4 เม.ย. 2022 เวลา 13:24 • ประวัติศาสตร์
ในวงการกีฬา เราคงเคยได้ยินสำนวนว่า David and Goliath (เดวิด ปะทะ โกไลแอท) อยู่บ่อยๆ มันคืออะไร แล้วเหตุการณ์ในตำนานมีว่าอย่างไร เราจะไปลำดับเรื่องราวด้วยกัน
เดวิด ปะทะ โกไลแอท ความหมายของมันคือ คนที่เป็นรองทุกอย่าง ต้องมาปะทะ กับอีกฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่ากันมากๆ เหมือนเป็นการประกบคู่ผิดตัว ซึ่งแน่นอน คิดตามคอมม่อนเซนส์ ฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่าก็ควรจะชนะ
แต่บางที "เดวิด" ก็สร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยการโค่นล้มโกไลแอทได้เหมือนกัน
จริงๆ แอดมินอยากเขียนเรื่องนึง ที่เกี่ยวกับทีมเล็กโค่นทีมใหญ่ แต่ในโพสต์นี้ คิดว่าควรเล่าเรื่อง "เดวิด ปะทะ โกไลแอท" ก่อนเลยดีกว่า
ไปเริ่มกันก่อนว่าเหตุการณ์ตามตำนาน มันมีเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ แล้วสุดท้าย ตามเนื้อเรื่องจริงๆ เดวิด หรือ โกไลแอท ใครเป็นฝ่ายชนะ
1
ในคัมภีร์ไบเบิล ฉบับพันธสัญญาเดิม บทที่ 17 ของ Book of Samuel เล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต โดย ณ เวลานั้น อิสราเอล มีสงครามกับเผ่าฟิลิสไตน์
กองทัพฟิลิสไตน์บุกไปถึงหุบเขาอีลาห์ และเตรียมบุกเข้าไปยังเยรูซาเล็ม เมืองหลวงที่พระราชาซาอูลประทับอยู่
หากมีสงครามกันจริงๆ จะทำให้ 2 ฝั่งล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นฝั่งฟิลิสไตน์ จึงประกาศท้าทายอิสราเอล ให้ส่งนักรบเก่งที่สุดของอิสราเอล มาสู้กันตัวต่อตัวกับคนที่เก่งที่สุดของฝั่งฟิลิสไตน์ หากใครแพ้ก็ตกเป็นทาสของอีกฝ่ายไปเลย วิธีการแบบนี้ ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อทั้ง 2 ฝ่าย
1
ทหารที่เก่งที่สุดของฟิลิสไตน์ มีชื่อว่า "โกไลแอท" เขามีร่างใหญ่โต สูงถึง 3 เมตร ใส่เกราะทำจากทองแดงดูน่าเกรงขามมาก มือซ้ายถือหอก มือขวาถือดาบ นี่คือนักรบที่เป็นระดับแชมเปี้ยนของฝั่งฟิลิสไตน์
ฟิลิสไตน์ ออกมาตะโกนท้าทายอิสราเอลวันละ 2 รอบ เช้า-เย็น แต่ฝั่งอิสราเอลก็ไม่ส่งใครออกมาสู้ เพราะไม่มีใครกล้าพอที่จะไปรบกับยักษ์ใหญ่โกไลแอท
เหตุการณ์ผ่านไป 40 วัน สถานการณ์มีแต่ความตึงเครียด ชาวอิสราเอลรู้สึกต่ำต้อยลงเรื่อยๆ เพราะโดนเย้ยหยันเช้า-เย็นทุกวัน ส่วนพระราชาก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะไม่มีทหารคนไหนอาสาไปสู้
อีกมุมหนึ่งของเมือง มีชายชาวอิสราเอลคนหนึ่งชื่อเจสซี่ เขามีลูกชายทั้งหมด 8 คน โดยลูกชาย 3 คนโต เอเลียบ, อาบินาดาบ และ ชามมาห์ เป็นทหารรับใช้พระราชาซาอูลอยู่ในเมืองหลวง
วันหนึ่งเขาสั่งให้ลูกชายคนเล็ก ชื่อเดวิด ที่เป็นคนเลี้ยงแกะ ให้เอาอาหารไปส่งให้พี่ชาย 3 คนที่อยู่ในแคมป์ทหาร เดวิดก็เดินทางไปตามปกติ
แต่เดวิด ไปได้ยินเสียงโกไลแอทตะโกนท้าทายอยู่ด้านนอกเมือง เขาเลยถามทหารที่อยู่แถวนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น ทหารตอบว่า "เจ้าเห็นผู้ชายคนนั้นไหม เขาออกมาเหยียดหยามอิสราเอลทุกวัน ถ้าหากมีใครสามารถฆ่าเจ้ายักษ์นั่นได้ พระราชาจะให้เงินทองมากมาย และอาจมอบพระราชธิดาให้แต่งงานด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของคนที่ฆ่าเจ้ายักษ์นั่นได้ คงไม่ต้องเสียภาษีในอิสราเอลอีกต่อไป"
2
เดวิดเมื่อรู้เงื่อนไขก็ตัดสินใจว่า เขาจะเป็นคนไปสู้กับยักษ์โกไลแอทเอง อย่างไรก็ตามพอเรื่องไปถึงหูพระราชา ก็ถูกเบรกเอาไว้ โดยพระราชาบอกว่า "เจ้าเป็นแค่เด็กหนุ่มเท่านั้น แต่ศัตรูของเจ้าคือนักรบที่ฝึกวิชามาหลายปี เจ้าสู้เขาไม่ได้หรอก"
1
เดวิดเป็นเด็กหนุ่มร่างกายบอบบาง ตัวเล็ก ไม่มีวี่แววของทักษะการรบ อย่างไรก็ตามเขามั่นใจมาก และตอบพระราชากลับไปว่า "ข้าน้อยเป็นคนเลี้ยงแกะ แต่มีหลายครั้งที่สิงโตหรือหมี พยายามบุกมาโจมตีฝูงแกะของข้า ซึ่งข้าก็จัดการพวกมันเพื่อปกป้องแกะเอาไว้ ข้าน้อยเคยฆ่าทั้งสิงโต และ หมี มาแล้ว"
3
"พระเจ้าเคยช่วยข้าน้อยให้รอดพ้นจากเขี้ยวเล็บของสิงโตและหมี และคราวนี้ ก็จะช่วยเหลือข้าน้อยให้รอดพ้นจากมือของนักรบฟิลิสไตน์เช่นกัน"
เมื่อเดวิด พูดดังนั้นพระราชาซาอูล จึงตอบตกลงให้ไปสู้ได้ โดยกล่าวว่า "ขอให้พระเจ้าจงสถิตอยู่กับเจ้า"
พระราชายื่นเกราะ หมวก และอาวุธของนักรบให้เขายืมไปให้งาน แต่เดวิดปฏิเสธ "ข้าน้อยไม่สามารถใช้ของพวกนี้ได้ เพราะข้าไม่คุ้นเคยกับมัน"
1
เดวิด ขอใช้อุปกรณ์ที่เขามีอยู่แล้ว คือเชือกขว้างหิน (Sling) จากนั้นเดินไปหยิบหินก้อนกลมจากลำธารมา 5 ก้อน แล้วใส่ถุงย่ามเอาไว้ ก่อนที่จะเดินตรงไปหากองทัพฟิลิสไตน์ที่หุบเขาอีลาห์
โกไลแอท มีทั้งโล่ ทั้งหอก และเกราะอันแข็งแกร่ง เขาประหลาดใจมาก ที่อิสราเอลส่งเด็กหนุ่มอย่างเดวิด เข้ามาปะทะในการดวลกันตัวต่อตัว โกไลแอทกล่าวว่า "แกเห็นข้าเป็นหมาหรือไง ถึงใช้ที่ขว้างหินแบบนั้น" โกไลแอทสบถอย่างแรง แล้วกล่าวว่า "แกมานี่เลยมา ข้าจะฉีกเนื้อเจ้าให้ฝูงนก และสัตว์ป่าได้กิน"
2
แต่เดวิด ไม่ได้กลัวเลย เขาตอบโต้ไปว่า "ถึงแกจะมีอาวุธครบมือทั้งดาบ ทั้งหอก แต่ข้ามาสู้กับแกในนามของพระเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ และวันนี้พระเจ้าจะมอบชีวิตแกให้กับข้า ข้าจะตัดหัวแกทิ้ง และเอาเนื้อของแกไปให้นกกาและสัตว์ป่าได้กิน"
ต่างคนต่างมั่นใจ และการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น โกไลแอท บุกมาประชิดเดวิด ทันใดนั้นเดวิดสปรินท์ตัวหนีแล้วคว้าหิน 1 ก้อนออกมาจากกระเป๋า จับเข้าใส่ Sling แล้วยิงโป้งออกไปทันที 1 ดอก
หินพุ่งอย่างแรงไปที่ตรงกลางระหว่างคิ้วของโกไลแอท ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีเกราะคอยป้องกัน โกไลแอทล้มลงกับพื้นทันที
เมื่อโกไลแอทเสียจังหวะล้มจนทำดาบหลุดมือ เดวิดรีบไปคว้าดาบนั้นมาจากนั้นก็จ้วงแทงโกไลแอทจนตาย ก่อนที่จะใช้ดาบตัดหัวโกไลแอททิ้งอย่างเด็ดขาด การศึกครั้งนี้จบลงเพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น
5
เมื่อฝั่งทหารฟิลิสไตน์ เห็นโกไลแอทพ่ายแพ้ ทหารคนอื่นก็รีบหนีหัวซุกหัวซุน ฝั่งอิสราเอลได้ทีดังนั้นก็ไล่ตีโต้จนสุดท้ายเป็นฝ่ายชนะในที่สุด
เดวิด เดินถือหัวของโกไลแอทกลับมาสู่เมืองเยรูซาเล็ม และพระราชาจึงออกปากถามด้วยความดีใจว่า "เจ้าเด็กหนุ่ม เจ้าเป็นลูกหลานใครรึ"
1
เดวิดตอบว่า "ข้าเป็นลูกชายของเจสซี่ ข้ารับใช้แห่งเบธเลเฮม"
และสุดท้ายพระราชาก็ทำตามที่ประกาศไว้ คือมอบพระราชธิดา ให้เป็นภรรยาของเดวิด คนเลี้ยงแกะจริงๆ
เรื่องราวก็จบลงตรงนี้ และนิทานเรื่อง เดวิด vs โกไลแอท ก็ถูกนำมาเล่าอยู่เสมอ โดยเฉพาะในวงการกีฬา เวลาที่ทีมใหญ่ลงสนามปะทะกับทีมเล็ก ที่ดูไม่มีเหลี่ยมอะไรจะสู้ได้เลย
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นจากนิทานคือ ฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่า ทันทีที่ประมาท ก็จะเป็นฝ่ายแพ้เสียเอง เหมือนอย่างโกไลแอท ที่เห็นว่าเดวิดมาพร้อมเชือกขว้างหิน ดูไม่มีความน่ากลัว มันทำให้เขาขาดความเยือกเย็นและแพ้ในการศึกครั้งนี้
นอกจากนั้น เรื่องนี้ยังเป็นกำลังใจให้คนที่ตัวเล็กกว่า อ่อนแอกว่า ว่าคุณมีโอกาสพลิกเกมเป็นฝ่ายชนะได้นะ ถ้าหากเลือกกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง
โกไลแอทอาจจะอาวุธครบมือ แต่การต่อสู้ในหุบเขาอีลาห์ที่คับแคบ ทำให้เดวิดที่คล่องแคล่ว เพราะไม่สวมเกราะเทอะทะ ได้เปรียบกว่ามาก
นอกจากนั้น เดวิดยังเลือกใช้อาวุธที่ตัวเองถนัดอย่างเชือกขว้างหิน เพราะเป็นสิ่งที่เขาเอาไว้ปกป้องฝูงแกะของตัวเองอยู่ตลอด แทนที่จะไปใช้ดาบหรือหอกราคาแพง ที่พระราชาเสนอให้
การรู้จุดแข็งของตัวเอง และใช้มันโจมตีจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ก็ทำให้คนตัวเล็กมีโอกาสชนะได้ง่ายขึ้น
ในโลกธุรกิจ โลกกีฬา หรือการแข่งขันใดๆ ก็ตาม ยังไงคนตัวใหญ่ ทีมใหญ่ ก็ย่อมได้เปรียบ นั่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
แต่มันก็ไม่ใช่ว่าผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างนั้น 100% เพราะคนที่มีกำลังน้อยกว่า ถ้ามีสมาธิและมีแผนที่ดีพอ ก็อาจทำเซอร์ไพรส์ให้โลกตะลึงได้เหมือนกัน
#DAVIDvsGOLIATH
โฆษณา