9 เม.ย. 2022 เวลา 02:16 • ความคิดเห็น
เราเรียกพระสงฆ์ปัจจุบันว่า "สมมติสงฆ์" เพราะพระสงฆ์ตามความหมายของพระรัตนตรัย จะหมายถึง "ผู้บรรลุธรรมวิเศษมีโสดาปัตติมรรค คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์" ซึ่งเมื่อเข้าใจอย่างนี้ ก็จะได้วางทัศนะ และแสดงท่าทีต่อ "สมมติสงฆ์" ได้อย่างถูกต้อง
การที่สมติสงฆ์ในปัจจุบัน จะใช้สื่อโซเชี่ยลในการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องติติงกัน ยกเว้นเราใช้สติปัญญาใคร่ครวญเห็นชัดว่าเป็นพระนอกรีต หรือพวกอลัชชี เน้นเรี่ยไรเงินบริจาค สร้างถาวรวัตถุใหญ่โต เปิดบัญชีบริจาคกันตลอดทั้งปี เข้าบัญชีพระรูปนั้นตรงๆ ถ้าอย่างนี้ก็เพียงแต่ถอยห่างค่ะ อย่าได้เข้าไปสุงสิง เพียงเพราะอยากได้บุญแบบโง่ๆ แล้วก็คิดว่าจะได้บุญแบบโง่ๆด้วย
1
เราจะสังเกตได้ว่าแนวทางการเผยแผ่คำสอนจะเป็นไปตามจริตของผู้สอน อาทิ ครูบาอาจารย์หลายท่านที่มีบรรดาลูกศิษย์ลูกหามาก ก็ถนัดเทศนา (ตัวอย่างเช่น สายของพระอาจารย์พุทธทาส และหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) แต่พระพุทธองค์ก็ทรงเน้นเรื่อง "อนุสาสนีปาฏิหาริย์" คือใช้การพร่ำสอนเพื่อเปิดหูเปิดตาสาธุชนให้เข้าใจเรื่อง "อิทัปปัจจยตา" หรือความเกี่ยวเนื่องของเหตุและผล ขณะที่ครูบาอาจารย์อีกหลายท่าน ก็ถนัดการสอนวิปัสสนาสมาธิ คือเน้นการปฏิบัติวิปัสสนา ซึ่งจะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้ง สาธุชนทั่วไปเข้าถึงได้ไม่ง่ายเท่าการฟัง และสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นสอนให้หลงไปในสิ่งที่ไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์
ท้ายที่สุด เราปฏิเสธไม่ได้ว่า สติปัญญาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปอย่างเราๆ นั้น ก็ไม่ได้เลิศเลอวิเศษเพียงพอที่จะรู้เท่าทัน สามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ส่วนใหญ่จึงยังคงใช้อารมณ์ ความรู้สึก ไปในเรื่องต่างๆ มากกว่าจะสนใจศึกษาค้นคว้าอย่างจริงๆจังๆค่ะ
ขอบคุณคำถามค่ะ
โฆษณา