่เข้ามาดูงานและมาอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราว เขาดันไปพัวพันกับนางบัวคำด้วย จุดจบของเรื่องนี้ไม่ยุ่งเหยิงอย่างที่คิด แต่มันภาพมันตัดไปไวมากจนปรับอารมณ์ความรู้สึกไม่ทัน เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างประดังประเดเข้ามาให้คิดแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
___________________________________
- คนพันธุ์ | เรื่องราวของสองสามีภรรยาที่ถกถามพูดคุยถึงเรื่องความเจริญ วิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงไปของบ้านเมือง โดยผู้เป็นสามีที่ทำงานเป็นข้าราชการในอำเภอก็มักจะนำเรื่องเล่าแปลก ๆ มาเล่าให้ภรรยาผู้ซึ่งอยู่แต่เหย้าเฝ้าแต่เรือนฟังเสมอ ทั้งเธอและเขา รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในอำเภอก็ดูจะตื่นเต้นกับความล้ำหน้าของประเทศนอกเสียยิ่งกว่าหันกลับมาปรับปรุงดูแลในส่วนที่ประเทศของเราบกพร่องเพื่อให้มันไปไกลและทัดเทียมไม่แพ้ชาติอื่น กลับกัน ยกย่องของจากต่างประเทศว่าดีงามเลิศเลอจนต้องเอามาเป็นแม่แบบหรือแม่พันธุ์ในการทำสิ่งต่าง ๆ และด้อยค่าต้นแบบในชาติให้มีมูลค่าต่ำ จึงไม่น่าแปลกใจหากสักวันคนไทยจะสาบสูญ ความเป็นไทยในหลาย ๆ แขนงถูกกลืนกินจนหมดสิ้นอัตลักษณ์ เพราะอย่างที่ชื่อเรื่องบอก ในเมื่อมีหมูพันธุ์ หมาพันธุ์ ทำไมจะมีคนพันธุ์ไม่ได้
___________________________________
- อุบัติโหด | จำได้ว่าเป็นเรื่องที่สมัยเรียนอาจารย์เคยให้เลือกมาวิจารณ์วรรณกรรม เรื่องราวเกี่ยวกับชายคนขับแท็กซี่ที่รับผู้โดยสารมาส่งยามค่ำคืนดึกดื่น คนที่โดยสารมาด้วยก็มีทั้งพระสงฆ์และชายฉกรรจ์ 3 คน แต่แล้วระหว่างทางก็ดันเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุ รถพลิกคว่ำ เทกระจาดกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง ไม่รู้ใครจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่ชายคนขับยังมีสติอยู่กับตัว ไม่ช้าไม่นานก็มีชาวบ้านที่ออกหากบหาเขียดกลางค่ำกลางคืนย่างเท้าเข้ามาดูใกล้ ๆ และตามมาด้วยคนอีกหลายคนที่กรูกันเข้ามา เหมือนจะจบลงด้วยดีและได้รับการช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ดันพลิกผันไปเป็นหนังคนละม้วนอย่างที่คนอ่านไม่อาจคาดเดา ใครจะรู้ว่าคนเราสามารถตายซ้ำตายซ้อนได้แม้ยังไม่ตาย และใครจะรู้ว่าตัวละครในภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงหนังจะมีบุญคุณล้นพ้นต่อตัวคนขับได้มากมายมหาศาล
___________________________________
หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงพูดถึงความยากลำบากตามคำโปรยบนหน้าปก หากแต่ทิ้งหมุดหมายสำคัญไว้หลายประการให้เราเห็นภาพ เห็นสิ่งน่ากลัวที่ฉาบทับด้วยภาพลวงตา เห็นมายาและคติที่สามารถนำมาปรับใช้และเตือนสติตัวเองได้ รวมถึงช่วยแนะให้เราไปคิดต่อเอาว่า สังคมไทย ความคิดความอ่านของคนไทย และชีวิตของคนไทย ณ ห้วงเวลานั้นเป็นเช่นไร (ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501)
อ่าน ๆ ไปอาจจะนึกในใจว่า เอ๊ะ เรื่องเล่าทั้งหมดมีเรื่องจริงแอบแฝงอยู่หรือไม่ เรื่องนั้นจบลงอย่างไร หรือเรื่องนู้นตั้งใจจะสื่อความหมายอะไรกันแน่ สารภาพว่าบางทีสิ่งที่อาจารย์คำสิงห์ ศรีนอก (ลาว คำหอม) ตั้งใจจะสื่อ ในบางเรื่องบางตอนเราก็เข้าไม่ถึง หรืออ่านจบแล้วก็ยังค้างคาในใจว่า…เอ มันจบยังไงน้า หรือเรื่องนี้ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่เอ่ย เรียกได้ว่าทิ้งฉันไว้ตรงกลางทาง 5555
ด้วยความที่เราอยู่ในยุคสมัยใหม่ ปัจจัยต่าง ๆ รอบตัวเปลี่ยนไป จึงไม่แปลกที่เราจะไม่เข้าใจบางบริบท บางเหตุการณ์ และบางการกระทำ หรือไม่เข้าใจมูลเหตุและแก่นแท้ของเรื่องเลย แต่อาศัยว่าไปอ่านบทวิจารณ์ของหลาย ๆ ท่านที่มีประสบการณ์ชีวิตหรือมีองค์ความรู้ในด้านที่เราไม่รู้ และเมื่อเข้าใจบริบทสังคม ณ ตอนนั้น ก็พอจะเข้าใจว่าอ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง สิ่งที่บรรยายออกมาอย่างเรียบง่ายแต่สละสลวยอาจทำให้เรามึนงงไปบ้างว่าแท้ที่จริงมีอะไรซ่อนอยู่ เมื่อเราเข้าใจฉากหลังและไทม์ไลน์ของหนังสือเล่มนี้แล้ว คุณก็จะเข้าใจว่าทำไมเรื่องจึงดำเนินไปแบบนี้ ทำไมตัวละครพูดเช่นนี้ และทำไมตัดสินใจทำเช่นนั้น
ที่น่าชื่นชม ภาษาของลาว คำหอม ช่างงดงาม ไม่ว่าจะเขียนขึ้นเมื่อหลายสิบปีมาแล้วหรืออย่างไรก็ยังทำให้เราละมุนละไมไปกับทุกตัวอักษร มีการใช้ภาษาถิ่น มีการตัดคำ มีการเลียนเสียง มีการใช้สรรพนามมากมายหลายอย่างที่ช่วยเพิ่มมิติให้ ฟ้าบ่กั้น พิเศษมากขึ้นไปอีก แม้ผู้อ่านและผู้เขียนจะแตกต่างกันด้วยขวบปีหรือตำแหน่งแห่งที่ แต่คำพรรณนาที่สอดอยู่ในบรรทัดอักษรกลับช่วยเน้นให้เล็งเห็นความเป็นความจริงที่แทรกอยู่ในลมหายใจและชีวิตประจำวันของเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ส่วนตัว เรายก ฟ้าบ่กั้น ให้เป็นสมบัติสามัญประจำบ้าน และคิดว่าทุกคนก็คงคิดเช่นนั้น หนังสือเล่มนี้ดูคล้ายจะเป็นสมบัติชิ้นเงาวับเช่นกระจกเงา กระจกบานเล็กเหมาะมือที่สามารถถือและพกพาไปได้ทุกที่ มิเพียงสะท้อนเงาตามตัว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความใหญ่โตโอ่อ่าของชีวิต เห็นความอับจนข้นแค้นที่กลายเป็นมรดกตกทอดอย่างหลีกหนีไม่ได้ เห็นการดูหมิ่นดูแคลน เห็นการแบ่งแยกชนชั้น เห็นการเลือกปฏิบัติต่อคนด้วยกันแม้จากพระสงฆ์ที่ดำรงอยู่ในศีล เห็นการแปะป้ายคัดแยกอาชีพที่สะอาดและอาชีพที่สกปรก และเห็นสิ่งสุดสามัญ การเอารัดเอาเปรียบ การยกชูคนให้ขึ้นสูงเหนือคน
สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ฟ้าบ่กั้น ยังสะท้อนให้เราเห็นคุณค่าของเงินที่เป็นมากกว่าชีวิต ปัจจัยที่ 5 อันเป็นตัวแปรของทุกสมการไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้ แม้กระทั่งสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้อย่างเท่าเทียม บางคนกลับเข้าไม่ถึงเพราะไม่มีเงินมาแลกเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ที่ทุกคนควรจะได้อยู่แล้วจากรัฐบาลโดยที่ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องหรือเสียผลประโยชน์อะไรเพิ่ม แต่ก็นั่นแหละนะ ชีวิตของเรามักจะถูกโบยตีให้มีมูลค่าต่ำเตี้ยเสียยิ่งกว่าเงิน และบางคนก็เฉยชา อย่างน่าเกลียดที่สุดคือเห็นการโบยตีนั้นเป็นเรื่องสมควรเสียด้วยสิ ช่างน่าสังเวช
ทั้งหมดนี้ สรุปได้ในคำเดียว “ความหิวโหย” มันคือความหิวโหยที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ซึ่งเรียกตนเองว่าสัตว์ประเสริฐ มันมากล้นเกินกว่าเราจะคะเนปริมาตรของมันในคน ๆ เดียวได้ อาทิ หิวโหยในรัก หิวโหยในเงิน หิวโหยในศักดิ์ศรี หิวโหยความศิวิไลซ์ หิวโหยในอำนาจ หิวโหยมายาคติ หิวโหยแสงสี หิวโหยโอกาส หิวโหยความปรารถนาอันแรงกล้า หิวโหยผลประโยชน์ (แม้กับคนที่อดอยากและกำลังใกล้ตาย) กระทั่งการหิวโหยความดีงามของชีวิตก็เป็นพิษได้ เพราะต่อให้คุณสู้ชีวิตอย่างไร ชีวิตก็สู้คุณกลับเสมอ อย่างที่เขาฮิตพูดกันในปัจจุบัน เป็นคนสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ เล่นเอาน่วมและสาหัสพอควร แผลเก่ายังระบมไม่หาย มีแผลใหม่มาประดับกายซ้ำซ้อนจนชอกช้ำลืมเจ็บ ล้มแล้วก็พยายามลุก เมื่อลุกขึ้นได้ใหม่ก็มีเหตุให้ล้มลงอีก เวลาในหนึ่งวันจึงช่างยาวนานเหลือเกิน ไม่ว่าผิวหนังจะเย็นยะเยือกด้วยลมหนาวหรือแผดเผาด้วยแดดอันร้อนระอุก็คงย่ำแย่ไม่ต่างกัน
...แต่ความมานะของคนเราเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม อันที่จริงเราไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับอะไรและกับใครหรอก หากมีสติมากพอก็จะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ล้ม เรายังมีโอกาสลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ เรามีความหิวโหยเป็นสัญชาตญาณ หากไม่รู้จักควบคุม ไม่อดทน ไม่รู้ขีดจำกัดว่าควรอิ่มเมื่อไหร่ มันก็กลายเป็นความบ้าคลั่งสิ้นสติที่ทำให้เราโง่เขลาขึ้นมาจริง ๆ อย่างที่ไม่สามารถกู่ให้กลับมาตื่นรู้ได้
___________________________________
3
สุดท้าย ขอยกคำพูดจากตัวละครมาโฆษณาชวนอ่านก่อนจากกัน
“อินถาอย่าลืมว่าเราเป็นไพร่ฟ้าสามัญ เมื่อเปรียบกับท่าน เราเป็นเพียงเศษผงใต้ตีนเท่านั้น อินถาต้องยอมรับในสิ่งที่โลกเขายอมรับ”
“ไผ ไผเป็นขี้ตีน? นายหรือผม? คนผีบ้า!”
มันเป็นความพิลึกประการหนึ่งของมนุษยชาติเหมือนกัน ที่คนเราแม้จะได้อ้างตัวเองอย่างภาคภูมิว่าเป็นสัตว์โลกที่ประเสริฐ มีพลังทางสมองเป็นเลิศ เอาชนะธรรมชาติได้ทั้งที่อยู่ใต้ดินและบนห้วงนภากาศ แต่แล้วก็คนนี่แหละ ในบางครั้งกลับจำนนต่อสิ่งเลื่อนลอยอย่างน่าอัศจรรย์
การที่มนุษย์ทอดตัวลงเป็นทาสของยศศักดิ์ ทรัพย์สิน และเครื่องมัวเมาต่าง ๆ นั้น เป็นเรื่องที่พอจะมองเห็นเงื่อนไขและเข้าใจได้
...แต่โค้งตัวลงเป็นทาสแก่อานุภาพของภูตผีและมนุษย์เป็น ๆ ด้วยกันนี้ นับได้ว่าเป็นความอัศจรรย์ประการหนึ่งของคนเรา
//RAVEN
2 บันทึก
3
6
2
3
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย