ลูกชายของเดวิด เบ็คแฮม "บรู๊คลิน" เพิ่งแต่งงานไปเมื่อวานซืน ช่วงชีวิตของเขาทำอะไรบ้างในวัย 23 ปี เราจะพาไปรู้จักเขาให้ดีขึ้น และนี่คือคนที่เกิดมาโดนแซวตลอดว่า โชคดีที่เกิดมารวย
1
บรู๊คลิน เบ็คแฮม เป็นคนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองทั้งชีวิต ในเมื่อคุณเป็นลูกชายคนโต ของเดวิด เบ็คแฮม นักเตะผู้โด่งดังที่สุดในโลก กับวิคตอเรีย อดัมส์ ศิลปินสุดฮอตจากสไปซ์เกิร์ล มันแปลง่ายๆ ว่าคุณไม่มีทางลำบากอยู่แล้ว
จริงอยู่ว่าเบ็คแฮมคนพ่อ พยายามให้บรู๊คลินติดดินที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนบรู๊คลินอายุ 14 แล้วขอเงินไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ราคาแพง เบ็คแฮมบอกให้ลูกชายไปทำงานเก็บเงินด้วยตัวเอง บรู๊คลินเลยไปเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในร้านกาแฟช่วงสั้นๆ
5
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใครๆ ก็รู้ว่า สุดท้ายแล้วบรู๊คลินก็รวยมากอยู่ดี เพราะเขาเกิดในตระกูลเบ็คแฮมนะ
3
ตอนแรกสุด บรู๊คลินอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพตามพ่อ เขาเคยพยายามเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังอยู่เหมือนกัน และได้โอกาสเป็นเด็กฝึกที่สโมสรอาร์เซน่อลอยู่ช่วงสั้นๆ
3
ฝีมือโดยรวมของบรู๊คลินพอใช้ได้ ในวัย 15 ปี เขาถูกดันให้ติดทีม u-18 และถูกส่งไปแข่งในทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์ด้วย ซึ่งแซมมี่ ม็อคเบล นักข่าวกีฬาจากเดลี่ เมล์ รายงานว่า ฝีเท้าของบรู๊คลิน ถือว่าไม่เลวเลย และโค้ชก็ให้คุณค่าเขาไว้สูงมาก
1
คือจริงอยู่ว่าคงเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับพรีเมียร์ลีกไม่ได้ แต่ดูทรงแล้ว สามารถเป็นนักเตะระดับแชมเปี้ยนชิพ หรือลีกวันได้ ถ้ามุ่งมั่นจะมาสายฟุตบอลจริงๆ
ถ้าเป็นนักเตะคนอื่นๆ การได้เล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพ ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว แต่บรู๊คลินที่มีพ่อเป็นสตาร์ระดับโลก เขาเองรู้สึกแย่ ที่ไม่สามารถเก่งได้เหมือนพ่อ
2
เขาคิดเองว่า การที่เขาเล่นฟุตบอลต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ มีแต่จะทำให้พ่อเสื่อมเสียเกียรติยศ อาจโดนคนนินทาว่า ว่าพ่อเก่งเสียเปล่า แต่ลูกฝีมือแค่นี้เนี่ยนะ ทำให้บรู๊คลินตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยแค่ 15 ปีเท่านั้น
2
เดวิด เบ็คแฮมเคยให้สัมภาษณ์ว่า "วันหนึ่งลูกชายของผมเดินมาหาแล้วบอกว่า 'คุณพ่อ ผมไม่แน่ใจว่า ผมอยากจะเล่นฟุตบอลต่อไปอีกแล้ว' คำพูดของเขามันทำให้ผมหัวใจสลายเหมือนกัน เพราะเขาบอกต่อไปว่า 'ทุกครั้งที่ผมเดินลงสู่สนาม ผมรู้ว่า ผู้คนจะพูดตลอดว่า ไอ้เด็กคนนั้นไงลูกชายเดวิด เบ็คแฮม ซึ่งถ้าผมไม่เก่งเท่าพ่อ ก็แปลว่าผมไม่เก่งพอสำหรับใครๆ' พอลูกชายพูดแบบนั้น ผมก็เลยบอกว่า โอเค งั้นหยุดเถอะ การที่ลูกเล่นฟุตบอล เพราะลูกอยากจะเล่นจริงๆ ไม่ใช่เล่นด้วยความรู้สึกแบบนี้"
8
การเกิดเป็นลูกชายของนักเตะระดับโลก มันก็ต้องแบกรับแรงกดดัน โดยเฉพาะถ้าเดินตามเส้นทางของพ่อ ดังนั้นบรู๊คลินจึงเปลี่ยนสายงานไปทำอย่างอื่นแทน ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ลูกอยากทำอะไร ก็แล้วแต่ลูก
3
ในวัย 16 ปี บรู๊คลิน เริ่มหันมาจับกล้องถ่ายรูป เขาเบนเข็มอยากเป็นช่างภาพมืออาชีพ และในปี 2016 แบรนด์สินค้า Burberry เห็นแก่ชื่อเสียงของตระกูลเบ็คแฮม จึงได้เชิญบรู๊คลินมาถ่ายโฆษณาในโปรเจ็กต์พิเศษ เปิดตัวน้ำหอมใหม่
4
แต่ปรากฏว่า บรู๊คลินโดนกลุ่มช่างภาพตัวจริงด่าเละ เช่น คริส ฟอยด์ ช่างภาพคนดังจากนิวยอร์ก ไทม์ส และ นิตยสารโว้ก กล่าวว่า การจ้างเด็กเพิ่งหัดถ่ายอย่างบรู๊คลินมาถ่ายให้กับแบรนด์ใหญ่ ถือเป็นการลดคุณค่าของวงการถ่ายภาพอย่างยิ่ง
4
คริส ฟอยด์ บอกว่าอาชีพอื่นเขาไต่เต้ามาตั้งไกล ต้องพิสูจน์ตัวเองปีแล้วปีเล่า กว่าจะได้งานยักษ์สักชิ้น แต่บรู๊คลินได้ทางลัด มาถ่ายรูปโปรเจ็กต์สำคัญเฉยเลย ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรมาก่อน แล้วแบบนี้จะให้ช่างภาพคนอื่นๆ คิดยังไง
2
เมื่อโดนด่าเยอะๆ ว่าไร้ฝีมือ ทำให้ในปีต่อมา 2017 บรู๊คลินไปลงเรียนวิชาถ่ายภาพ ที่ Parsons School of Design ในนิวยอร์ก และลงเรียนได้ไม่กี่เดือน บรู๊คลินตัดสินใจทำอัลบั้มภาพถ่ายของตัวเองวางขาย ชื่อเล่มว่า What I See (ปัจจุบันขายใน Kindle 9.9 ดอลลาร์) ปรากฏว่า โดนด่าเละเช่นเคย เพราะคุณภาพแย่เอาเรื่อง ความเห็นหนึ่งของคนซื้อได้วิจารณ์ว่า "รูปถ่ายก็แย่ แคปชั่นยิ่งแย่กว่า"
3
หนังสือภาพของบรู๊คลินนั้น สำนักพิมพ์ชื่อแรนดอม เฮาส์ เห็นว่าชื่อเสียงและภาพในมุมเอ็กซ์คลูซีฟที่ถ่ายครอบครัวตัวเองของบรู๊คลิน น่าจะขายได้ ก็เลยรับตีพิมพ์ให้ ซึ่งสำนักพิมพ์ก็โดนสังคมด่าไปยับเหมือนกัน เพราะตามปกติ ช่างภาพที่จะออกอัลบั้มภาพวางขายได้ ต้องมีผลงานโดดเด่นประจักษ์แจ้งจริงๆ รูปสวย แคปชั่นโดน ถึงจะมาเอาเงินจากคนซื้อได้ แต่เคสของบรู๊คลินมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย คนซื้อจำนวนมาก ให้คะแนน 1 ดาว เต็ม 5 ดาว
3
หลังจากลงเรียนถ่ายภาพที่สถาบันพาร์สันส์ ไม่ถึง 1 ปี บรู๊คลินดร็อปเรียน แล้วกลับมาอยู่ที่อังกฤษแทน เดลี่ มิร์เรอร์ รายงานว่าเขาคิดถึงบ้าน และไม่รู้เหตุผลว่าจะเรียนต่อไปทำไม
ในปี 2018 บรู๊คลินไปเที่ยวเวนิซ ที่อิตาลี แล้วไปถ่ายรูปทัวร์จีนลงในอินสตาแกรม ก่อนเขียนแคปชั่นว่า "ไม่มีที่ไหน เหมือนอิตาลี" คือจงใจจะแซะว่าเดี๋ยวนี้ ทัวร์จีนมาถล่มสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปหมดแล้ว ซึ่งทำให้บรู๊คลินโดนด่ายับว่าเหยียดเชื้อชาติ พร้อมโดนวิจารณ์ว่า ช่างภาพในปัจจุบันทำงานกับสินค้าจีนเยอะนะ บรู๊คลินตัดช่องทางร่วมงานกับคนจีนแบบนี้ โอกาสเติบโตในวงการก็ยากขึ้นไปอีกนะ
5
หลังจากมีดราม่าบ่อยครั้ง เมื่อเห็นว่าเอาดีทางสายถ่ายรูปได้ยากลำบากแล้ว ทำให้ในปี 2021 เขาเปลี่ยนแนวทางอยากเป็นพ่อครัวแทน
1
มีรายงานว่า เขาอยากเป็นเซเลบริตี้เชฟ แบบกอร์ดอน แรมซีย์ หรือเจมี่ โอลิเวอร์ ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดรายการทีวีของตัวเอง ชื่อ Cookin' with Brooklyn โดยใช้ค่าใช้จ่าย โปรดักชั่น 100,000 ดอลลาร์ ต่อ 1 EP. ซึ่งเงินแค่นี้ก็ไม่ได้ถือว่าเยอะสำหรับเขา
2
แต่บรู๊คลินก็โดนสับเละอีก ว่าไม่เคยมีประสบการณ์ การทำครัวมาก่อน ไม่เคยเข้าเรียนอะไรเลย แล้วจะทำคลิปสอนทำอาหารเนี่ยนะ? แต่บรู๊คลินก็อธิบายว่า เขายังไม่ได้เป็นเชฟ แต่นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นเชฟมืออาชีพได้
จนถึงปัจจุบัน บรู๊คลินไม่ได้มีอาชีพอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน ทำคลิปบ้าง ถ่ายแบบบ้าง แต่ทว่าเขากลับมีสินทรัพย์มากถึง 10 ล้านดอลลาร์ (336 ล้านบาท) แน่นอนว่าส่วนหนึ่ง ก็มาจากเงินทองที่พ่อแม่ตั้งต้นเอาไว้ให้นั่นเอง
3
เดวิด กับ วิคตอเรีย ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวม 450 ล้านดอลลาร์ (15,150 ล้านบาท) และเงินทองเหล่านี้ ถึงจุดหนึ่งก็จะถูกส่งต่อมาให้ ลูกชายทั้ง 3 (บรู๊คลิน, โรมีโอ, ครูซ) และ ลูกสาวคนสุดท้อง (ฮาร์เปอร์) อย่างไม่ต้องสงสัย
1
ดังนั้นในสายตาของคนอังกฤษ จึงมองบรู๊คลินแบ่งเป็น 2 แบบ
1
แบบแรกคือบรู๊คลินดูเป็นคนไม่ค่อยจริงจังกับอะไรเลย เล่นฟุตบอลได้ไม่กี่ปีก็เลิก จากนั้นไปเป็นช่างภาพก็เรียนไม่จบก็เลิกอีก คราวนี้อยากมาเป็นเชฟก็ไม่รู้จะทำได้นานสักเท่าไหร่ เหมือนแค่อยากมีชื่อเสียงสักทาง แต่ไม่รู้จะเอาดีทางไหนกันแน่ ถ้าหากที่บ้านไม่รวยเสียอย่าง เขาจะสามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยแบบนี้ได้ไหม?
3
ส่วนแบบที่ 2 คือ มันก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของเขาที่พ่อแม่รวยนี่นา เมื่อมีเงินซัพพอร์ท คุณอยากทำอะไรก็ทำได้ ล้มเหลวก็ลองใหม่ ในเมื่อพ่อแม่เขายังไม่ว่าเลย แล้วคนอื่นจะไปเดือดร้อนแทนทำไม
4
และเอาจริงๆ คนที่สนับสนุนให้บรู๊คลินทำอะไรที่อยากทำ อย่าไปยึดติดกับสิ่งเดิมนานๆ คือเดวิด เบ็คแฮมเองนั่นแหละ เขาบอกกับลูกชายว่า "ถ้าลูกไม่ชอบอะไรสักอย่างแล้ว ทำไมไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นล่ะ?"
1
-----------------------------
สำหรับเรื่องความรัก บรู๊คลิน มีแฟนมาบ้างที่อังกฤษ แต่เซเล็บคนแรกที่เขาคบ คือ โคลอี้ เกรซ โมเร็ตซ์ นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง (Let me in, Kick-Ass) ที่อายุมากกว่าเขา 2 ปี โดยบรู๊คลินกับโคลอี้ คบกัน 4 ปี ก็เลิกรากันไป
2
จากนั้นบรู๊คลิน มีข่าวกับสาวๆ อีกเกือบสิบคน แต่คนที่เขาคบจริงจังชื่อ ฮาน่า ครอส นักร้องสาวชาวอังกฤษ ที่อายุมากกว่าบรู๊คลิน 2 ปี ซึ่งฮาน่า ก็มีโอกาสเข้าหาครอบครัวของบรู๊คลินแล้ว แต่สุดท้ายทั้งคู่ทะเลาะกันหลายครั้ง เคยไปทะเลาะกันกลางงานดนตรีแกลสตันบิวรี่ด้วย จนไม่สามารถคบกันต่อไหว
6
หลังจากเลิกกัน ฮาน่าแต่งเพลงมาตัดพ้อบรู๊คลิน ท่อนหนึ่งมีใจความว่า "เธอหักอกฉัน แล้วบอกว่าให้เราเป็นเพื่อนกัน แต่จากวันนั้นฉันไม่เคยได้คุยกับเธอเลยสักครั้ง มันโหดร้ายจัง ว่าไหม"
3
และอีกท่อนว่า "ฉันเห็นเราสองคนจะอยู่ได้ชั่วนิรันดร์ แต่เธอเห็นความสัมพันธ์กับฉันแค่ชั่วคราว"
1
หลังจากเลิกกับฮาน่าได้สองเดือน บรู๊คลินก็ไปเจอกับ นิโคล่า เพลซ์ นักแสดงสาวรุ่นพี่ (ซีรีส์ Bates Motel) ที่อายุมากกว่าเขา 4 ปี ที่งานปาร์ตี้ฮัลโลวีนที่บ้านของลีโอนาร์โด้ ดิ คาปริโอ ในเดือนตุลาคม 2019 ก่อนจะประกาศตัวว่าคบเป็นแฟนกัน ในวันที่ 2 มกราคม 2020
โดยภาพที่เปิดตัวนั้น นิโคล่าลงรูปในไอจี เป็นตัวเธอใส่บราสีดำอยู่ในห้องน้ำ ข้างๆ ของเธอเป็นบรู๊คลินที่เปลือยหน้าอกอยู่ แค่นี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร
2
นิโคล่า มีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงระดับหนึ่ง แต่พ่อของเธอคือคนดังกว่า เพราะเป็นประธานบริษัท เชนอาหารชื่อดัง Wendy's โดยตระกูลเพลซ์ มีสินทรัพย์มากกว่าตระกูลเบ็คแฮม 4 เท่า
มีรายงานจากสื่อที่สหรัฐฯ ว่า ด้วยความที่โตมารวยเหมือนกัน ทำให้สองคนเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี ยิ่งพอทั้งคู่คบกันปั๊บ ก็เป็นช่วงโควิดพอดี ที่ทุกอย่างล็อกดาวน์หมด ทำให้ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเป็นเวลาติดกันหลายเดือน และสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา
หลังจากคบกันได้ 7 เดือน บรู๊คลินขอนิโคล่าแต่งงาน ที่ไร่เบดฟอร์ดในนิวยอร์ก และฝ่ายหญิงตอบตกลง โดยนิโคล่ากล่าวว่า "เธอทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ใช้ชีวิตที่เหลือเคียงข้างไปกับเธอ ความรักที่เธอมอบให้คือของขวัญล้ำค่า ฉันรักเธอ มาก มาก มาก นะ"
เพื่อเป็นการแสดงความรัก บรู๊คลินไปสักรูปดวงตาของนิโคล่าเอาไว้ที่ต้นคอ เพราะเขาอยากมีอวัยวะอะไรสักอย่างของเธอติดร่างกายไว้ แล้วบรู๊คลินบอกว่า นิโคล่าดวงตาสวย ก็เลยไปสักติดตัวไว้ จะได้เหมือนมีกันและกันอยู่ตลอด
5
ล่าสุด ทั้งสองคนก็แต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว ที่คฤหาสถ์ ราคา 75 ล้านดอลลาร์ของฝ่ายหญิงที่นิวยอร์ก ในวันที่ 9 เมษายน 2022 โดยในวันงานมีศิลปิน นักกีฬา และคนในวงการธุรกิจมาร่วมงานอย่างคับคั่ง เพราะนี่คือการสมรส ของ 2 ตระกูลที่โด่งดัง ร่ำรวย และเป็นเซเล็บของโลก
1
บทสรุปในชีวิตของบรู๊คลิน เขาไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ฟุตบอลก็ไม่เล่นต่อ เรียนก็ไม่จบจากคอลเลจ ทำงานอะไรแป้บเดียวก็เลิก แต่โดยรวมๆ แล้ว เขาก็มีชีวิตแฮปปี้ดี มีชื่อเสียง มีเงินทอง มีแฟนเป็นเซเล็บตลอด และลงเอยด้วยการแต่งงานกับภรรยาที่สวย และรวยมาก
5
ทำไมบรู๊คลินถึงได้สุขสบายขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีสกิลอะไรโดดเด่น คำตอบคือ เขามีต้นทุนชีวิต มีเงินมหาศาลของพ่อแม่ในมือ มันเลยทำให้บรู๊คลินสามารถทำอะไรก็ได้ ต่อให้ผิดพลาดก็ยังล้มบนฟูก มีเงินทองให้ลองผิดลองถูกตลอดเวลา
6
แม้ไม่สามารถต่อยอดเพิ่มเงินจากพ่อแม่ได้ แต่ถ้าแค่ประคับประคองสินทรัพย์ที่มีอยู่ไม่ผลาญอย่างบ้าคลั่ง ก็อยู่อย่างสบายๆ ไปได้ตลอดชีวิตแล้ว
4
เด็กที่เกิดมารวยไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นข้อได้เปรียบทางสังคม ยิ่งถ้าในประเทศไหน ภาครัฐไม่มีสวัสดิการที่ดีพอที่จะเกื้อหนุนคนรายได้น้อย ช่องว่างของความเท่าเทียมก็จะยิ่งกว้างออกไปเรื่อยๆ
13
เรื่องเงินทองนั้น มีบางคนบอกว่าไม่สำคัญ บางโฆษณาบอกว่า ไม่ต้องมีเงินก็ได้ ขอแค่พอมีพอกิน รวยความสุขก็พอ ในเอาเข้าจริง ในทางปฏิบัติจะทำได้หรือ เพราะถ้าท้องยังหิว ถ้าเจ็บป่วยแล้วไม่มีเงินไปรักษา มันนึกถึงความสุขไม่ออกหรอก
10
โลกนี้ใครๆ ก็อยากรวย ใครๆ ก็อยากสบาย ใครๆ ก็อยากให้ลูกและครอบครัวไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
จริงอยู่ มันมีคำกล่าวว่า ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน ล้วนแล้วแต่มีความทุกข์ในชีวิตทั้งนั้น ต่างคนก็มีปัญหาในแบบของตัวเอง มีเหตุให้ต้องเสียน้ำตาไม่ว่าจะฐานะเป็นอย่างไร
1
แต่สัจธรรมก็คือ ถ้าคุณต้องร้องไห้ทั้งที ร้องบนเบาะลิมูซีนย่อมสบายกว่าร้องที่ป้ายรถเมล์อย่างแน่นอน
24
#BROOKLYNWEDDING
  • 113
โฆษณา