17 เม.ย. 2022 เวลา 08:23 • อาหาร
ประวัติศาสตร์ “ข้าวแช่” จากสงกรานต์มอญสู่เมนูฤดูร้อนไทย
ดูเหมือนว่า “ข้าวแช่” จะกลายมาเป็นหนึ่งใน #ประวัติศาสตร์ฤดูร้อน ของไทยไปแล้ว แทบทุกร้านอาหาร โรงแรมติดดาว ล้วนออกเมนูข้าวแช่ให้ได้ลิ้มรสตลอดเดือนเมษายน แต่ทราบหรือไม่ว่าข้าวแช่แม้จะเป็นสูตรชาววัง หรือชาวบ้าน ก็ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากข้าวแช่ในสำรับชาวมอญทั้งสิ้น
ข้าวแช่ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญ เรียกว่าเป็นอาหารงานประเพณีที่หนึ่งปีจะมีให้ได้กินก็เฉพาะงานบุญวันสงกรานต์ ภาษามอญเรียกข้าวแช่ว่า “เปิงด้าจก์” เชื่อกันว่าข้าวแช่เป็นอาหารที่สะอาดกว่าอาหารชนิดอื่น ทั้งยังเป็นอาหารที่มีความเป็นสิริมงคล เมื่อทำข้าวแช่ถวายพระ หรือเทวดา หรือนางสงกรานต์แล้วตั้งจิตอธิษฐานก็จะสมปรารถนา
ในตำนานการถือกำเนิดข้าวแช่บทหนึ่งกล่าวว่า เศรษฐีคนหนึ่งต้องการมีบุตรจึงนำข้าวเมล็ดงามขัดสีจนสะอาด พร้อมอาหารพิเศษอีกหลายอย่างไปบนบานพระไทรในวันมหาสงกรานต์ จึงมีความเชื่อกันว่าข้าวแช่เป็นอาหารสิริมงคลและวิเศษบริสุทธิ์กว่าอาหารอื่นใด ต่อมาชาวมอญได้มีประเพณีสืบต่อกันมาว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ ไหว้บูชานางสงกรานต์ ซึ่งชาวบ้านจะปลูกเป็นศาลเพียงตาทำด้วยไม้ โดยเสาทั้ง 4 ต้นของศาลจะล้อมด้วยผ้าขาว ด้านบนจะใช้ไม้ไผ่สานขัดเป็นชั้นสำหรับวางข้าวแช่ และมีร่มมัดไว้ที่ยอดเสาหนึ่ง สมมติว่าเป็นหลังคาบ้านของนางสงกรานต์ นอกจากนั้นชาวบ้านยังมีการนำข้าวแช่ไปทำบุญถวายพระที่วัด และกินกันเองภายในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล
นอกจากข้าวและน้ำแล้ว เครื่องข้าวแช่นั้นหลักๆ ที่หลายคนคุ้นเคยคือหัวไชโป๊ผัดหวาน ปลาหวาน และลูกกะปิ แต่ความจริงแล้วข้าวแช่แต่ละสำรับ แต่ละจังหวัด หรือต่างวัฒนธรรมก็จะมีเครื่องเคียงที่ต่างกันออกไป เช่น ข้าวแช่วันสงกรานต์ของชาวมอญที่บ้านม่วง จังหวัดราชบุรีต้องมีเครื่อง 5 อย่างเพื่อนำไปไหว้นางสงกรานต์ตามประเพณี ได้แก่ ผัดหัวผักกาดเค็มใส่ไข่ ปลาช่อนป่น ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กผัด ยำมะม่วง และยำขนุน หรือถ้าเป็นข้าวแช่สูตรชาววังที่ขายกันในทุกฤดูร้อนของกรุงเทพฯ ก็มีความประดิษฐ์เครื่องเคียงอย่างประณีต เช่น หอมทอด พริกหยวกสอดไส้หมูสับ กินแนมด้วยแตงกวา กระชาย มะม่วงดิบตัดรส หรือไม่ก็มีแตงโมปลาแห้งล้างปากปิดท้าย หรือถ้าเป็นข้าวแช่เพชรบุรีก็มีกับแค่ 3 อย่างเท่านั้น
สำหรับชาวมอญนั้นผูกพันกับไทยผ่านการอพยพย้ายถิ่นและการศึกสงคราม คนมอญอพยพเข้ามายังไทยหลายครั้งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อาหารมอญจะผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมอาหารการกินของไทย ส่วนในรั้ววังนั้นมีการสันนิษฐานว่าอาหารมอญน่าจะมาจากหญิงที่มีเชื้อสายมอญในราชสำนัก เช่น เจ้าจอมมารดากลิ่น (ซ่อนกลิ่น) ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเจ้าจอมมารดากลิ่นผู้นี้เป็นธิดาของเจ้าพระยาดำรงราชพลขันธ์ (ทอเรียะ) สืบเชื้อสายมาจากเจ้าครองนครเขื่อนขันธ์ผู้เป็นมอญ เมื่อครั้งที่เจ้าจอมมารดากลิ่นตามเสด็จรัชกาลที่ 4 ไปยังพระนครคีรี หรือ เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี ก็ได้มีการทำข้าวแช่ถวาย และก็ทำให้ข้าวแช่ก็ได้เผยเคล็ดลับความอร่อยจากรั้ววังสู่ชาวบ้านและกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรีที่ลดทอนเครื่องเคียงของชาววังออกจนเหลือเพียงเครื่อง 3 อย่าง คือ หัวไชโป๊ผัดหวาน ปลายี่สนผัดหวาน และลูกกะปิ
อีกสิ่งที่ทำให้ข้าวแช่เพชรบุรีแตกต่างจากข้าวแช่ชาววังหรือข้าวแช่มอญคือข้าวแช่เพชรบุรีนั้นมีให้กินในทุกฤดูกาลไม่จำเป็นต้องช่วงสงกรานต์หรืองานบุญประเพณีเท่านั้น และในงานบุญสงกรานต์ชาวเพชรบุรีก็ไม่นิยมทำข้าวแช่ถวายพระแบบชุมชนชาวมอญด้วย
ภาพประกอบ : นันทวัน วาตะ, นิตยสารสารคดี กรกฎาคม 2561 คอลัมน์ วาดเมือง
ต้นเรื่อง : นิตยสารสารคดีพฤษภาคม 2539 และ กุมภาพันธ์ 2555
โฆษณา