Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ทางกลับบ้าน
•
ติดตาม
16 เม.ย. 2022 เวลา 14:12 • ปรัชญา
ทฤษฎี 6 เดือน
ในโลกนี้มีทฤษฎีมากมายที่ใช้หลัก 6 เดือนในการเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ
ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านเคยลองทำทฤษฎีเหล่านั้นมาแล้ว
บ้างอาจทำได้หนึ่งเดือน บ้างอาจทำได้หนึ่งอาทิตย์ และสำหรับบางคนอาจทำได้จนปรับเปลี่ยนตัวเองได้ตามแบบแผน
ส่วนทฤษฎี 6 เดือนของผู้เขียนนั้นมีไว้ให้ผู้ที่หัวใจแหลกสลาย
สิ่งที่ผู้เขียนจะบรรยายต่อไปนี้ผู้อ่านบางท่านอาจจะทำได้ดีอยู่แล้วแต่สำหรับบางท่านที่กำลังหลงทางอยู่ในลูปของความโศกเศร้า
บทความนี้อาจทำให้คุณเจอทางออกก็เป็นไปได้
หลายท่านคงรู้จัก 5 Stages of Grief แล้ว มันคือ ทฤษฎีระยะเวลาของอารมณ์เมื่อเผชิญความสูญเสีย ประกอบไปด้วย ปฏิเสธ โกรธ ต่อรอง ซึมเศร้า ยอมรับ
สำหรับผู้เขียนนั้น 5 Stages of Grief เป็นขั้นตอนการทำงานของอารมณ์โศกเศร้าเมื่อต้องสูญเสียอะไรบางอย่างที่มีความสำคัญต่อความรู้สึกของเรา
เมื่อผู้เขียนได้ลองศึกษามันดู มันทำให้ผู้เขียนตระหนักได้ว่า อารมณ์ต่างๆที่เราเป็นและรู้สึก ณ ช่วงเวลาที่เราสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว
อารมณ์ต่างๆที่ถาโถมคุณที่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวด โหยหา สับสน จนทำให้คุณหาทางออกไม่ได้
ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม ล้วนแต่ถูกกำหนดมาแล้ว ใช่ คุณถูกกำหนดมาให้เศร้าเสียใจเมื่อพึ่งเสียอะไรไป และคุณถูกกำหนดไว้แล้วว่าคุณจะไม่เป็นไรและมีความสุขดีเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านมาได้แล้วสักระยะหนึ่ง
มันเป็นการทำงานที่แสนธรรมดาของอารมณ์ของคุณและมันเป็นเรื่องปกติ
แล้วทฤษฎี 6 เดือนควรใช้เมื่ออยู่ในสเตจไหนละ?
"ไม่รู้"
ถึงแม้ 5 Stages of Grief จะเรียงตามลำดับก็จริง แต่อารมณ์ของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะทำงานตามหลักขั้นตอนหรอกนะ
บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าทำใจได้แล้ว แต่เราอาจจะตื่นมากลางดึกเพราะความรู้สึกโหยหา ความเศร้าหมองที่อยู่ดีๆก็กลับมาโจมตีอีกครั้ง
ซึ่งทฤษฎี 6 เดือนของผู้เขียนนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เรียก "สติ" ให้รับรู้ถึงการทำงานอันแสนธรรมดาของอารมณ์ของเราในขณะที่เรากำลังทรมานกับความโศกเศร้านั้นๆอยู่
เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เขียนถูกดึงกลับไปยังห้วงเวลาที่โศกเศร้าที่สุด โหยหาที่สุด สับสนที่สุด
ห้วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำว่า ทำไม และคำว่า ถ้าหาก ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ทำไมเรายังไปต่อไม่ได้ ทำไมมันจบลงแบบนี้ ถ้าหากว่าเราไม่ทำนั้นเราคงไม่เสียใจแบบนี้ใช่ไหม
ช่วงเวลาที่เราไม่คิดว่าจะกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ผู้เขียนจะบอกตัวเองว่า "ก็ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้นิแต่อีกหกเดือนข้างหน้าเราจะไม่เป็นไรนะ" "สับสนใช่ไหม ไม่เป็นไร อีกหกเดือนเราจะดีขึ้นนะ"
เมื่อไหร่ก็ตามที่พูดประโยคนี้มันราวกับว่ามันดึงความรู้สึกของผู้เขียนออกมามองความจริงรอบๆได้ขณะหนึ่ง เหมือนกับมีแสงอุ่นๆ เส้นเล็กๆ ส่องมาจากปากหลุมที่มืดมิดทำให้อุ่นใจขึ้นมาถึงแม้จะยังเศร้าอยู่ก็ตาม
มันไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ต้องดีขึ้นภายในหกเดือน แต่เป็นการรู้ตัวเองว่าไอ้ความรู้สึกที่เรากำลังเผชิญอยู่ มันจะไม่ยั้งยืนอยู่กับเราตลอดไปนะ
ทำให้เราเข้าใจอารมณ์ฟูมฟายและความไม่คงที่ของตัวเอง ปรับมุมมองว่าความเศร้านี้มันเป็นพียงแค่การทำงานของอารมณ์ของเราเท่านั้น
ความจริงแล้วทฤษฎี 6 เดือนอาจจะเป็นทฤษฎี 3 เดือน 1ปี หรืออาจมากน้อยกว่านี้ก็เป็นได้ แล้วแต่การทำงานของอารมณ์ของแต่ละคน เราต่างรู้การทำงานของความเศร้าของตัวเองดีอยู่แล้ว
การที่ผู้เขียนหยิบยกจำนวน 6 เดือนก็เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เขียนต้องรับมือต่ออารมณ์เหล่านี้ ผู้เขียนพบว่าความเจ็บปวดมากมายที่เคยรู้สึก ณ เวลาใดเวลาหนึ่งเมื่อผ่านไปหกเดือนผู้เขียนจะรู้สึกดีขึ้น ไม่โหยหา ไม่เจ็บปวด
มันไม่ได้หาบขาดแบบเอากรรไกรตัดริบบิ้น ฉับ! แต่เป็นการที่เราค่อยๆเริ่มรู้สึกทำใจที่จะอยู่กับมันได้โดยไม่ทุกข์ร้อนอะไร
ผู้เขียนจำความรู้สึกเจ็บปวดที่คอยปลุกผู้เขียนตื่นมา กลางดึกร้องไห้ โหยหา ไม่ได้เลย รู้เพียงแค่ว่ามันเจ็บปวดแต่เจ็บปวดแบบไหนก็จำไม่ได้เสียแล้ว
แต่กว่าที่ผู้เขียนจะเรียนรู้การทำงานของอารมณ์โศกเศร้าของตัวเองได้ก็ผ่านความเจ็บปวดและผิดหวังมามากมาย ทั้งความเจ็บปวดในทางที่ดีและในแบบที่แย่
ในวันนี้ผู้เขียนรู้สึกขอบคุณความเจ็บปวดมากมายที่ถาโถมเข้ามา ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้และมีสติมากขึ้น
คนเราไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเมื่อเรากำลังมีความสุข แต่กลับเรียนรู้อะไรมากมายเมื่อผ่านช่วงยากของ ชีวิตกันทั้งนั้น
สำหรับผู้อ่านที่ยังอยู่ในวังวนของความโศกเศร้า หวังว่าคุณจะพบทฤษฎีของตัวเองในท้ายที่สุดนะคะ
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย